ปลัด กห.ลงพื้นที่สุรินทร์-ศรีสะเกษ-อุบลฯ ส่งต่อความห่วงใยและสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทและเสียสละ
เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่กองกำลังสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ รับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานของกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ในการเตรียมกำลังและการใช้กำลังเผชิญภัยคุกคามตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งความต้องการรับการสนับสนุนของ กกล.สุรนารี
ทาง กกล.สุรนารี ได้รับทราบนโบายของ รมว.กลาโหม และแนวทางการดำเนินการสนับสนุนของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของชาติ และความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดน โดยให้ความสำคัญต่อสวัสดิภาพของกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทและเสียสละ
จากนั้น ปลัดกระทรวงกลาโหมเดินทางไปตรวจภูมิประเทศที่ฐานปฏิบัติการสามแยก (ฉก.2) อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และฐานปฏิบัติการอินทุมาน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ
นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เหยียบกับระเบิด ที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้กำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ พร้อมรับฟังอาการบาดเจ็บและการดูแลรักษาจากทีมแพทย์อย่างละเอียด

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทน รมว.กลาโหม ได้มอบ “เหรียญบางระจัน” เพื่อเชิดชูเกียรติทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 4 นาย ได้แก่ 1.จ.ส.อ.เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ตำแหน่ง ผบ.มว.ปล. ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวาขาด 2.พลทหารวชิระ พันธะนา พลกระสุนที่ 2 ได้รับบาดเจ็บจากแรงอัดระเบิด 3.พลทหารอภิรักษ์ ศรีชมไชย พลยิง M203 ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดเข้าที่น่องขวา 2 แผล และ 4.พลทหารอนุชา สุจารี พลปืนเล็ก ได้รับบาดเจ็บจากฝุ่นหรือสารเคมีจากระเบิดเข้าดวงตา
ปลัดกระทรวงกลาโหมได้กล่าวแสดงความชื่นชมในความกล้าหาญและเสียสละของทหารทั้ง 4 นาย พร้อมยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมให้ความสำคัญสูงสุดต่อการดูแลสวัสดิภาพของกำลังพล และจะสนับสนุนการรักษาและการฟื้นฟูอย่างเต็มที่เพื่อให้กำลังพลทุกนายได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของผู้บังคับบัญชาที่มีต่อกำลังพล และตอกย้ำความมุ่งมั่นของกระทรวงกลาโหมในการดูแลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยอย่างสุดความสามารถ





