หน้าแรก การเมือง ภคมน อัดชนนพั...

ภคมน อัดชนนพัฒฐ์ ท้าทายความเคยชิน สู้คดีเว็บพนัน บี้กล้าธรรมสอนองค์ความรู้ลูกพรรค

19.11.25 | 12:35 น.

ภคมน อัดชนนพัฒฐ์ ท้าทายความเคยชิน ขอสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เรียกร้อง ‘กล้าธรรม’ สอนองค์ความรู้นักการเมืองควรมี หลังเบี้ยวแจง กมธ.

จากกรณี นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) ระบุทางเฟซบุ๊ก ชี้แจงเหตุผลที่ไม่ไปชี้แจงคณะกรรมาธิการช่วงอาทิตย์ก่อน เพราะการตรวจสอบที่มีผลผูกพันตามกฎหมายจริงๆ คือกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอนอย่างเต็มใจ ยืนยันว่าหากผลการตรวจสอบสรุปว่ามีความผิดจริงพร้อมยุติบทบาททางการเมืองทันทีนั้น

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุถึงเรื่องนี้ว่า ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว โพสต์เฟซบุ๊กว่าเหตุที่ไม่ไปชี้แจงกรรมาธิการไม่มีเจตนาจะเลี่ยงเพราะการตรวจสอบ แต่สิ่งที่มีผลผูกพันตามกฎหมายจริงๆ คือกระบวนการยุติธรรม ซึ่งผมได้ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกหน่วยงานมาโดยตลอด และพร้อมให้ตรวจสอบในทุกมิติ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมถือว่าความโปร่งใสและการยืนอยู่บนหลักนิติธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ข้อความที่โพสต์ ชนนพัฒฐ์กำลังท้าทายกระแสสังคม ท้าทายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท้าทาย ปปง. ดิฉันไม่ใช้คำว่าหน้าด้าน คนหน้าด้านไม่ใช่แบบนี้ แต่นี่คือความท้าทายด้วยความเคยชินและเชื่อในวิถีที่ทำมาตลอด

การที่ชนนพัฒฐ์ยินดีจะให้กระบวนการยุติธรรม ซึ่งความหมายว่าตำรวจและ ปปง.คือความมั่นใจในเส้นทางที่เคยฝ่าฟันและเดินมาถึงจุดนี้ จากคนที่เคยถูกจับในคดีเว็บพนันในปี 2565 สุดท้ายตำรวจที่ทำคดีกลับคำให้การเป็นการเข้าใจผิดแล้วปล่อยตัว ข่าวลือในช่วงนั้นแว่วว่าคดีนี้ราคา 300 ล้านบาท (หลักฐานสำนวนการกลับคำมีในเพจออนไลน์หาอ่านได้) และต่อมาเขาลงเลือกตั้งในปี 2566 คนที่กล้าทำแบบนี้ เขามั่นใจคนที่เป็นแบ๊กให้ใหญ่โตคับฟ้าจริง

Advertisement
ภาพจากเฟซบุ๊ก Pukkamon Nunarnan – ภคมน ลิซ่า หนุนอนันต์

เอาละ!!! ย้อนกลับไปคำว่า “เคลียร์ได้รอบนี้ผมเป็นรัฐมนตรีแล้ว” คำนี้นัยยะตื้นมาก ไม่ต้องแปล คนไทยทั้งประเทศได้ยินคำนี้ในคลิปที่ดิฉันโพสต์ไป อมยิ้มกันทั้งประเทศในความสังเวชขององค์กรตำรวจกับโจร VIP ในประเทศไทยทั้งนั้น ถ้าอยากรอดมันต้องเคลียร์ คำนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของประเทศไทย สิ่งที่นายชนนพัฒฐ์พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่าเคลียร์ได้รอบนี้ รอบหน้าเป็นรัฐมนตรี ไม่ใช่ความเพ้อฝัน ไม่ใช่คำพูดที่เขาพูดออกมาหลังดื่มด่ำน้ำกระท่อม แต่เป็นความมั่นใจของคนที่เคยทำแล้วสำเร็จ นำพาชีวิตของชีวิตคนมืดดำต้องการฟอกตัวตะเกียกตะกายออกมามีอำนาจบารมี จนวันนี้อยู่ในจุดที่ภาคภูมิใจว่าเป็นผู้แทนนราษฎร

แม้นายชนนพัฒฐ์จะพูดติดปากว่าเป็นตัวแทนชาวคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 4 แต่เกียรติที่นายชนนพัฒฐ์ได้รับคือการเป็นผู้แทนราษฎร เงินเดือนนายชนนพัฒฐ์รับจากภาษีคนทั้งประเทศ นายชนนพัฒฐ์ไม่ใช่แค่ในเขต 4 สงขลา นายชนนพัฒฐ์คือ 1 ใน 500 รายชื่อของ ส.ส.ในสภาไทย

ดิฉันเอง ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.สมัยแรก หรือท่านประธานสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.หลายสมัย ผู้อาวุโสทางการเมืองและทุกๆ คนที่เป็นผู้แทนราษฎรก็ต้องแชร์มาตรฐานผู้แทนราษฎรของชนนพัฒฐ์แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ทราบคนอื่นอายมั้ย แต่ดิฉันอาย เราจะไม่ใช้กลไกของสภาปกป้องบ้านของเราเลยหรือคะ

การที่ออกตัวว่าไม่มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ แต่ตัวเองเป็น ส.ส.ในสภา แถมยังฝันใหญ่จะเป็นรัฐมนตรี หรือการพูดติดปากว่าเป็นตัวแทนชาวสทิงพระ สำหรับดิฉันนายชนนพัฒฐ์มีอย่างเดียวที่พาให้ถึงจุดนี้คือ “เงินและความเขลา” ความอันตรายของคนมีเงินแต่เขลาเขาจ่ายได้ทุกอย่าง

ภาพจากเฟซบุ๊ก Pukkamon Nunarnan – ภคมน ลิซ่า หนุนอนันต์

เขาเขลาถึงขนาดที่ไม่รู้ว่าหน้าที่ของตัวแทนประชาชนในการองค์กรนิติบัญญัติคืออะไร ต้องให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง

ดิฉันไม่เสียเวลาพูดกับคนไร้องค์ความรู้ในระดับที่จะเป็นผู้แทนระดับประเทศ แต่อยากเรียกร้องพรรคกล้าธรรม ต่อกระแสสังคมที่เรียกร้องเรื่องชนนพัฒน์ ถ้าเขาลงทุนไปมากแล้วถึงขนาดที่ปลดออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารไม่ได้ อย่างน้อยท่านประธานยุทธศาสตร์พรรคหนึ่งเดียวที่ดิฉันเชื่อมั่นว่าท่านมีความรู้ในวิถีการเมืองปกติ ท่านสอนองค์ความรู้ที่เขาต้องมีในฐานะนักการเมืองระดับชาติก่อนก็ได้ค่ะ

สุดท้ายดิฉันเชื่อในกระบวนการพิสูจน์ตนเอง เคารพการปกป้องสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา แต่นักการเมืองต้องมีความรับผิดรับชอบต่อประชาชน ต้องมีความละอาย แม้คุณสมบัตินี้ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตาม

สุดท้ายจริงๆ อยากบอกชนนพัฒฐ์ในฐานะคนใต้ด้วยกัน “ถ้าโม่อย่าแล้วแม๋นั่งให้เน่ง”