จุลพันธ์ ลั่น ไม่รอ หลัง สุดารัตน์ ร่วมวงกินข้าว เนวิน ลุยหาผู้สมัครใหม่ แม้เจ้าตัวไร้ชัดเจนอยู่หรือไป ถามภท. ที่ทำอยู่ปกติไหม
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ปรากฎภาพ น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ร่วมโต๊ะอาหารกับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่า เรามีการพูดคุยกันหลายครั้ง ซึ่งได้รับการยืนยันว่าจิตใจอยู่ที่นี่ มีความรักพรรคและอยากที่จะอยู่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเราจึงได้สอบถามเพื่อต้องการความชัดเจน ว่ายังมีอุดมการณ์ยึดมั่นอยู่กับพรรคและพร้อมเดินกับพวกเราอีกหรือไม่ แต่เมื่อเรารอแล้วยังไม่มีความชัดเจนทางพรรคจึงได้พิจารณาว่ามีผู้สมัครคนอื่นที่มีความเหมาะสมกว่าหรือไม่ พรรคไม่สามารถรอบุคคลได้ เราไม่ได้มีความขัดแย้ง คนเข้าออกเป็นเรื่องปกติการที่เปลี่ยนใจในการดำเนินการทางการเมืองทุกคนสามารถตัดสินใจได้ไม่ว่ากันแต่พรรคเองต้องเดินหน้าต่อ
“เราคงรอต่อไปไม่ได้รอจนถึงวันเลือกตั้งวันสมัครรับเลือกตั้ง และดูว่าใครยังอยู่ยังไปคงไม่สามารถดำเนินการเช่นนั้นได้”
ส่วนที่มี ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2 ของพรรคไปร่วมโต๊ะ รวมถึงอีกหลายคนที่ยังยังไม่ปรากฏภาพ ทางเพื่อไทยมีข้อมูลว่าใครจะไปใครจะมาหรือไม่นั้น นายจุลพันธ์กล่าวว่า ต้องมาดูกันเป็นกรณีคงจะฟังจากข่าวอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์และต้องมีการพูดคุย ในขณะนี้เราอยู่ในช่วงคัดสรรผู้สมัคร เกณฑ์ที่จะต้องใช้กับผู้สมัครทุกคนคือต้องมีความชัดเจน คนที่มีอุดมการณ์ตรงกับพรรคพร้อมที่จะเดินหน้าแข่งขันทางการเมืองมีเยอะ เราต้องดูผู้สมัครที่มีอุดมการมีแนวความคิดที่ตรงกับเราเป็นเรื่องหลักเพื่อเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง
“คำถามนี้ไม่ควรมาถามกับพวกผม อยากให้กลับไปถามกับทางพรรคภูมิใจไทยว่า กระบวนการที่ทำอยู่เป็นกระบวนการที่ปกติหรือไม่ เป็นการสนับสนุน การเติบโตของประชาธิปไตยหรือไม่ การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีสังกัดอยู่ใช้วิธีการนอกเหนือความปกติที่จะดึงดูดใจส่วนตัวผมมองว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องนัก” นายจุลพันธ์กล่าว
ส่วนหากได้รับคำชี้แจงว่า ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยมาเอง ก็เป็นไปได้เป็นถือเป็นสิ่งที่เขาจะชี้แจง คงต้องไปถามตัว ส.ส.เองด้วย คนที่ยังมีอุดมการณ์ร่วมกับพรรคยังมีอีกเยอะ เราไม่ได้มองตัวบุคคลเป็นหลักสิ่งที่พรรคกำลังทำอยู่ขณะนี้คือ ทำพรรคให้ดีที่สุด ปรับเปลี่ยนรีแบรนด์ ปรับโครงสร้าง มีนโยบายที่ตอบโจทย์กับประชาชน รวมถึงการทำงานสภา การทำงานเชิงวิชาการ เราต้องสร้างให้เกิดความเข้มแข็งแน่นอนว่าใช้เวลา เมื่อถึงเวลานั้นที่เราอยู่ในสถานะที่ดีที่สุด จะทำให้คนที่เป็นสมาชิกเกิดความมั่นใจและพร้อมเดินไปกับเราแค่นั้น
เมื่อถามว่าพื้นที่ที่มี ส.ส.แข็งแรงและย้ายพรรค จะมีการทำพื้นที่ เพื่อรักษาพื้นที่และความนิยมของพรรคอย่างไร นายจุลพันธ์กล่าวว่า ปัจจัยเหล่านี้มองได้ทุกมุมแน่นอนว่าบุคคลที่มีความแข็งในพื้นที่มีจำนวนจำกัด แต่มีมากกว่าหนึ่งแน่นอน เราหาบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เกาะติดกับประชาชนเคยทำประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนเหล่านั้น การที่เขาย้ายพรรคไปไม่ได้หมายความว่าจะนำคะแนนของพรรคไปได้ คะแนนของแฟนพรรคเพื่อไทยยังอยู่ เราต้องหาบุคคลที่มีคะแนนส่วนตัวบวกเข้ามา ยังเชื่อว่าในพื้นที่พรรคไทยมีความเข้มแข็งอยู่ หากเราคัดสรรผู้สมัครที่ดีให้ประชาชนได้พิจารณาก็มีความเชื่อมั่นว่าเราจะรักษาพื้นที่เหล่านั้นได้เหมือนเดิม

