หน้าแรก การเมือง ไผ่ ลิกค์ แถล...

ไผ่ ลิกค์ แถลงโต้ ไอซ์ รักชนก แจงธุรกิจตระกูลอู้ฟู่ ไม่เคยคิดกอบโกย พร้อมให้สอบไม่แจ้งหนี้ 5 แสน

20.11.25 | 18:20 น.

ไผ่ ลิกค์ แถลงโต้ ไอซ์ รักชนก แจงธุรกิจตระกูลอู้ฟู่ ไม่เคยคิดกอบโกย พร้อมให้สอบไม่แจ้งหนี้ 5 แสน

จากกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาโพสต์กลางดึกวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สอบถาม นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ถึงประเด็นคดีรถหรู พร้อมกับสอบถามว่า ทำไมไม่แจ้งหนี้ 5 แสนในบัญชีทรัพย์สิน อีกทั้งตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเลขาธิการพรรคเบอร์ต้นๆ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีสักที

จนกลายเป็นวิวาทะในโลกออนไลน์ หลังจากที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ไม่ยื่นจักรยานในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ทั้งที่หนังสือยิบย่อย อย่างดาบพิฆาตอสูร ยังยื่นมาจนครบ นายเรืองไกรยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ก่อนจะตรวจสอบใครควรตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของตัวเองก่อน” นั้น

ด้าน นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึง ส.ส.ไอซ์ ด้วยว่า “คุณได้บริจาคเข้าพรรค เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท ที่ไปที่มาของเงินเอามาจากไหนเพราะคุณมีเงินตอนเข้ามาเป็น ส.ส. 300,000 บาท”

อ่านข่าว 

Advertisement

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ไผ่ ลิกค์” ระบุว่า

ก่อนที่ผมจะมาชี้แจงเรื่องอื่นผมคงต้องตอบคำถามของ รักชนก ก่อน แต่มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยอยากจะพูดเพราะมันเหมือนเป็นการอวด และผมพยามอยู่แบบโลโปรไฟล์มากที่สุด

ผมมีคุณปู่คุณย่าชื่อคุณปู่วิลเลียม ลิกค์

คุณย่าบุญรอด ล่ำซำ

แล้วที่บ้านทำธุรกิจหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจัดสรร 9 โครงการใหญ่ใหญ่

โรงโม่หิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อพาร์ทเม้นท์ สถานบันเทิง ตลาดและอื่นๆ อีกมากมาย

แต่ผมยุตติบทบาทเรื่องการทำธุรกิจทั้งหมดเพื่อมาเป็น สส. รับใช้พ่อแม่พี่น้องชาวกำแพงเพชรตามรอยของคุณพ่อผมจึงไม่มีความจำเป็นต้องมากอบโกยอะไรในนี้ และไม่คิดที่ว่าจะทำงานให้รวยขึ้นจากการเป็นนักการเมือง ผมเข้าใจคนที่ตั้งคำถามผมนะว่าคุณคิดอะไรอยู่ ผมไม่ได้คิดแบบพวกคุณแน่นอนที่จะเข้า ทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ทำเพื่อประชาชน

ก่อนที่จะโพสต์เพิ่มเติม ว่า

แถลงการณ์ของ นาย ไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกำแพงเพชร

เรื่อง : การชี้แจงข้อกล่าวหา และข้อเรียกร้องการตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาคของ ส.ส. รักชนก ศรีนอก

  1. ประเด็นที่สังคมต้องได้รับคำตอบตามข้อกฎหมาย ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ประเด็นที่ผมตั้งคำถามตั้งแต่ต้นมีเพียงข้อเดียว คือ ที่มาของเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาทของ ส.ส. รักชนก ศรีนอก มีเส้นทางเงินตามกฎหมายหรือไม่ การบริจาคเงินให้พรรคการเมืองอยู่ภายใต้
  • พ.ร.ป.พรรคการเมือง
  • พ.ร.ป.ป.ป.ช.
  • และข้อกำหนดของ กกต.

ซึ่งกำหนดชัดเจนว่า เงินบริจาคต้องตรวจสอบได้ และต้องมีแหล่งที่มาชัดเจน ซึ่งจนถึงขณะนี้ ผู้ถูกตั้งคำถาม ยังไม่แสดงเอกสารทางการเงินแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงคำอธิบายเชิงวาทกรรม เช่น “เงินเดือนพอทำได้” หรือ “พรรคไม่มีทุนใหญ่” ซึ่ง ไม่ใช่คำชี้แจงที่เพียงพอต่อการตรวจสอบตามกฎหมาย และไม่อาจแทนที่ “หลักฐานเส้นทางการเงิน” ได้

