‘ธเนศวร์’ เผยข่าวลือวงใน ‘กลัวชัชชาติดังเกิน’ ‘โรคเลือกตั้งผู้ว่าฯ’ จะลามจังหวัดอื่น – ขอ ประนีประนอมได้ไหม? ‘เลือกผู้ว่าฯ จังหวัดเล็ก’
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ห้อง 201 อาคารศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กลุ่มท้องถิ่นศึกษา คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี ร่วมกับ Creative Urban Solutions Center-CUSC สนับสนุนโดย มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประเทศไทย จัดเวทีเสวนา “สี่ปีขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สู่การเปลี่ยนผ่าน: เวทีวิชาการและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการกระจายอำนาจท้องถิ่น”
เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการกระจายอำนาจของไทย ถอดบทเรียน 4 ปีหลังการเลือกตั้งปี 2564 ก้าวสู่การเลือกตั้งรอบใหม่ในเดือนมกราคม 2569 ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ ภายใต้บริบทการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง อบต. คือหัวใจ ของการปกครองท้องถิ่นระดับฐานราก ที่ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนในชนบท ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงเศรษฐกิจชุมชน
โดยไฮไลต์ได้แก่ วงเสวนา “4 ปีขององค์การบริหารส่วนตำบลกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของการกระจายอำนาจ” โดย นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.เขต 1 นครราชสีมา พรรคประชาชน, นายพงศธร กันทวงค์ กลุ่มเยาวชนอีสานเพื่อการเปลี่ยนแปลง , ร่วมแลกเปลี่ยนและดำเนินรายการโดย ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการอิสระ (Creative Urban Solutions Center – CUSC) และ ดร.ศิรินท์ภัทรา สถาพรวงศ์ สมาชิกกลุ่มท้องถิ่นศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ในตอนหนึ่ง ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง กล่าวถึงปัญหาในเชิงพื้นที่ ซึ่งมีเรื่องของอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องของต้นไม้ที่ลดลง จากการที่หมู่บ้านจัดสรรเข้าไปตั้งพัฒนาโครงการ โดยมีการเจาะรูตอนกลางคืนแล้วเจาะรูหยอดดินประสิวลงไป ทำให้ต้นยางเป็นจำนวนมากล้มตาย ซึ่งเมื่อแจ้งไปยัง กรมทางหลวง หน่วยงานรัฐก็ทำเพียงตัดต้นยางไปขาย ซึ่งลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นทั้งหน้าบ้านประชาชนและตลาด ทำให้ต้นยางแทบไม่เหลือในจังหวัด
อย่างกรณีบ้านของตนในปัจจุบัน ต้นประดู่ ไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียว มีแค่หญ้าคาสองข้างทาง ทำให้อากาศร้อนมากเนื่องจากถนนไม่มีต้นไม้ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ การปกครองส่วนท้องถิ่น
จากนั้น ศ.ดร.ธเนศวร์ ยกตัวอย่าง ‘เยอรมนี’ ที่มีการพัฒนาการกระจายอำนาจได้อย่างยอดเยี่ยม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ‘ญี่ปุ่น’ ก็มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯญี่ปุ่น จากนั้น ‘เกาหลี’ ก็ตามรอยในปี 2535 จนในปัจจุบันนี้ เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยเริ่มรณรงค์ เลือกตั้งผู้ว่าฯ ตั้งแต่ปี 2534 แต่ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง
“จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้สักจังหวัด ญี่ปุ่นไปแล้ว เกาหลีไปแล้ว หรืออย่าง 3-4 ปีก่อนใกล้บ้านเรา อินโดนีเซียเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั้งประเทศไปหมดแล้ว เรานี่เรียกร้องกันดีเหลือเกิน จนถึงวันนี้ยังไม่มีสักจังหวัดที่ได้ นอกจากกรุงเทพมหานคร เท่านั้น” ศ.ดร.ธเนศวร์ชี้

ศ.ดร.ธเนศวร์กล่าวด้วยว่า ยังมีข่าวลือวงในอีกด้วยว่า เห็นคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เก่งมากนัก ก็มีการเซาะ เลื่อย ตัดอำนาจนั้นอำนาจนี้ ดังนั้น กทม.จึงไม่ค่อยมีบทบาทเท่าใดนัก
“เพราะว่ากลัว พวก กทม.จะดังเกินไป แล้วโรคเลือกตั้งผู้ว่าฯ จะลามไปจังหวัดอื่น แล้วอยากมีบ้าง”
“เราก็ต้องรณรงค์ใหม่ ขอเรียน ส.ส.ดังๆ ให้ได้ยินตรงนี้เลยว่า ถ้าเรียกร้องเลือกตั้งผู้ว่าฯ แบบพรรคการเมืองบางพรรค ให้มีเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เอาน่า ผมเสนอแบบประนีประนอม เอาบางจังหวัดได้ไหม? ถ้าจังหวัดใหญ่แบบโคราช พิษณุโลก นครสวรรค์ สงขลา ขอนแก่น โคราช ภูเก็ต ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเอาจังหวัดอื่นได้ไหม เล็กๆ เช่น จ.ลพบุรี ชัยภูมิ อ่างทอง จังหวัดเล็กๆ ที่ถูกมองว่าไม่ค่อยมีความหมายอะไร” ศ.ดร.ธเนศวร์กล่าว และว่า
หรือสรุปแล้วเราขออะไรก็ไม่ได้สักอย่าง ซึ่งมีหลายคนเดาว่า ไม่ให้สักจังหวัดเดียว เพราะว่าพอจังหวัดนี้ขึ้นมา เดี๋ยวจังหวัดอื่นก็จะอยากตามบ้าง
ศ.ดร.ธเนศวร์กล่าวต่อว่า ตอนนี้หลายคนกำลังรอดูสถานการณ์อยู่ อบจ.หนึ่งเดียวของประเทศไทย อย่าง อบจ.ลำพูน มีพรรคหนึ่งชนะการเลือกตั้ง ซึ่งเคยสมัครหลายจังหวัดไม่ได้ แต่มาได้จังหวัดนี้ที่เดียว ตอนนี้รอดูอยู่ว่า น้ำฟรี รถเมล์ฟรี จะเป็นอย่างไรบ้าง
“หลายฝ่ายได้ยินมาว่า มีความพยายามทุกทางที่จะคุมไม่ให้ อบจ.นี้ ดังเกินไป เดี๋ยวจะสะเทือนจังหวัดอื่น แต่ประเด็นที่ผมอยากกล่าวถึงคือ อบจ. อาจจะทำเปเปอร์กันมาเรียบร้อยแล้ว

