หน้าแรก การเมือง ปชน.จี้รัฐบาล...

ปชน.จี้รัฐบาลแก้สารพิษในแม่น้ำให้ไว แนะจัดงบเพิ่มความถี่ตรวจสอบ บี้เช็ก ‘ข้าว’ ปนเปื้อนหรือไม่

17.11.25 | 11:06 น.

‘พรรคประชาชน’ จี้ ‘รัฐบาล’ สางปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก หลังพบสารพิษในแม่น้ำโขง-สาละวินแล้ว แนะจัดสรรงบเพิ่มความถี่ตรวจสอบน้ำ-ข้าว พร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดประชุมพหุภาคี จีน-เมียนมา-ลาว หารือจัดการ ตรวจสอบห่วงโซ่การทำเหมือง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีสารพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชนซึ่งตอนนี้มีความรุนแรงเรื้อรังกว้างขวางขึ้น มีการค้นพบใน จ.เชียงราย จำนวน 18 หมู่บ้าน มีสารตะกั่วเกินมาตรฐานในน้ำประปา และอีก 4 หมู่บ้าน พบสารหนูเกินมาตราฐาน ในมุมของการเกษตรข้าวนาปีที่มีการใช้น้ำจากแหล่งน้ำเหล่านี้เริ่มมีการเก็บเกี่ยวแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่มีการตรวจว่าข้าวมีการปนเปื้อนหรือไม่ ส่วนมิติของการท่องเที่ยวที่มีความเกี่ยวข้องกับแม่น้ำ โดยเฉพาะแม่น้ำกกที่มีประเพณีเกี่ยวกับแม่น้ำมากมายนั้นต้องปิดตัวลงไปเพราะปัญหาดังกล่าว

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นเกือบ 1 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างครบถ้วน และมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ ล่าสุดปัญหาดัวกล่าวได้ลุกลามไปถึงแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวินที่เป็นปลายทางของแม่น้ำอีกหลายสายแล้ว ปัญหานี้เราไม่ได้ก่อ แต่ต้องรับกรรม เพราะคาดว่าต้นตอมาจากเหมืองแร่ในประเทศพื้นบ้าน

นายพริษฐ์กล่าวว่า พรรคประชาชนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับการดำเนินการภายในประเทศในการแก้ไขผลกระทบต่อประชาชน โดยรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อควบคุมความถี่ในการตรวจสอบสารพิษ รวมถึงจัดสรรงบประมาณในการตรวจข้าวที่ใช้แหล่งน้ำที่มีปัญหาในการทำการเกษตรว่ามีการปนเปื้อนหรือไม่ พร้อมทั้งจัดสรรแหล่งน้ำทดแทนให้กับประชาชนในพื้นที่ที่รับผลกระทบ และเปิดเผยข้อมูลสื่อสารประชาชนอย่างชัดเจนเพื่อให้ตระหนักถึงปัญหา เพื่อไม่ให้ตระหนกเพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลจากทางภาครัฐ

นายพริษฐ์กล่าวว่า ในส่วนเวทีระหว่างประเทศต้องแก้ปัญหาที่ต้นตอผ่านการเจรจาระดับนานาชาติ รัฐบาลควรเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการประชุมพหุภาคีเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อย่างน้อยต้องมีเมียนมาและลาว เนื่องจากเป็นประเทศต้นน้ำ รวมถึงจีนที่ปัจจุบันครองตลาดแร่ส่วนใหญ่ของโลก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อเสนอ หาข้อสรุปถึงมาตรการที่ต้องดำเนินการ รวมถึงการศึกษาร่วมกันว่าสามารถใช้กฎหมายของประเทศใดได้บ้างเพื่อแก้ปัญหามลพิษจากแหล่งกำเนิด

Advertisement

“ในเมื่อปัจจุบันนายกฯอยู่ที่จีนแล้วควรเร่งหารือกับเพื่อนัดถกเจรจา โดยอ้างถึงกลไกความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม Lancang-Mekong Environmental Cooperation Center (LMEC) ที่จีนมีส่วนร่วมอยู่แล้ว พร้อมทั้งหารือกับรัฐบาลจีนในการออกกฎระเบียบบริหารจัดการและตรวจสอบห่วงโซ่การทำเหมืองเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“หากรัฐบาลรักชาติจริงควรทำงานหนักและเร็วกว่านี้ในการปกป้องแม่น้ำและทรัพยากรธรรมชาติของชาติที่กำลังถูกคุกคามจากมลพิษที่ถูกปล่อยให้ไหลจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย และส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพของคนไทย” นายพริษฐ์กล่าว