ธรรมนัส ลุย วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ สั่ง เร่งระบายน้ำลงทะเลสาบสงขลา พร้อมตั้งโรงครัวดูแลประชาชนกว่าหมื่นชีวิต – สัตว์เลี้ยงไม่ให้ขาดอาหาร ย้ำ นายกฯอนุทิน ไม่ทอดทิ้ง ปชช.
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา หลังเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลให้มวลน้ำจากเขาคอหงส์ รวมถึงน้ำจากคลองสามสิบเมตรและคลองสายอื่นๆ ไหลเข้าท่วมถนนทุกสายใจกลางเมือง โดยเฉพาะย่านเศรษฐกิจชั้นใน ร้านค้า บ้านเรือน และชุมชนโดยรอบได้รับผลกระทบวงกว้าง

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวระหว่างการลงพื้นที่ช่วงหนึ่งว่า ขณะนี้หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์การระบายน้ำน่าจะช่วยให้สภาพความเดือดร้อนของชาวหาดใหญ่ไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้ และคาดว่าน้ำจะเริ่มลดระดับลงเรื่อยๆ ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากนายกเทศมนตรีเมืองหาดใหญ่ว่า ชาวบ้านกว่า 10,000 คนกำลังขาดแคลนอาหาร จึงได้สั่งการกรมชลประทานและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งตั้งโรงครัวช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน ต้องแล้วเสร็จภายในเย็นวันนี้

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า วันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ด้วย และจะมีการประชุมหารือร่วมกัน ส่วนตนลงมาเป็นหน่วยล่วงหน้าเพื่อดูการบริหารจัดการน้ำ โดยยืนยันว่าการระบายน้ำยังเป็นไปตามปกติ แต่เนื่องจากมีฝนตกลงมาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำยังคงท่วมหลายจุดในพื้นที่ ส่วนสภาพของโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่น โรงเรียนบ้านคลองหวะ หรือโรงเรียนทวีรัตน์ราษฎร์ ได้สั่งการไปยัง ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหาร ให้ลงมาช่วยเหลือครูอาจารย์ ผู้ปกครอง และนักเรียน ที่ได้รับผลกระทบโดยด่วนแล้ว

“รัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีอนุทิน และผมในฐานะผู้รับคำสั่งดูแลกรมชลประทาน จะเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว ในส่วนของสัตว์เลี้ยง ผมได้ประสานกรมปศุสัตว์ให้ดูแลเรื่องอาหารแล้ว ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบต้องมีข้าวกินภายในวันนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวหาดใหญ่สู้ๆ และขอยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ทอดทิ้งพวกท่านอย่างแน่นอน” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ทั้งนี้ ระหว่างการลงพื้นที่ ร.อ.ธรรมนัสได้นำเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน พร้อมรถบรรทุกสิบล้อ ลงพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวก อพยพประชาชนและผู้ป่วยจากจุดน้ำท่วมสูง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน



