⦁…เครื่องร้อนขึ้นเรื่อยๆ พรรคภูมิใจไทย นอกจากในชีวิตประจำวัน จะมี ส.ส.แห่เข้าซบแล้ว จากนี้ไป ถนนทุกสายจะมุ่งไปที่ “นายกฯหนู” มากกว่าเดิม วันก่อน อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดชื่อ “แคนดิเดตนายกฯ” ของพรรคครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญก่อนพรรคอื่นๆ รายนาม 3 คน ประกอบด้วย “นายกฯหนู-เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ-ศุภจี สุธรรมพันธุ์” งานนี้ ถือว่าเป็น “บิ๊กสเต็ป” ที่ก้าวล้ำนำหน้าไปเหนือกว่าพรรคอื่นๆ ในระดับใกล้ๆ กัน อย่างพรรคประชาชน นั้นแน่นอนว่า มี “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อยู่ 1 ชื่อแล้ว แต่ชื่ออื่นๆ ยังไม่มีการเอ่ยถึง ส่วนพรรคเพื่อไทย คงจะมีคนจากครอบครัวชินวัตร รอบนี้ คงจะเป็น ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ “เอม” พินทองทา ชินวัตร ส่วนอีก 2 ชื่อ แว่วๆ อยู่หลายนาม แต่ยังไม่ได้แสดง “ความแน่นอน” ออกมา แต่เมื่อ “ภูมิฯ” ประกาศออกมาแบบนี้ พรรคอื่นๆ คงนิ่งเฉยไม่ได้
⦁…การประกาศชื่อ 3 แคนดิเดตนายกฯ “ภูมิใจไทย” ก่อนพรรคอื่นๆ เท่ากับแสดงความพร้อม สำหรับ “การเลือกตั้ง” หรือ “พร้อมยุบสภา” ที่คงจะทำให้พรรคอื่นๆ เหลียวหน้าแลหลังกันพอสมควร สำหรับรายชื่อของ “เอกนิติ-ศุภจี” ที่ประกาศเปรี้ยงออกมา ถือว่า ช่วยเสริมเครดิต-เสริมเหล็ก ให้กับชื่อของ “นายกฯหนู” ที่คะแนนจากโพลต่างๆ เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับชื่อของ “เอกนิติ” ในบทบาท “รองนายกฯ-รมว.คลัง” ถือว่า เข้ามาพร้อมกับไอเดียที่ปฏิบัติได้ทันที ในฐานะ “ผู้รู้” อาการป่วยทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยชี้มาเลยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังติดหล่ม ปล่อยไปไม่ได้อีกแล้ว ส่วนชื่อของ “ศุภจี” นั้นก็ไม่ธรรมดา เป็นความใหม่จากนักบริหารหญิง จากภาคธุรกิจที่ชื่อเสียงดี ที่ทำให้รัฐบาลเสียงข้างน้อยของ “นายกฯหนู” มีภาพของ “คนทำงาน” ที่ชัดเจน และเมื่อยกระดับบทบาท จาก “นักบริหารรับเชิญ” มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ก็ยิ่งน่าสนใจจริงๆ ว่า หลังจากรายชื่อ 3 แคนดิเดตแล้ว กระแสของภูมิใจไทยในโพล จะเป็นอย่างไรบ้าง หลังจากผลสำรวจรอบแรกๆ “พรรคประชาชน” มาแรงสุด โดยมีคนอีกมากที่ยัง “ไม่ตัดสินใจ”
⦁…รอบนี้ การเดินหมากการเมืองของ “ภูมิใจไทย” ต้องถือว่า ถูกจังหวะ-ถูกคนมาตลอด ขณะที่พรรคแชมป์เก่าอย่าง “เพื่อไทย” เผชิญสถานการณ์ไม่ธรรมดา ไหนจะกรณี “อสส.” อุทธรณ์คดี 112 ของ ทักษิณ ชินวัตร หลังจากศาลชั้นต้นยกฟ้อง และศาลฎีกาสั่งเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้าน ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ “ทักษิณชนะ-ไม่ต้องควักจ่าย” เรื่องคดีความก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ผลทางการเมือง ก็ต้องจับตาดูว่าจะส่งผลอย่างไร บรรดา “บิ๊กเนม” ที่เหนียวแน่นกับ ปชป.มาหลายรอบ ครั้งนี้ จะยังไปด้วยกันอีกหรือไม่ ถ้าเลือดไหลอีก จะกระทบต่อ “ผลลัพธ์ทางการเมือง” ที่พรรคเพื่อไทยคาดหวังแน่นอน
