หน้าแรก การเมือง นายกฯ ลุยขยาย...

นายกฯ ลุยขยายผลปราบยา-ธุรกิจเทา ลั่น ตรวจสอบเจอไปถึงไหนโดนหมด 

20.11.25 | 14:12 น.

นายกฯ ลุยขยายผลปราบยา-ธุรกิจเทา ลั่น ตรวจสอบเจอไปถึงไหนโดนหมด บอกไม่มีช่วย มีแต่ช่วยซ้ำให้หนักขึ้น ชี้ ทุกองค์กรมีทั้งคนดี-ไม่ดี หนุน เจ้าหน้าที่จัดการไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการสวมสิทธิบัตรประชาชนให้กับต่างด้าว จะมีการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับสูงขึ้นหรือไม่ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล หากไปถึงไหนก็ต้องโดนหมด ส่วนรายละเอียดเรื่องค่าหัวเรียกรับ ขอให้อธิบดีกรมการปกครองชี้แจง

ส่วนที่นายกฯ ระบุว่าในรัฐบาลชุดนี้จะต้องไม่มีใครเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่ตนบอกกับพี่ๆ ตำรวจ ซึ่งถือว่าโชคดีอย่างหนึ่งที่เหมือนเพื่อนกัน คบกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก คุยกันรู้เรื่อง และเข้าใจหน้าที่กันดี และได้บอกไปว่า ถ้าหนักใจอะไรก็ขอให้ปิดชื่อไว้ก่อนเพื่อดูพฤติกรรม และถ้าหากเปิดชื่อเจอใครก็จะไม่ยกเว้น

นายอนุทินยังย้ำว่า หากใครมีข้อมูล ขอนำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเอาไปเก็บไว้ทำไม คนพวกนี้เอาไปเก็บไว้ ก็ไม่เกิดมงคลอะไรกับตัวเอง เอามาให้ตำรวจ ตำรวจจะได้ไปจับ และดำเนินคดีอย่างเต็มที่ แต่ละคนที่ได้ชื่อมาก็เอาไปขยายผล

Advertisement

เมื่อถามว่า จะเป็นการล้างบางข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าเรียกว่า ล้างบาง คำว่าล้างบางมีแต่คนที่ไม่ดี ในทุกองค์กรมีคนไม่ดีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ถือว่าเป็นส่วนน้อย ที่ทำชื่อเสียงเหม็นเน่าป่นปี้ ได้มากกว่าคนส่วนใหญ่ ดังนั้น เรื่องการปราบปรามดำเนินคดี กำจัดคนเหล่านี้ออกไปไม่ใช่เรื่องที่ยาก

เมื่อถามว่า ได้มีการขยายผลความเสียหายจากการเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การเรียกรับผลประโยชน์ของข้าราชการที่ทุจริต เราก็ดำเนินการไปแล้ว ไล่ออกจากราชการ และจับดำเนินคดี แต่เทียบไม่ได้กับคนเหล่านี้ที่ทำความเดือดร้อน ซึ่งจะต้องติดตามต่อไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เพื่อติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม

เมื่อถามว่า จากที่มีการขยายผลพบว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจสีเทานั้น นายอนุทินยอมรับว่า คนพวกนี้เกี่ยวข้องกันทั้งหมด เหมือนฝนตกขี้หมูไหลคนอะไรมาพบกัน คนที่เกี่ยวข้องกับค้ามนุษย์ การพนัน สแกมเมอร์ พนันออนไลน์ ค้าบริการทางเพศ ก็อยู่ในกลุ่มนี้ทั้งหมด เพราะมันก็ทำได้แค่นี้