เรื่องแรกคือ มันไม่เกิดการริเริ่มจากรากหญ้า หรือท้องถิ่น แต่เกิดจากการไปเห็นการปกครองท้องถิ่นของอังกฤษดีมาก จึงเกิดการตั้ง ‘สุขาภิบาล’ ที่แปลว่า อภิบาล หรือเยียวยาทำให้เกิดความสุข ซึ่งความหมายเท่มาก ตอนนี้สุขาภิบาลไม่มีเหลือแล้ว เป็น ‘เทศบาล’ ที่แปลว่า อนุบาล เยียวยาให้ท้องถิ่นดีขึ้น” ศ.ดร.ธเนศวร์กล่าว
ในตอนหนึ่ง ศ.ดร.ธเนศวร์กล่าวด้วยว่า วันนี้โลกเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่มีบทบาทมากขึ้น พวกคุณคืออนาคตของประเทศนี้ ไม่ว่าจะมีใครขัดขวางอย่างไรก็ตาม มันต้านไม่ได้แล้ว คนสมัยใหม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นบทบาทของท้องถิ่นที่มันดีขึ้น ซึ่งตนเชื่อว่า จังหวัดไหนที่ตอนนี้สามารถเนรมิตให้ถนนทั้งสองข้างเขียวไปด้วยต้นไม้ได้ จะได้รับการยอมรับ
“ผมรับรองดังแน่นอน ท่านคิดดู แค่เอาห่าน 5 ตัวมาปล่อยสวนสาธารณะ ดังสุดๆ มันสะท้อนว่าไม่ใช่แฟชั่น แต่คือความปรารถนาของผู้คนที่อยากเห็นสิ่งแวดล้อมที่ดี ใครคิดอะไรดีๆ ออกมาตอนนี้ที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ผมรับรองได้เลย ท่านดังแน่นอน อบจ. อบต. ที่มีความคิดแปลกแหวกแนวสามารถพัฒนาได้ มันจะไปได้หมด” ศ.ดร.ธเนศวร์ชี้
ศ.ดร.ธเนศวร์ยังกล่าวถึง โรงเรียนด้อยโอกาส ที่มีทั่วประเทศไทย แต่กระทรวงศึกษาธิการ เลือกที่จะไปจัดเลี้ยง ร.ร.หมอนทองวิทยา เพียงโรงเรียนเดียว ด้วยเงินนับล้านบาท ซึ่งสามารถสร้างสนามกีฬา หรือจัดซื้อฟุตบอลให้เด็กในโรงเรียนชนบทเตะฟุตบอลได้ตั้งเท่าไหร่ สิ่งนี้สะท้อนว่า ท้องถิ่นมีความรู้ ความคิด และความก้าวหน้า สอนมวยคนระดับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ตนอยากทราบว่า ใครเป็นคนคิด ให้กระทรวงศึกษาเอาหน้าเอาตากับ ร.ร.หมอนทองวิทยา

“กระจายอำนาจคือทางออกของสังคม อบต.ต้องเดินไปข้างหน้า แต่มีปัญหาหนึ่งคือ การที่ท้องถิ่น มีหลายหน่วยงานซับซ้อนอย่างมาก ท้องถิ่นล่างสุดมีทั้ง อบต. แล้วยังมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอีก ขึ้นมาถึงอำเภอ มีเทศบาล ตำบล บางแห่งแยกไปเป็นเทศบาลเมือง แล้วยังมีนายอำเภออีก ระดับจังหวัดมี นายกฯ อบจ. ซึ่งควรจะมีบทบาททำงานได้ดี มีผู้ว่าราชการจังหวัด ที่อยู่ใต้อำเภอใจของผู้มีอำนาจอีก บ้างก็ถูกสั่งย้ายหลังนั่งเป็นผู้ว่าฯ ได้ 14 วัน
คุณย้ายด้วยเหตุผลอะไร เปลี่ยนผู้บริหารจังหวัด อย่างกับเปลี่ยนผ้าอนามัย มันไม่ใช่ ต้องมีการปรับปรุงบางอย่าง” ศ.ดร.ธเนศวร์กล่าว
ศ.ดร.ธเนศวร์ชี้ว่า การพัฒนาของ อบต.ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา มีลักษณะคือ เป็นการกระจายอำนาจที่ท็อปดาวน์ลงมา ดังนั้น เลือกตั้งรอบต่อไป เราจะประเมิน อบต.อย่างไร จาก 4 ปีที่ผ่านมา เราจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้ง อบต. ที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้มีความหมายมากกว่านี้ และการเลือกตั้ง ส.ส.ในปีหน้า มีบทบาทมากขึ้น


