กฤษฎีกาชี้ อสส.อุทธรณ์คดี 112 ทักษิณ ไม่ตัดสิทธิพักโทษ ราชทัณฑ์รื้อกฎรักษานอกคุก
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ว่าการอุทธรณ์ของอัยการสูงสุด คดีกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะถูกตัดสิทธิการพักโทษจากคดีสืบเนื่องจากชั้น 14 เพราะ การยื่นอุทธรณ์ไม่ใช่คำพิพากษา ถือว่ายังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีอยู่ และการขอพักโทษก็น่าจะได้ ก่อนย้ำว่าการตอบคำถามของตนเป็นการตอบที่ยังไม่ได้ดูข้อกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม นายปกรณ์ ยืนยันว่าการที่จะขอพักโทษได้ ต้องรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 หรือจำคุกมาแล้ว 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามหลักที่ต้องรับโทษ ก่อนจะขอพักโทษ และขั้นตอนการพักโทษก็ไม่มีหลักเกณฑ์การจำคุกขั้นต่ำกว่านี้แล้ว
ด้าน นพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ลงนามหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม ลงวันที่ 7 พฤศจิกายนขอให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงกฎ ระเบียบ ประกาศ หลักเกณฑ์ และแนวทาง การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ การพิจารณาการพักการลงโทษ และการกำหนดอาณาเขตในสถานที่อื่นที่มิใช่เรือนจำให้เป็นสถานที่คุมขัง เนื่องด้วยปรากฏว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ต้องขัง พบว่ากระบวนการพิจารณาและการตีความระเบียบ หลักเกณฑ์ อาจก่อให้เกิดความไม่ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน และเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความถูกต้อง ชัดเจน รอบคอบ รัดกุม โปร่งใส และเป็นไปตามหลักนิติธรรม จึงขอให้พิจารณาทบทวนปรับปรุงใน 3 ประเด็นดังกล่าว
พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า สำหรับการส่งตัวผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยไปรักษาตัวนอกเรือนจำ จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด โดยมีตนเป็นประธาน และจะเชิญคณะผู้บริหารของกรมฯ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึง ผอ.กองทัณฑวิทยา กองทัณฑปฏิบัติ กองกฎหมาย กองบริการทางการแพทย์ เป็นต้น มาร่วมเป็นคณะทำงานเพื่อศึกษาในแต่ละประเด็น ทบทวน แก้ไข และเพื่อเสนอความเห็นโดยสรุปไปยังปลัดกระทรวงยุติธรรมรับทราบ ส่วนประเด็นการพักโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุ 70 ปีขึ้นไป คณะทำงานก็คงจะต้องนำประเด็นนี้มาพิจารณาทบทวนเพื่อหาความเหมาะสมเช่นกัน