นายอนุทินยังชื่นชมผู้ปฏิบัติการทุกคนที่ทำงานอย่างเต็มที่ เอานโยบายของรัฐบาลไปทำ รัฐบาลไหนให้ความมั่นใจกับเขา ว่าไปแล้วจะไม่เจอตอ เจอใครก็คนนั้นไม่มีการช่วย ช่วยดีอย่างเดียวคือช่วยซ้ำให้มันหนักยิ่งขึ้น อันนี้มีเขาจึงทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นนโยบายของตนมีความชัดเจนว่าให้ทำอย่างเต็มที่ จึงเห็นการจับกุมรายใหญ่ๆ ในทุกสัปดาห์ เพราะเราทำงานด้วยความเข้าใจ

เมื่อถามถึงนโยบายการให้สัญชาติในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย นายอนุทินระบุว่า เป็นการให้โดยหลักมนุษยธรรม

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า เป็นการเสียหน้าหรือไม่ เพราะ UNSCR ได้กล่าวชื่นชม นายอนุทินตอบว่า ไม่เสียหน้าเพราะเป็นการให้ตามหลักมนุษยธรรม เพราะคนเสียหน้าคือคนที่มาหาผลประโยชน์ในช่องโหว่ตรงนี้ นายอำเภอเสียหน้าแน่ๆ นอกจากเสียหน้า ยังเสียผู้เสียคน เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แม้ตำแหน่งสูงแต่เห็นประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก หรือพูดง่ายๆ ว่าคนที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายคือคนเหล่านี้ และสุดท้ายก็ถูกดำเนินคดีไม่พ้นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง อธิบดีกรมการปกครองมีคำสั่งให้ออกจากราชการ เพราะมีความผิดชัดเจน

“สิ่งเหล่านี้คือการสนับสนุนให้เห็นว่าทำไปเถอะ รัฐบาลอยู่ข้างหลังอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ปืน และของกลางทั้งหลายที่จับได้ ซึ่งเป็นไปได้อย่างไร ปืนจำนวนมากเหล่านี้อยู่ในบ้านคนๆ เดียว หากบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป และให้ผู้ใหญ่บ้านสามารถครอบครองอาวุธที่สามารถทำลายชีวิต สิ่งเหล่านี้เราต้องดำเนินการปราบปราม เพราะผิดกฎหมายทุกอย่าง นี่คือเหตุผลที่ตั้งแต่ผมเป็นรมว.มหาดไทย พ้นไป 3 เดือนแล้วกลับมา ผมไม่ยอมให้มีการต่ออายุทะเบียนปืน สำหรับคนทั่วไป เราต้องทำให้ประชาชนในประเทศไทยไม่ต้องถือปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายความมั่นคงเท่านั้นที่จะต้องถืออาวุธเหล่านี้ไปปราบปรามคนไม่ดี แต่ประชาชนต้องอยู่ด้วยความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องพกพาอาวุธ ซึ่งของกลางที่จับมาบอกว่าเอาไว้ป้องกันตัว มันไม่ได้ เพราะมีเยอะก็เท่ากับมีไว้เอาไปทำลายคนอื่น ข่มขู่ ซึ่งต้องปราบ และทราบข่าวว่าที่ถูกจับกุม ได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินแค่นิดเดียว 1 แสนบาท ซึ่งกลับไปผมจะทำหนังสือกราบเรียนประธานศาลฎีกา ให้พิจารณาคนที่ทำผิดแบบนี้สมควรที่จะได้รับการประกันตัวหรือไม่ แต่ผมเคารพดุลยพินิจของศาลอยู่แล้ว ซึ่งคนที่ให้ประกันอาจดูเพียงสำนวน ไม่ได้ดูจุดว่าร้ายแรงอย่างไร หากมาเห็นว่าผู้ต้องหาพกอาวุธร้ายแรงขนาดนี้เต็มบ้าน และมีพฤติกรรมไม่ดี ทำผิดกฎหมายแทบทุกอย่าง แต่พอจับได้ ก็ได้การประกันตัว ขอย้ำว่าความเคารพต่อดุลยพินิจศาลของผมมี แต่ก็ต้องทำเรื่องกราบเรียนให้ทราบว่าต้องมีวิธีอะไรหรือไม่ ซึ่งสุดแล้วแต่ความกรุณา” นายกฯ กล่าว