“ชลน่าน” ซัด “อนุทิน” เลือกยุบสภาหนีการตรวจสอบของฝ่ายค้าน หวังคุมอำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ในสนามเลือกตั้ง เหน็บมีแต่ได้กับได้ แล้วโยนบาปให้เพื่อไทยทำรัฐบาลไปต่อไม่ได้
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา กล่าวว่า จากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าอาจยุบสภาในวันที่ 12 ธันวาคม หากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 จริงตามที่ประกาศไว้ แม้จะขัดกับข้อตกลงหรือ MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน แต่เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เสียอะไร มีแต่ได้กับได้ ดังนั้นการประกาศยุบสภาอย่างชัดเจนก็มองเป็นเรื่องอื่นไม่ได้เลย นอกจากเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น เพราะการเป็นรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยมีแต่ได้ คือได้ใช้งบประมาณ ได้อำนาจบริหาร ได้จัดทัพข้าราชการรับการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นด้วย
นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากสุดท้ายพรรคภูมิใจไทยสามารถกำหนดเกมได้ ก็อาจจะผ่านให้ หากไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ก็สามารถคว่ำในวาระ 3 ได้ การอ้างว่าที่ต้องยุบสภาเพราะปัจจัยทางการเมือง จึงเป็นข้ออ้างเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านมากกว่า รวมทั้งหากยุบสภาตอนนี้รัฐบาลจะได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง ทั้งอำนาจรัฐ กระสุนดินดำ ครอบคลุมอำนาจทุกองคาพยพ การยุบสภา จึงเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อยุติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และหนีการตรวจสอบตามกลไกของรัฐสภา ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของพรรคภูมิใจไทยมากกว่า
“การออกมายอมรับว่ามีการใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นตัวประกันทางการเมือง หากฝ่ายค้านยื่นอภิปราย นายอนุทินก็พร้อมยุบสภา การแสดงออกของนายอนุทินในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ตัวและพวกพ้องเป็นหลัก ไม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน แน่นอนว่าในสนามเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยจะหาเสียงโจมตีว่า เพราะพรรคเพื่อไทยทำให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้ และส่งผลให้ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม หรือทำโครงการเพื่อประชาชนได้ ทั้งๆ ที่นายอนุทิน รู้ดีว่าการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเสี่ยงมาก แต่ด้วยความอยากได้อำนาจเพื่อประโยชน์ตนเอง ดังนั้นเมื่อฝ่ายค้านเห็นว่าประเทศเสียหายในหลายมิติ จำต้องตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร นายอนุทินก็พร้อมยุบสภาหนีการตรวจสอบจากประชาชน พร้อมโยนบาปพรรคเพื่อไทย จึงเป็นทางเลือกที่พรรคภูมิใจไทยได้ใช้ประโยชน์ในสถานการณ์นี้” นพ.ชลน่านกล่าว

