หน้าแรก การเมือง ชลน่าน อัดอนุ...

ชลน่าน อัดอนุทินขู่ฝ่ายค้าน จ่อยุบสภาหนีซักฟอก ชี้มีโอกาสยืดเวลายื่นญัตติ ถ้าแก้สูตรเลือกกมธ.

21.11.25 | 12:44 น.

‘หมอชลน่าน’ ชี้ ‘อนุทิน’ ท้ายทาย-ขู่ ‘ฝ่ายค้าน’ จะยุบสภา 12 ธ.ค. แย้มมีโอกาสพิจารณายืดเวลายื่นซักฟอก หากทบทวน-แก้ไข สูตรเลือก กมธ.ร่าง รธน.ได้ แต่หากไม่เป็นไปตามต้องการ พร้อมล้มกระดานแก้ รธน. ก่อนโหตวาระ 3 ทันที ยันทั้งแก้รัฐธรรมนูญ-อภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องไปด้วยกัน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ตัดสินใจเตรียมยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค.ว่า เป็นการท้าทายและขู่ฝ่ายค้านที่เตรียมยื่นญัตติเพื่อขออภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ซึ่งมีนัยส่งถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เนื่องจากนายกฯบอกว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นให้ไปรับผิดชอบกันเอง อย่าโทษนายกฯ เท่ากับเอาร่างรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกัน

เมื่อถามถึงท่าทีของพรรคเพื่อไทยต่อเรื่องดังกล่าวที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จและต้องยื่นญัตติซักฟอกด้วย นพ.ชลน่านกล่าวว่า การยื่นซักฟอกเพื่อตรวจสอบรัฐบาลเป็นหน้าที่ของพรรคเพื่อไทยที่ให้ความสำคัญ ตามที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมรัฐธรรม ให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาดีที่สุด เน้นการเป็นประชาธิปไตยภายใต้การมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ยึดติดฝ่ายใด หรือฝ่ายใดมาชี้นำ หรือครอบงำได้ เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น ทั้ง 2 ประเด็นนั้น พรรคเพื่อไทยอยากได้ทั้งคู่

“ขณะนี้มีประเด็นที่ต้องพิจารณาคือเนื้อหาของการแก้รัฐธรรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ หากไม่สามารถไปสู่ความคาดหวังได้ โดยเฉพาะที่มาของ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ ที่พบว่าเสียงข้างมากถูกครอบงำจากสีใดสีหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้การจัดทำรัฐธรรมนูญไม่สามารถได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดและดีกว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้ จึงเป็นความชอบธรรมที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หลังการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ในวาระสองแล้วเสร็จ” นพ.ชลน่านกล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า หากเนื้อหาพอรับได้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะทบทวนเรื่องเวลายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ คือ หลังโหวตร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ในวาระ 3 นพ.ชลน่านกล่าวว่า ขณะนี้ กมธ.พิจารณาเนื้อหาครบทุกมาตรา แต่ยังรอพิจารณาไว้ 16 มาตรา ซึ่งเป็นบทประกอบเท่านั้น แต่บทหลักผ่านไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่มาของ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน ที่กำหนดที่มา จากการสมัครและมี 100 คนรับรอง เหมือนจะเปิดให้มีส่วนร่วม แต่ประเด็นดังกล่าวจัดตั้งได้ ผ่านกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองที่มีสมาชิก ซึ่งสามารถกำหนดตัวได้มาตั้งแต่การสมัคร ส่วนสูตร 20 หยิบ 1 นั้นตอบได้ทันทีว่าจะทำให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญเป็นของเสียงข้างมากของรัฐสภาสมัยหน้าแน่นอน เพราะสูตรดังกล่าวกำหนดให้เป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองเสียงข้างมาก

“เช่น รัฐสภาสมัยหน้า คาดการณ์จากสีใดมีเสียงข้างมากในรัฐสภา คือมี ส.ว.คาดการณ์ว่ามี 160 เสียง ขณะที่การรวมตัวเป็นรัฐบาล แนวโน้มเห็นได้ว่าสีใดจะเป็นรัฐบาล หากสามารถรวมพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลเสียงข้างมาก ซึ่งผมเชื่อว่าจะรวมได้ 320 เสียง เมื่อรวมกับ ส.ว.จะได้ 480 เสียง เท่ากับว่าจะได้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ 24 คน จาก 35 คน ถือเป็นเสียงข้างมากเด็ดขาด ดังนั้น จึงเป็นความยากที่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นไปตามคาดหวัง” นพ.ชลน่านกล่าว

