ผ่านแล้ว! สปท.มติ 141เสียง เห็นชอบกม.คุมสื่อฯ ครอบคลุมสื่อออนไลน์-เพจดัง

ที่ประชุมสปท.กม.คุมสื่อฯ เข้ม กมธ.ถอยตัดทิ้งใบประกอบวิชาชีพสื่อ ยันยืน เพจดังอยู่ในข่ายเป็นสื่อมวลชน

เมื่อเวลา 09.45 น.วันที่ 1 พฤษภาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่มีร.อ.ทินพันธุ์ นาคาตะ ประธานสปท.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ตามที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนเสนอมา โดย พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานกมธ.ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน ชี้แจงว่า เนื้อหาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว กมธ.รับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน และเมื่อเช้าวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้นัดประชุมกมธ.นัดพิเศษ เพื่อฟังข้อคัดค้านจากสื่อมวลชน กรณีที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และมีมติเสียงข้างมากว่า จะขอปรับเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นใบรับรองวิชาชีพที่ออกให้โดยองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ดังนั้น จึงไม่มีบทลงโทษจำคุกและปรับสื่อมวลชนและเจ้าของสื่อตามมาตรา 91 และ 92 อยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม กมธ.ยังเห็นควรให้มีสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติเพื่อส่งเสริมจริยธรรมวิชาชีพ และส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองในทุกขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ 15 คน แต่ได้ปรับลดโควตาตัวแทนคณะกรรมการฯจากภาครัฐจาก 4 คน เหลือ 2 คน และเพิ่มโควตาให้มีคณะกรรมการฯที่เป็นตัวแทนจากสื่อเพิ่มเป็น 7 คน

ขณะที่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการฯชี้แจงว่า กมธ.ยอมแก้ไขตัดมาตรา 91 และ 92 เรื่องบทลงโทษสื่อมวลชนที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทิ้งไปตามข้อห่วงใยของสื่อมวลชน โดยจะเปลี่ยนจากใบประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน เป็นใบรับรองที่จะให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นผู้ออกใบรับรองให้ ส่วนคำนิยาม “สื่อมวลชน”ตามร่างกฎหมายฉบับนี้ จะครอบคลุมไปถึงสื่อออนไลน์ เจ้าของเพจที่มีแฟนเพจติดตามเป็นหมื่นๆคนด้วย เพราะกลุ่มเหล่านี้ถือเป็นทั้งนักข่าว และบรรณาธิการ แต่ไม่มีสังกัด แม้จะอ้างว่า ไม่มีรายได้เป็นค่าตอบแทนโดยตรงจากงานที่ทำ แต่มีรายได้ทางอ้อมเกิดขึ้นจากรายได้โฆษณาออนไลน์ เพราะมีผู้ติดตามจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องบัญญัติให้กลุ่มเหล่านี้เป็นสื่อด้วย ยืนยันกมธ.ไม่มีเจตนาควบคุม แทรกแซงสิทธิเสรีภาพสื่อ แต่ต้องการให้การติดต่อสื่อสารอยู่ภายใต้มาตรฐานจริยธรรมตามที่กฎหมายกำหนด

สปท.ยังเสียงแตก 2 ฝ่ายผลัดกันอภิปราย “หนุน-ค้าน”

