ด่วน! ศาลฎีกาพิพากษา เรียกเก็บภาษี ขายหุ้นชินคอร์ป จากทักษิณ 1.7 หมื่นล้าน

17.11.25 | 17:21 น.

ทักษิณอ่วม ศาลฎีกา พิพากษากลับ เรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 ล้านบาท หลังจากก่อนหน้านี้สรรพากรแพ้เจ้าตัวทั้งศาลชั้นต้น-ศาลอุทธรณ์

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ที่ศาลภาษีอากร ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีที่ นายทักษิณ ชินวัตร (โจทก์) ยื่นฟ้องกรมสรรพากร (จำเลยที่ 1), นายพงษ์ศักดิ์ เมธาพิพัฒน์ (จำเลยที่ 2), นายประภาส สนั่นศิลป์ (จำเลยที่ 3) และนายพิสิทธิ์ ศรีวรานันท์ (จำเลยที่ 4) ขอให้ศาลภาษีอากรกลางเพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) เลขที่ ภงด.12-03025250-25600328-001-00005 ลงวันที่ 28 มี.ค.2560 ที่แจ้งให้นายทักษิณจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นเงิน 1.76 หมื่นล้านบาท (ภาษี, เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม) ให้กับกรมสรรพากร

ต่อมา ศาลภาษีอากรกลางมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ภ 220/2563 คดีหมายเลขแดงที่ ภ 109/2565 ลงวันที่ 18 ก.ค.2565 พิพากษาเพิกถอนการประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฯ (ภ.ง.ด.12) เนื่องจากเจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากรมิได้ออกหมายเรียกตรวจสอบโจทก์ (นายทักษิณ) ตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากร ในฐานะตัวการ การออกหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฯ (ภ.ง.ด.12) จึงเป็นการดำเนินการโดยไม่ชอบ จากนั้นเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2566 ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีภาษีอากร มีคำพิพากษา ที่ 2819/2566 พิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลาง

โดยศาลฎีกาพิจารณาแล้ว สรุปว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่โจทก์ปกปิดการถือหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ของตนโดยให้บุคคลอื่นรวมถึงนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ถือหุ้นแทนเพราะโจทก์ประสงค์ที่จะเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองที่กฎหมายห้ามมิให้โจทก์ถือหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งทำขึ้นเพื่อ วัตถุประสงค์ที่ขาดคุณธรรมทางภาษีและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีอากร ในการจัดเก็บภาษีอากร ส่งผลให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง และแน่นอนตามเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย ทั้งเป็นธุรกรรมที่ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจนอกเหนือจากการหาประโยชน์อื่นรวมถึงภาษีเงินได้ และเป็นธุรกรรมที่ทำขึ้นเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายอย่างร้ายแรง กรณีจึงไม่มีเหตุงดและลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มแก่โจทก์ ส่วนประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลฎีกาได้พิพากษากลับยกฟ้องโจทก์ คดีที่นายทักษิณ ชินวัตร โจทก์ ยื่นฟ้องคดีทางแพ่งกรมสรรพากร จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 4 คน เรื่องภาษีอากร จึงมีผลให้นายทักษิณต้องปฏิบัติตามคำสั่งเรียกเก็บภาษีของกรมสรรพากรตามขั้นตอนกว่า 1.76 หมื่นล้านบาท

Advertisement