นพ.ชลน่านกล่าวว่า การประชุม กมธ.วันนี้ (21 พ.ย.) ตนจะเสนอให้ทบทวนเนื้อหา ทั้งการตัดส่วนที่ให้ประชาชน 100 คนรับรอง ซึ่งเป็นการปิดกั้นผู้สมัครอิสระ เพื่อเปิดให้มีตัวเลือกมากขึ้น และประเด็นการกันไม่ให้จัดตั้ง จะเสนอให้กำหนดสัดส่วนไว้ เช่น รายพื้นที่ 20 ที่ใช้เกณฑ์รายภาค ตามความเชี่ยวชาญอาชีพต่างๆ แม้จะมีการจัดตั้งแต่ส่วนหนึ่ง มั่นใจว่ามีตัวแทนกระจายไม่ใช่หยิบคนของตัวเองได้

นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า สำหรับวิธีเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันเสียงข้างมากครอบงำ ตนเสนอวิธีให้ใช้เห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่าย โดย กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ ต้องได้เสียงเห็นด้วยจากฝ่ายค้าน 20% และเสียงส.ว. 1 ใน 5 ด้วย ทั้งนี้ หากใช้สูตร 20 หยิบ 1 จะหนีจากการจัดตั้ง ชี้นำ และครอบงำไม่ได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้แก้ไขทั้งในชั้น กมธ. และในวาระ 2 ต่อที่ประชุมรัฐสภา

“จากที่เสนอไปแล้ว และเท่าที่ฟัง หลายฝ่ายพยายามคัดค้าน แต่ กมธ.ของเพื่อไทยพยายามเรียกร้องสิทธิ แต่การให้ทบทวนหรือไม่ขึ้นอยู่กับมติเสียงข้างมากและความเป็นเหตุเป็นผลความไม่สมบูรณ์ของตัวร่าง หากเห็นว่าวิธีที่ผมเสนอ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญต้องได้รับฉันทามติและเห็นร่วมจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง อาจจะเอาด้วยเพราะพรรคประชาชนอยากได้แบบนั้น ส่วนพรรคเพื่อไทยก็อยากได้ พรรคประชาชนอาจจะเอาด้วยก็ได้ หากเห็นเป็นประโยชน์ อาจทบทวนขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระ” นพ.ชลน่านกล่าว

เมื่อถามว่า หากมีการทบทวนและแก้ไขตามประเด็นที่เสนอได้ จะพิจารณายืดเวลายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เป็นข้อพิจารณา เพราะพรรคเพื่อไทยมีวัตถุประสงค์อยากได้ทั้งสองอย่าง ไม่ผูกมัด แต่ไปด้วยกันได้

ต่อข้อถามว่า พรรคประชาชนพยายามเสนอเพื่อไม่ให้ผู้ร่างถูกกินรวบ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยอมรับว่ากินรวบไม่ได้ หากเทียบกับการใช้เสียงข้างมากลงมติ แต่วิธี 20 หยิบ 1 จะมีเสียงข้างน้อยได้บ้าง เพื่อทัดทานเท่านั้น แต่สุดท้ายเสียงข้างมากจะกำกับและกำหนดได้ เพราะใช้มติตัดสิน

เมื่อถามย้ำว่า เท่ากับว่าจะเปิดช่องฟอกขาวทำได้ แต่เนื้อในไม่ใช่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าาว่า เป็นความกังวล แต่ในชั้นการพิจารณาต้องติดตาม เพราะสิ่งที่พูดคือทิศทางจะเกิดแต่อาจไม่เกิดก็ได้ เพราะ กมธ.ที่เลือกมาอาจตั้งใจทำรัฐธรรมนูญจริง โดยไม่เอาการเมืองหรือผลประโยชน์การเมืองมาเกี่ยวข้อง