จากนั้น ที่ประชุมเปิดให้สมาชิกอภิปราย โดยความเห็นแตกออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับกมธ.สื่อได้รุมคัดค้านใน 2-3 ประเด็น 1.เรื่องการให้จดทะเบียนสื่อมวลชนกับสภาวิชาชีพ 2.กรณีสภาวิชาชีพจะมีสัดส่วนตัวแทนรัฐ 2 คน มีช่องโหว่อันตรายให้รัฐแทรกแซงสื่อได้ โดยเสนอให้สื่อควบคุมกำกับดูแลกันเอง เพราะที่ผ่านมาดูแลกันเองได้ หลายกรณีได้ลงโทษสื่อมวลชนที่ขัดจริยธรรมด้วย ห้ามมีเจ้าหน้าที่หรือองค์กรของรัฐมายุ่งเกี่ยว และ 3.ท้วงติงความไม่ชัดเจนในนิยามกฎหมายที่อาจครอบคลุมเกินเลยไปถึงประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่สื่อ อย่าง นายกษิต ภิรมย์ สปท.ได้ลุกขึ้นอภิปรายถามว่า “ผมเป็นนักการเมือง หากเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ถือว่า เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนตาและต้องมีใบอนุญาติสื่อมวลชนหรือไม่” อีกทั้งยังมีสปท.อภิปรายโดยมองว่า ร่างพ.ร.บ.นี้ อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตราที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ 26- 34 -35 และมาตรา 77 จนถึงขั้นมีคนส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ขณะที่ สปท.ที่ลุกขึ้นอภิปราบไม่เห็นด้วย ให้เหตุผลว่า สื่อขาดจรรยาบรรณควบคุมกันเองไม่ได้ สื่อบางสำนักสร้างความแตกแยก บิดเบือน เสนอข่าวโจมตีรัฐบาลกระทบต่อความมั่นคง ควรมีหน่วยงานกำกับดูแล และ เห็นด้วยให้มีสัดส่วนของรัฐเข้าไปในคณะกรรมการใดๆที่ตั้งขึ้นมาดูแลจริยธรรมสื่อ

พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สปท.อภิปรายว่า สื่อเป็นคนไทยหรือไม่ ถ้าเป็นต้องยอมรับกฏหมาย อย่าเป็นไปอภิสิทธิ์ชนเพียงกลุ่มเดียว ทุกคนต้องอยู่ในกฏระเบียบอยู่ในกติกาลองไปเปรียบเทียบกับประเทศอื่นมีกฏหมายเกี่ยวกับสื่อหมด เช่น สิงค์โปร์ สื่อต้องเป็นไปตามกติกา100 เปอร์เซ็นต์ในจีนก็มี คนที่ไม่เคยได้รับผลกระทบต่อสื่อจะไม่รู้ ตนสมัยเป็นแม่ทัพภาค 2 ก็รบกับสื่อมาตลอด อย่าง กรณีของผู้ว่าแม่ฮ่องสอนสื่อก็ลงไปเรื่อยทั้งๆไม่ต้องลงก็ได้ ในอังกฤษมีเหตุระเบิดแต่ก็ไม่เห็นมีการนำภาพคนเจ็บไปลง เพราะเขาคงรู้ว่า ลงไปก็ไม่ก่อให้เกิดอะไร แต่ของไทยลงเอามัน ทั้งสื่อออนไลน์ สิ่งพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ ล้วนมีปัญหาหมด

“วันก่อนเปิดไลน์ดู พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส อดีตผบ.ตร. ไม่รู้ว่าอยากเล่นการเมืองหรือเปล่า ผมก็เคารพท่าน เป็นรุ่นพี่รุ่น7 ผมรุ่น12 อยู่ดีๆไม่รู้เป็นอะไรมาด่าทหาร ว่าทหารมีพื้นที่ใหญ่โตในเมือง ไม่มีประโยชน์ เอาหินขว้างไปในค่ายถูกหัวพลเอกหมด พูดมาทำไม ผมไม่เข้าใจ ไอ้สื่อพวกนี้จริงๆมันต้องจับไปยิงเป้า พี่เสรีนี่ ผมนี่บอกตรงๆ ผมอยากจะหาโทรศัพท์จะโทรไปด่า ไม่เคารพเหมือนพี่แล้ว ถ้าแบบนี้ ถามมาได้ว่า รถถังซื้อมาทำไม วีรบุรุษนาแก เคยรบหรือเปล่า “พล.อ.ธวัชชัย กล่าว

