‘ภราดร’ กางไทม์ไลน์ ประชามติแก้รธน. วาระ 3 จบก่อนปีใหม่ ครม.ชง กกต. ไม่เกิน 15 ม.ค. สวน ‘เพื่อไทย’ วิจารณ์สูตร 20 หยิบ 1 บอก ‘อะไรก็ไม่ดีไปหมด’ ระบุ ใครจะมาร่าง อยู่ที่ ปชช.เลือก สส.พรรคไหนเยอะสุด
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเปิดวันใดว่า การจะเปิดวันใดอยู่ที่กรรมาธิการว่าจะพิจารณาเสร็จเมื่อใด หากเสร็จภายในต้นเดือนธ.ค. ก็สามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ ก่อนเปิดสมัยประชุมสามัญวันที่ 12 ธ.ค. ตนดูไทม์ไลน์คร่าวๆ และได้หารือกับคณะกรรมาธิการแล้วว่าการโหวตวาระ 3 ต้องแล้วเสร็จก่อนช่วงปีใหม่ หมายความว่าหากเปิดสมัยประชุมวิสามัญวันที่ 9-11 ธ.ค. ยังสามารถลงมติวาระ 3 ก่อนช่วงปีใหม่ได้อยู่ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าพร้อมเปิดประชุมสมัยวิสามัญให้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การพิจารณาของกรรมาธิการเดินหน้าไปได้พอสมควรแล้ว ในมาตรา 256/1 ที่เป็นหัวใจของการแก้รัฐธรรมนูญได้ผ่านมติเสียงข้างมากแล้ว ส่วนมาตราอื่นคงใช้เวลาไม่มากคงเดินหน้าได้เร็วมากขึ้นคาดว่าภายในเดือน พ.ย. น่าจะแล้วเสร็จ แต่หากไม่แล้วเสร็จก็น่าจะเสร็จต้นเดือนธ.ค.
เมื่อถามว่า การตั้งคำถามประชามติจะเริ่มดำเนินการเมื่อใด นายภราดรตอบว่า เรามองว่าการตั้งคำถามประชามติควรเริ่มต้นจากรัฐสภาตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หลังการลงมติวาระ 3 ต้องมีญัตติจากรัฐสภาว่าจะมีคำถามที่ 1 อย่างไร ส่วนคำถามที่ 2 ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256(8) เพราะการแก้ไขครั้งนี้เราได้เพิ่มหมวด 15/1 เข้าไปที่ต้องให้มีการทำประชามติ และรัฐสภาต้องมีมติเพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรี เพื่อไปทำคำถามประชามติร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการนี้จะเดินหน้าไปถึงเดือน ม.ค.ปี69 ใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า “อยู่แล้ว เพราะจากไทม์ไลน์ลงมติวาระ 3 ช่วงก่อนปีใหม่ หลังเปิดปีใหม่จะส่งเรื่องมาที่ ครม.แล้วหลังจากนั้นอีก 2-3 วันก็จะประชุม ครม.เพื่อมีมติให้ทำประชามติแล้วส่งเรื่องไปที่ กกต. ช้าที่สุดไม่เกินกลางเดือน ม.ค.”
เมื่อถามว่า การทำประชามติจะทันไทม์ไลน์ของ กกต.ที่ขอเวลาเตรียมความพร้อมไว้ 75 วันหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า เมื่อสองสัปดาห์ก่อนเลขา กกต. แจ้งแล้วว่าขอเวลา 75 วันโดยย้อนจากวันที่ 29 มี.ค. 2569 ซึ่งจะตรงกับวันที่ 15 ม.ค.2569 ครม.จำเป็นต้องมีมติภายในวันดังกล่าวเพื่อส่งให้กับ กกต.
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทยโจมตีว่าสูตร 20 หยิบ 1 จะทำให้เกิดการล็อกสเปก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ นายภราดรกล่าวว่า อะไรก็ไม่ดีไปหมดหรอก จริงๆ สูตรนี้ได้มีการหารือกันนอกรอบ ตนได้อภิปรายเรื่องนี้ตามร่างของพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่วาระ 1 แต่พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชนมองว่าจะทำให้สภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นสีใดสีหนึ่ง ตนเลยยอมถอยแล้วใช้สูตรของพรรคประชาชน ในวันนั้นพรรคเพื่อไทยก็บอกว่าแบบนี้ก็พูดคุยกันได้ แล้วพยายามทำทุกอย่างให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินต่อได้
เมื่อถามว่า หากใช้สูตรนี้ต้องไปดูหลังการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ทั้งหมดทั้งสิ้นอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองต้องไปรุณรงค์กับประชาชนเพื่อให้ได้ ส.ส.มามากที่สุดเพื่อหยิบกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ให้ได้มากที่สุดจึงอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือก ส.ส. แต่เป็นการเลือกเพื่อให้หยิบ กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า คุณสมบัติคนจะมาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญจะกำหนดอย่างไร คนโดนตัดสิทธิทางการเมืองสามารถเป็นได้หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า อยู่ระหว่างการเจรจากันอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ส่วนจะได้ข้อสรุปอย่างไรค่อยว่ากันอีกที