⦁…บทบาทของ “พรรคเพื่อไทย” ที่การเมืองกำลังจับตา คือการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในฐานะที่มีประเด็นตรวจสอบในมือ วันเปิดสภาสามัญรอบนี้ คือ 12 ธ.ค. ต้องมารอดูว่า พรรคเพื่อไทยจะรีบยื่นญัตติหรือไม่ เพื่อหวังผลทำให้ “ยุบสภา” ไม่ได้ ต้องเข้าสภาไปฟาดกันด้วยเรื่องราวต่างๆ สัก 1 ยกก่อน หรือจะดึงๆ ไปก่อน รอให้ “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่ตกลงกันว่า ได้ลงมติวาระ 3 ในช่วงเปิดสภาสมัยสามัญที่ว่าเสียก่อน แล้วค่อยยุบ เรียกว่า ห้วงต้นเดือน ธ.ค.ก่อนปีใหม่ปีนี้ มีเรื่องมีราวให้ติดตามให้ “ลุ้น” กันพอสมควร ซึ่งจะส่งผลต่อ “คะแนนนิยม” ของพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาล ขึ้นกับว่า จะมีข้อมูลและการนำเสนอที่ดุเด็ดแค่ไหน และในโอกาสคริสต์มาส 25 ธ.ค.2569 หรือวันขึ้นปีใหม่ 2569 “คนไทย” จะได้ “ของขวัญชิ้นยักษ์” จากนักการเมือง เป็น “กุญแจ” สำหรับ “การปลดล็อก-เปิดประตู” ไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่
⦁…อีกเรื่องที่ “รัฐบาลนายกฯหนู” เร่งทำงาน คือการตั้งต้น ชง “ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570” เอาไว้ก่อน โดยเริ่มตั้ง “วงเงิน” ไว้ก่อน เมื่อได้ “รัฐบาลใหม่” หลังเลือกตั้ง เม.ย.2569 จะเข้ามา “รับไม้จากตัวเอง” ทำร่าง พ.ร.บ.งบได้เลย ยิ่งถ้าพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกจริงๆ งานก็จะง่ายขึ้น และจับตา “การขยายเวลาเกษียณอายุราชการ” ของ “ข้าราชการ” จาก 60 ปี เป็น 65 เหมือน “ศาล-อัยการ” โปรเจ็กต์นี้ รองนายกฯ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ใส่หูกระต่าย ยืนยันกระต่ายหลายขาว่า ใช้งบไม่มาก และทำได้ไม่ยาก ถ้าเสร็จก่อนยุบสภา จะมีผลอย่างมากต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล โดยเฉพาะจาก “ขรก.เกษียณ” กลุ่มก้อนใหญ่
⦁…สั่งยกเลิกไปแล้ว “ห้ามขาย-ห้ามดื่มแอลกอฮอล์” ช่วงบ่าย 14.00-17.00 น. มรดกรัฐบาลเผด็จการ สมัยรัฐประหาร 2514-2515 ที่สืบทอดกันไม่ยอมเลิก “รัฐบาลเพื่อไทย” พยายามเลิก เพื่อ “ส่งเสริมการท่องเที่ยว” แต่โดน “ยัดไส้” ในการแก้ไข “พ.ร.บ.แอลกอฮอล์” รอบล่าสุด มีผลบังคับใช้ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด “บอร์ดน้ำเมา” ที่มี รองนายกฯ โสภณ ซารัมย์ เป็นประธาน สั่งยกเลิก เพื่อให้เทศกาลปีใหม่ ไม่ต้องมีข้อจำกัดจุกจิก เป็นอันว่า “ดื่มได้-ขายได้” ในช่วง 14.00-17.00 น. แต่ต้องรอเวลาตามกระบวนการกฎหมายอีกนิด