นายคุรุจิต นาครทรรพ สปท.อภิปรายเห็นด้วยกับร่างของกมธ.สื่อฯ เพราะสื่อควบคุมกันเองไม่ได้ จะลงโทษกันเองก็ไม่ได้จึงไร้มาตรฐาน ถูกสอนว่าสื่อมวลชนคือฐานันดรสี่ เป็นกระจกส่องสังคมซึ่งควรต้องมีสิทธิเสรีภาพ แต่ขอถามว่าสิทธิเสรีภาพที่สื่อมวลชน กดดันกมธ.สื่อฯเมื่อ 2-3 วัน มีคุณภาพหรือไม่ พอที่จะเป็นกระจกใสส่องให้สังคมอย่างแท้จริงหรือไม่ ที่ผ่านมาเวลาคนทั่วไป หน่วยงาน บริษัทห้างร้านมีเรื่อง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ลงข่าวเสียหาย ข่าวไม่จริง แล้วคนไปร้องเรียน มีคำอุปมาอุปมัยว่าแมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวัน เราจึงไม่เคยเห็นสื่อมวลชนด้วยกันเองลงโทษกันเองได้ ถ้าสื่อรักที่จะมีเสรีภาพ ก็ต้องรักที่จะมีเสรีภาพอย่างมีคุณภาพด้วย

จากนั้น พล.อ.อ.คณิต ชี้แจงว่า ตนไม่เคยถอยมากขนาดนี้มาก่อน ครั้งนี้ถอยถึง 3ครั้ง เพราะขั้นตอนอีกยาวไกล ครม.จะเอาหรือไม่ ไม่ก็ไม่รู้ แต่สิ่งต่างๆที่สมาชิกเสนอแนะทางกมธ.ก็พร้อมรับไปปรับปรุงเพื่อให้งานเดินต่อไปได้ ส่วนโควต้า 2 ปลัดที่อยู่ในคณะกรรมการวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ จะเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ให้อยู่ในวาระ 5 ปี เหมือนกับการถามคำถามพ่วงที่ให้ ส.ว.มีสิทธิเลือกนายกฯ ในเวลา 5 ปี หลังจากนั้นตัดตัวแทน 2 ปลัดออกไป โดยอาจจะเอาโควต้า นี้ไปเพิ่มในสัดส่วนของสื่อ จาก 9 เป็น 11 หรืออีกแนวทางให้ตัด 2 ตำแหน่งนี้ออก ก็จะเหลือคณะกรรมการฯ 13 คน

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ ได้เสนอว่า หากร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ ที่ประชุมสปท.ควรตั้งคณะกรรมาธิการชุดพิเศษที่มีสมาชิกสปท. คนอื่นๆไปร่วมเป็นกรรมาธิการกับ กมธ.สื่อฯ เพื่อพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาในประเด็นที่ยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่ อาทิ คณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อสารมวลชนแห่งชาติที่เห็นต่างกันว่าควรมีตัวแทนภาครัฐร่วมด้วยหรือไม่ หรือจะให้ตัวแทนภาครัฐอยู่ในวาระ 5 ปี ตามข้อเสนอของ พล.อ.อ.คณิต โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน จากนั้นจึงส่งให้ ครม.ให้ความเห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตามมีสมาชิกเห็นว่าควรแยกการลงมติเป็น 2 ครั้งคือ เห็นชอบรายงานดังกล่าวและเห็นชอบว่าควรมีการตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษหรือไม่

ต่อมา เป็นการลงมติ โดยที่ประชุมเห็นชอบกับ ร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวล พ.ศ….และร่าง พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ (ฉบับที่..) พ.ศ… ด้วยมติ 141 ต่อ 13 งดออกเสียง 17 จากนั้นที่ประชุมหารือว่า จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดพิเศษเพื่อปรับแก้เนื้อหาตามที่สมาชิกอภิปรายเสนอแนะหรือไม่ โดยที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดพิเศษด้วยมติ 88 ต่อ 67 งดออกเสียง 8 ทำให้ที่ประชุมส่งรายงานกลับให้คณะกรรมาธิการสื่อฯ พิจารณาปรับปรุงก่อนส่งให้ประธานสปท.เพื่อส่งให้ครม.ต่อไป โดยที่ประชุมสปท.ใช้เวลาการพิจารณาเกือบ 8 ชั่วโมง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon