ไผ่ ลิกค์ แถลงโต้ ไอซ์ รักชนก แจงธุรกิจตระกูลอู้ฟู่ ไม่เคยคิดกอบโกย พร้อมให้สอบไม่แจ้งหนี้ 5 แสน
จากกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาโพสต์กลางดึกวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สอบถาม นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ถึงประเด็นคดีรถหรู พร้อมกับสอบถามว่า ทำไมไม่แจ้งหนี้ 5 แสนในบัญชีทรัพย์สิน อีกทั้งตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเลขาธิการพรรคเบอร์ต้นๆ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีสักที
จนกลายเป็นวิวาทะในโลกออนไลน์ หลังจากที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ไม่ยื่นจักรยานในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ทั้งที่หนังสือยิบย่อย อย่างดาบพิฆาตอสูร ยังยื่นมาจนครบ นายเรืองไกรยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ก่อนจะตรวจสอบใครควรตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของตัวเองก่อน” นั้น
ด้าน นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามถึง ส.ส.ไอซ์ ด้วยว่า “คุณได้บริจาคเข้าพรรค เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท ที่ไปที่มาของเงินเอามาจากไหนเพราะคุณมีเงินตอนเข้ามาเป็น ส.ส. 300,000 บาท”
อ่านข่าว
- ไอซ์ รักชนก สวน ไผ่ ลิกค์ ถามทำไมไม่แจ้งหนี้ 5 แสน สงสัยเป็นถึงเลขาพรรค แต่ไม่ได้เป็นรมต.
- ไผ่ ลิกค์ มั่นใจบริสุทธิ์ ลั่นรอเดี๋ยวจะมาแจง หลัง ‘ส.ส.ไอซ์’ สวนทำไมไม่แจ้งหนี้ 5 แสน
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ไผ่ ลิกค์” ระบุว่า
ก่อนที่ผมจะมาชี้แจงเรื่องอื่นผมคงต้องตอบคำถามของ รักชนก ก่อน แต่มันเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยอยากจะพูดเพราะมันเหมือนเป็นการอวด และผมพยามอยู่แบบโลโปรไฟล์มากที่สุด
ผมมีคุณปู่คุณย่าชื่อคุณปู่วิลเลียม ลิกค์
คุณย่าบุญรอด ล่ำซำ
แล้วที่บ้านทำธุรกิจหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจัดสรร 9 โครงการใหญ่ใหญ่
โรงโม่หิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อพาร์ทเม้นท์ สถานบันเทิง ตลาดและอื่นๆ อีกมากมาย
แต่ผมยุตติบทบาทเรื่องการทำธุรกิจทั้งหมดเพื่อมาเป็น สส. รับใช้พ่อแม่พี่น้องชาวกำแพงเพชรตามรอยของคุณพ่อผมจึงไม่มีความจำเป็นต้องมากอบโกยอะไรในนี้ และไม่คิดที่ว่าจะทำงานให้รวยขึ้นจากการเป็นนักการเมือง ผมเข้าใจคนที่ตั้งคำถามผมนะว่าคุณคิดอะไรอยู่ ผมไม่ได้คิดแบบพวกคุณแน่นอนที่จะเข้า ทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ทำเพื่อประชาชน

ก่อนที่จะโพสต์เพิ่มเติม ว่า
แถลงการณ์ของ นาย ไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกำแพงเพชร
เรื่อง : การชี้แจงข้อกล่าวหา และข้อเรียกร้องการตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาคของ ส.ส. รักชนก ศรีนอก
- ประเด็นที่สังคมต้องได้รับคำตอบตามข้อกฎหมาย ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า ประเด็นที่ผมตั้งคำถามตั้งแต่ต้นมีเพียงข้อเดียว คือ ที่มาของเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาทของ ส.ส. รักชนก ศรีนอก มีเส้นทางเงินตามกฎหมายหรือไม่ การบริจาคเงินให้พรรคการเมืองอยู่ภายใต้
- พ.ร.ป.พรรคการเมือง
- พ.ร.ป.ป.ป.ช.
- และข้อกำหนดของ กกต.
ซึ่งกำหนดชัดเจนว่า เงินบริจาคต้องตรวจสอบได้ และต้องมีแหล่งที่มาชัดเจน ซึ่งจนถึงขณะนี้ ผู้ถูกตั้งคำถาม ยังไม่แสดงเอกสารทางการเงินแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงคำอธิบายเชิงวาทกรรม เช่น “เงินเดือนพอทำได้” หรือ “พรรคไม่มีทุนใหญ่” ซึ่ง ไม่ใช่คำชี้แจงที่เพียงพอต่อการตรวจสอบตามกฎหมาย และไม่อาจแทนที่ “หลักฐานเส้นทางการเงิน” ได้
ผมจึงขอย้ำว่า คำถามนี้เป็นคำถามเชิงกฎหมาย ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัว และสังคมสมควรได้รับคำตอบตามหลักฐาน ไม่ใช่ตามอารมณ์