ผมจึงขอย้ำว่า คำถามนี้เป็นคำถามเชิงกฎหมาย ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัว และสังคมสมควรได้รับคำตอบตามหลักฐาน ไม่ใช่ตามอารมณ์

ขอบคุณภาพจาก ไผ่ ลิกค์
  1. ความพยายามเบี่ยงประเด็นของ ส.ส. รักชนก เพื่อหลีกเลี่ยง การตรวจสอบ แทนที่จะชี้แจงเส้นทางเงินบริจาคตามกฎหมาย กลับมีการนำคดีอื่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องมาใช้เพื่อสร้างความคลุมเครือ ได้แก่
  • คดีรถหรูที่ผมไม่ได้เกี่ยวข้องและศาลยกฟ้องบุคคลที่ถูกกล่าวถึงแล้ว
  • ประเด็นส่วนตัวเมื่อหลายสิบปีก่อน
  • การตั้งข้อสงสัยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี
  • และการโจมตีด้วยถ้อยคำทางการเมืองเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของผม

ผมขอระบุอย่างชัดเจนว่า การนำคดีที่ศาลยกฟ้อง หรือคดีที่ไม่ได้เกี่ยวกับเงินบริจาคมาใช้โจมตี ไม่ใช่การตอบคำถามตามข้อเท็จจริง และเป็นการเบี่ยงประเด็นที่ตั้งใจหลีก เลี่ยงการตรวจสอบ

  1. กรณีคดีทำร้ายร่างกายเมื่อปี 2548 ถูกนำมาใช้บิดเบือนข้อกฎหมาย ผมถูกกล่าวหาว่า “ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี” จากคดีดังกล่าวซึ่งเป็น ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนทางกฎหมาย หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตีความ ได้แก่
  • สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  • คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ)
  • ศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งหมดได้วินิจฉัยตรงกันอย่างชัดเจนว่า กรณีดังกล่าว “ไม่เข้าลักษณะต้องห้าม” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีในการพิจารณาเสนอชื่อรัฐมนตรี การนำประเด็นนี้มากล่าวอ้างจึงเป็นการ บิดเบือนข้อกฎหมาย และเป็นการโจมตีเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น

ขอบคุณภาพ ไผ่ ลิกค์
  1. ประเด็นหนี้ 550,000 บาท ผมพร้อมให้ตรวจสอบเต็มรูปแบบสำหรับประเด็นเรื่องหนี้ตามคำพิพากษา 550,000 บาทนั้นผมขอยืนยันว่าผมพร้อมให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่ผมยื่นไว้ในทุกวาระ ไม่ว่าจะเป็น
  • หนี้สิน
  • รายการทรัพย์สิน
  • หรือเอกสารประกอบทั้งหมด

ผมไม่มีเหตุผลใดในการปกปิด และพร้อมพิสูจน์ด้วยเอกสารตามกฎหมายตรงกันข้าม ผู้ถูกตั้งคำถามกลับไม่ยอมเปิดเผยสเตทเมนต์หรือเส้นทางเงินจำนวน 200,000 บาทตามที่ควรทำ

  1. ข้อเรียกร้องตามหลักนิติธรรม ส.ส.รักชนก ต้องเปิดเอกสาร ให้สังคมตรวจสอบ เพื่อให้เรื่องนี้ยุติด้วยข้อกฎหมายและหลักฐานผมจึงเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ ส.ส. รักชนก ศรีนอก เปิดเผยเส้นทางเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท พร้อมสเตทเมนต์บัญชีที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะ นี่คือวิธีที่โปร่งใสที่สุด และเป็นการให้เกียรติต่อสถาบันรัฐสภาและประชาชนผู้เสียภาษี การเมืองที่ดีต้องยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ใช้วาทกรรมหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
  2. ข้อสรุปและจุดยืน ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ดังนี้
  • ผมพร้อมให้ตรวจสอบทุกประเด็นตามกฎหมาย
  • ผมไม่หลบ ไม่เลี่ยง ไม่บิดเบือน
  • ผมยืนยันให้ทุกฝ่ายอยู่ใต้กติกาเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ผมขอเรียกร้องให้ผู้ถูกตั้งคำถาม หยุดเบี่ยงประเด็น และเปิดเส้นทางเงินบริจาคต่อสังคม ประชาชนสมควรได้รับข้อเท็จจริง มากกว่าการสร้างภาพทางการเมือง ทุกคนอยากเห็นเอกสาร หลักฐานต่างๆ มากกว่า วาทกรรม และ ความโปร่งใส ต้องไม่ใช่ความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง

นี่คือจุดยืนของผม

ไผ่ ลิกค์

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จังหวัดกำแพงเพชร

ขอบคุณภาพ ไผ่ ลิกค์
ขอบคุณภาพ ไผ่ ลิกค์