หน้าแรก การเมือง ปชน. เปิดตัว ...

ปชน. เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ อุบจับมือพรรคน้ำเงิน-แดง ถ้าต้องตั้ง รบ.ผสมหลังเลือกตั้ง

24.11.25 | 06:20 น.

ปชน. เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ ‘เท้ง-ไหม-วีระยุทธ’ อุบจับมือพรรคน้ำเงิน-แดง ถ้าต้องตั้ง รบ.ผสมหลังเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดรายชื่อ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ปชน.ถึงเหตุผลในการเลือกแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 2 คน คือน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ ว่า การเลือกตําแหน่งในฝ่ายบริหารสูงสุดอย่างแคนดิเดตนายกฯ อาจใช้กระบวนการที่เรียกว่า ต้องรักษาสมดุลระหว่างกระบวนการตัดสินใจฝ่ายบริหาร และการมีส่วนร่วม

“กระบวนการที่ผ่านมา เชื่อว่าทั้ง 2 ชื่อนี้ เป็นชื่อที่ทุกคนให้การยอมรับทั้งจากสมาชิกภายในพรรค และโหวตเตอร์ของพรรคด้วย จึงเชื่อว่าการตัดสินใจตําแหน่งสําคัญๆ แบบนี้ ต้องใช้อํานาจฝ่ายบริหารระดับหนึ่ง แต่ผมเชื่อมั่นว่า ผมตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง” นายณัฐพงษ์กล่าว

เมื่อถามว่า มีการมองว่านายณัฐพงษ์ และ น.ส.ศิริกัญญา อยู่ในรายชื่อคดี 44 ส.ส.มีเพียงนายวีระยุทธเท่านั้นที่ไม่อยู่ จะบริหารจัดการอย่างไร เพื่อไม่ให้การเรียงลําดับมีปัญหา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องคดี 44 ส.ส.อยู่นอกเหนือการควบคุม เชื่อว่าการที่พวกเราลงชื่อในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นการใช้อํานาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในฐานะ ส.ส.แต่หากประเมินเช่นนี้ พวกเราตัดสินใจในการเลือกแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนดูตามความเหมาะสม ความรู้ ความสามารถ ส่วนการประเมินความเสี่ยงทางการเมือง ก็ประเมินไปด้วย แต่ยังเชื่อว่าพวกเราบริสุทธิ์ยุติธรรมเรื่องการแก้ไขกฎหมายที่ผ่านมา จึงไม่ได้เลือก 1 หรือ 2 ท่านที่อยู่ข้างตน ด้วยการที่พยายามหลบเลี่ยงประเด็นทางการเมือง

“เมื่อถึงวันนั้น หากมีคําตัดสินออกมาจริงๆ ซึ่งผม และ น.ส.ศิริกัญญาอยู่ในคดีนี้ หากมีอุบัติเหตุทางการเมือง เราก็พร้อมที่จะไปต่อ ผมเชื่อว่าทีมงานของพรรคประชาชนทุกคนในขณะนี้ ยังมีบุคลากรที่มีความสามารถในการทําหน้าที่อยู่” นายณัฐพงษ์กล่าว

Advertisement

ถามอีกว่า หากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ทั้ง 2 คนจะอยู่ในคณะรัฐมนตรีด้วยใช่หรือไม่ และจะอยู่ในกระทรวงใด นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พูดได้เต็มปากว่าต้องอยู่ในฝ่ายบริหารอยู่แล้ว แต่จะอยู่ในกระทรวงใด ขอรอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า รอบหน้าถ้าเกิดกรณีที่ต้องเป็นพรรครัฐบาลผสมแบบเลือกไม่ได้ จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องการจับมือนั้น ขอยกตัวอย่างเช่น กรณีการทูตเป็นหลัก ในขณะที่ระดับโลกเราบอกไม่จําเป็นต้องเลือกข้าง แต่เราเลือกวาระ ตนคิดเช่นนั้นเหมือนกัน จริงๆ เราเอาโจทย์สําคัญของประเทศเป็นตัวตั้ง ทุกนโยบายที่เราเสนอมาใน 2 วันนี้ หากไม่ได้เป็นพรรคการเมืองที่มีผู้สืบทอดอํานาจมาจากการปฏิวัติรัฐประหารโดยตรง หรือเป็นผู้บริหารพรรค หรือไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

ถามต่อว่า หลังผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว หวั่นใจกับอะไรมากที่สุด ระหว่างไม่สามารถจัดตั้งได้เหมือนในปี 2566 กับคดีทางการเมืองที่อาจตามมาภายหลัง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆ แล้ว เราหวั่นใจเรื่องเดียวที่น่าจะเป็นปมในใจเราตั้งแต่ปี 2566 นั่นคือการชนะเลือกตั้งแล้วไม่ได้เป็นรัฐบาล ซึ่งเราเข้าใจเงื่อนไขดีว่า รอบนี้แม้จะไม่มี สว.แล้วก็ตาม แต่การชนะแบบไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ได้การันตีว่าเราจะจัดตั้งรัฐบาลได้

น.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจว่า ทําไมเราถึงมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานเช่นนี้ ที่อยากจะได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว เพราะการที่ได้ต่ำกว่า 250 ที่นั้น แทบจะเป็น 80-90% ที่เราอาจจะเป็นฝ่ายค้านอีกครั้ง ซึ่งเราเข้าใจดีว่าประชาชนไม่อยากรออีกต่อไป ประชาชนอยากให้เราเป็นรัฐบาล เรื่องนี้เรื่องเดียวที่เรายังคงต้องทํางานอย่างแข็งขันมุ่งมั่น เพื่อให้พรรค ปชน.ได้เป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียว

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ต่อไปถึงขั้นที่นายวีระยุทธเป็นนายกฯ จริงๆ จะมั่นใจ หรือข้อกังวลใดในการก้าวเข้ารับตําแหน่งหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เรา 3 คนทํางานเป็นทีม ยืนยันว่านายณัฐพงษ์จะเป็นนายกฯ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศไทย ณ ปัจจุบันมากที่สุด เพราะเราต้องการคนที่ 1.แก้ปัญหาเป็นระบบ 2.เราต้องการเติมความเป็นดิจิทัลเข้าไป ทั้งระบบราชการไทย และ SMEs และ 3.สุดท้ายสําคัญที่สุด คือความเข้มแข็ง ความมุ่งมั่น เอาจริง ซึ่งตนยืนยันว่า นายณัฐพงษ์มีครบทั้ง 3 ข้อ