หน้าแรก การเมือง อนุทิน ฮึ่มซั...

อนุทิน ฮึ่มซักฟอก ยุบสภาแน่ แต่อะไรไม่เสร็จก็ไปว่าคนนั้น ปลื้มคนละครึ่ง รับลอกบิ๊กตู่

20.11.25 | 18:59 น.

อนุทิน ฮึ่มซักฟอก ยุบสภาแน่ แต่อะไรไม่เสร็จก็ไปว่าคนนั้น ปลื้มคนละครึ่ง รับลอกบิ๊กตู่

 

เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่ห้องฉัตราบอลรูม 1-2 โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ ถนนพระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Change for the Future” ในงานสัมมนา “PRACHACHAT OUTLOOK THAILAND 2026 : ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ” โดยตอนหนึ่งระบุว่า วันนี้เศรษฐกิจของเรากำลังเดินไปข้างหน้า ในเรื่องการค้าการลงทุนกำลังเผชิญ ปัญหาด้าน ขีดความสามารถ รวมถึงโครงสร้างประชากรที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ซึ่งเราก็ต้องปรับเรื่องการเกษียณอายุราชการ ที่ต้องทำเป็นขั้นบันได ให้เข้ารูปเข้ารอยไม่ต้องไปกังวล

โดยรัฐบาลนี้มีเวลาแค่ 4 เดือนก็ต้องรู้ว่าตรงไหนที่สามารถเปลี่ยนได้และมีมติได้ภายใน 4 เดือนก็ต้องทำ เรามีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายที่รู้เรื่องกฎหมายเป็นอย่างดี หากอยู่สี่เดือนก็สามารถทำได้ แต่หากอยู่ไม่ถึงก็ทิ้งเอาไว้ให้คนอื่นทำต่อได้โดยไม่สงวนลิขสิทธิ์ใดๆ อย่างเรื่องคนละครึ่งพลัส ที่คนวิจารณ์ว่าเป็นนโยบายสมัยลุงตู่ ตนก็ถามว่าทำไม เพราะลุงตู่ก็นายผม เมื่อทำมาแล้ว ก็ทำต่อ ตนไปลอกข้อสอบ และใส่คำว่าพลัสเข้าไป พร้อมระบุว่า ตั้งแต่เข้ามาการเมืองโดนด่าหมด ยกเว้นคนละครึ่งพลัส เดินไปไหนคนชมหมด ดังนั้นเราต้องเป็นคนหัวแข็ง ต้องยืดหยุ่น อะไรที่คิดแล้วเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ต้องทำไป

“ส่วนเรื่องการเมือง ไม่ต้องไปฟัง เพราะไม่นานผมก็ยุบสภาแล้วจะคืนอำนาจให้กับประชาชน ตอนนี้ตัวเลือกไม่เยอะ ขอให้ดูว่าพรรคไหนที่มีการเมืองที่ดีแล้วต้องมี การปฏิบัติที่ดีด้วย และต้องดูด้วยว่ามีความรู้มากพอที่จะปฏิบัติและความกล้าพอที่จะทำ หรือไม่มีความเก่งพอและบารมีที่จะแสวงหาความร่วมมือหรือไม่ ซึ่งคิดว่าผมมีพอสมควร และเรื่องเหล่านี้ทุกคนต้องช่วยกันเพราะปีหน้าอย่างไรก็ต้องเลือกตั้ง เพราะสภาพการเมืองที่ดำรงมาจนถึงจุดนี้ต้องยอมรับตรงตรงว่าไปต่อไม่ได้ เพราะรัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะอภิปรายไปก็แพ้ และต้นก็ยังว่า 31 มกราคมจะยุบสภาแตกหักรอไม่ไหว จะให้ยกวันที่ 12 ธันวาคม ตนก็พร้อมหยุด

Advertisement

แต่หากมีอะไรที่ทำไว้แล้วไม่เสร็จหลายอย่างก็ต้องไปเบลม (ตำหนิ) คนนั้น มาว่าตนไม่ได้ ซึ่งตนมองว่าต่อให้อภิปรายดีหรืออภิปรายห่วย หรือตอบโต้ดีแค่ไหน รัฐบาลก็แพ้เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะไม่มีทางวินวิน วันนี้ตนไม่ได้ให้วินวินกับทางการเมืองแต่อยากให้วินวินกับประชาชน

ทั้งนี้ ตนก็เชื่อว่าพรรคของตนมีนโยบายดีๆ ที่จะไปว่ากันในสนามเลือกตั้ง ของใกล้ชิดกับการเมืองและใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเพราะปีหน้าเป็นปีที่สำคัญ หากตัดสินใจถูกประเทศไทยก็ก้าวกระโดด เร็วและรุนแรง เพราะตอนนี้เรากลับเข้ามาสู่เรดาร์ได้แล้ว ทุกประเทศให้ความสำคัญและให้ความสนใจ ขณะรู้ว่านายกฯคนนี้อยู่แค่สี่เดือนยังให้เวลาพบ แต่เขาเชื่อว่าสิ่งที่เราทำไว้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแต่ทำเพื่อวางรากฐาน ว่าไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาต้องยกรากฐานตัวนี้แล้วนำไปทำต่อเพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะจะปากดีปากเสียอย่างไรตนเชื่อว่าส่วนลึกๆ ของทุกคนก็ต้องการทำประโยชน์ให้กับประเทศและพี่น้องประชาชน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนยังต้องเคารพซึ่งกันและกันอยู่

ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คำว่าปรับเปลี่ยนและไปต่อเป็นสัจธรรมที่เกิดขึ้นกับคนทุกคนโดยเฉพาะคนที่มีหน้าที่ในการบริหารบ้านเมือง