- ความพยายามเบี่ยงประเด็นของ ส.ส. รักชนก เพื่อหลีกเลี่ยง การตรวจสอบ แทนที่จะชี้แจงเส้นทางเงินบริจาคตามกฎหมาย กลับมีการนำคดีอื่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องมาใช้เพื่อสร้างความคลุมเครือ ได้แก่
- คดีรถหรูที่ผมไม่ได้เกี่ยวข้องและศาลยกฟ้องบุคคลที่ถูกกล่าวถึงแล้ว
- ประเด็นส่วนตัวเมื่อหลายสิบปีก่อน
- การตั้งข้อสงสัยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี
- และการโจมตีด้วยถ้อยคำทางการเมืองเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของผม
ผมขอระบุอย่างชัดเจนว่า การนำคดีที่ศาลยกฟ้อง หรือคดีที่ไม่ได้เกี่ยวกับเงินบริจาคมาใช้โจมตี ไม่ใช่การตอบคำถามตามข้อเท็จจริง และเป็นการเบี่ยงประเด็นที่ตั้งใจหลีก เลี่ยงการตรวจสอบ
- กรณีคดีทำร้ายร่างกายเมื่อปี 2548 ถูกนำมาใช้บิดเบือนข้อกฎหมาย ผมถูกกล่าวหาว่า “ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี” จากคดีดังกล่าวซึ่งเป็น ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนทางกฎหมาย หน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตีความ ได้แก่
- สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ)
- ศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งหมดได้วินิจฉัยตรงกันอย่างชัดเจนว่า กรณีดังกล่าว “ไม่เข้าลักษณะต้องห้าม” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีในการพิจารณาเสนอชื่อรัฐมนตรี การนำประเด็นนี้มากล่าวอ้างจึงเป็นการ บิดเบือนข้อกฎหมาย และเป็นการโจมตีเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น

- ประเด็นหนี้ 550,000 บาท ผมพร้อมให้ตรวจสอบเต็มรูปแบบสำหรับประเด็นเรื่องหนี้ตามคำพิพากษา 550,000 บาทนั้นผมขอยืนยันว่าผมพร้อมให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินที่ผมยื่นไว้ในทุกวาระ ไม่ว่าจะเป็น
- หนี้สิน
- รายการทรัพย์สิน
- หรือเอกสารประกอบทั้งหมด
ผมไม่มีเหตุผลใดในการปกปิด และพร้อมพิสูจน์ด้วยเอกสารตามกฎหมายตรงกันข้าม ผู้ถูกตั้งคำถามกลับไม่ยอมเปิดเผยสเตทเมนต์หรือเส้นทางเงินจำนวน 200,000 บาทตามที่ควรทำ
- ข้อเรียกร้องตามหลักนิติธรรม ส.ส.รักชนก ต้องเปิดเอกสาร ให้สังคมตรวจสอบ เพื่อให้เรื่องนี้ยุติด้วยข้อกฎหมายและหลักฐานผมจึงเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ ส.ส. รักชนก ศรีนอก เปิดเผยเส้นทางเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท พร้อมสเตทเมนต์บัญชีที่เกี่ยวข้องต่อสาธารณะ นี่คือวิธีที่โปร่งใสที่สุด และเป็นการให้เกียรติต่อสถาบันรัฐสภาและประชาชนผู้เสียภาษี การเมืองที่ดีต้องยืนอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่ใช้วาทกรรมหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
- ข้อสรุปและจุดยืน ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ดังนี้
- ผมพร้อมให้ตรวจสอบทุกประเด็นตามกฎหมาย
- ผมไม่หลบ ไม่เลี่ยง ไม่บิดเบือน
- ผมยืนยันให้ทุกฝ่ายอยู่ใต้กติกาเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ผมขอเรียกร้องให้ผู้ถูกตั้งคำถาม หยุดเบี่ยงประเด็น และเปิดเส้นทางเงินบริจาคต่อสังคม ประชาชนสมควรได้รับข้อเท็จจริง มากกว่าการสร้างภาพทางการเมือง ทุกคนอยากเห็นเอกสาร หลักฐานต่างๆ มากกว่า วาทกรรม และ ความโปร่งใส ต้องไม่ใช่ความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง
นี่คือจุดยืนของผม
ไผ่ ลิกค์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
จังหวัดกำแพงเพชร



