หน้าแรก การเมือง สมศักดิ์ ลงพื...

สมศักดิ์ ลงพื้นที่นนทบุรี อ้อนขอคะแนนหนุน จิรพงษ์ เข้าสภา ชูนโยบายมอเตอร์เวย์ผันน้ำลงทะเลแก้ท่วมซ้ำซาก

24.11.25 | 11:53 น.

สมศักดิ์ ลงพื้นที่นนทบุรี อ้อนขอคะแนนหนุน จิรพงษ์ เข้าสภา ชูนโยบายมอเตอร์เวย์ผันน้ำลงทะเลแก้ท่วมซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 2 ร่วมกันลงพื้นที่วัดสลักใต้และวัดพุฒิปรางค์ปราโมทย์ เขตเทศบาลบางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อพบปะพูดคุยกับประชาชน

โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้นำนายจิรพงษ์มานำเสนอให้คนนนทบุรี เพราะเป็นคนที่มีความสามารถ เคยเป็น ส.จ.มา 16 ปี ดูแลคนนนท์ตลอดมา และช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุขก็ได้นายจิรพงษ์ไปช่วยงาน โดยเฉพาะการรณรงค์ NCDs กินเป็นไม่ป่วย เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรค NCDs ช่วยประหยัดงบประมาณ เนื่องจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณ 30 บาทรักษาทุกที่ อาจจะทำให้ระบบล่มสลายนั้น มองว่าถ้าปล่อยปละละเลยไม่มีการรณรงค์การกินเป็นไม่ป่วย อาจจะทำให้คำวิจารณ์นั้นเกิดขึ้นจริง ตนจึงรณรงค์ให้ความรู้เรื่องนี้กับประชาชนและ อสม.อย่างจริงจังตั้งแต่สมัยเป็นรัฐมนตรี เพราะเชื่อว่าจะทำให้การเจ็บป่วยลดลงและลดความแออัดในโรงพยาบาล

นายสมศักดิ์ได้กล่าวถึงประเด็นทางการเมืองว่า วันนี้เรามีพรรคการเมืองที่เป็นพรรคฝ่ายค้ำคือพรรคที่เลือกพรรคสีน้ำเงินเข้าไปเป็นรัฐบาล แต่ไม่ร่วมรัฐบาลเพียงแต่ยกมือให้ ในขณะที่พรรครัฐบาลทำงานยังไม่ถึง 2 เดือน แต่กลับมีการอนุมัติงานที่ใช้งบประมาณมากมาย อย่างเรื่องของรถแข่งโมโตจีพีใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่น้ำท่วมภาคเหนือ ภาคกลาง ใช้เงินเยียวยาหลักร้อยล้านบาท แต่รถแข่งใช้เงิน 4,000 ล้านบาท รวดเร็วในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน อันไหนมีความสมเหตุสมผลมากกว่ากัน ซึ่งมีการติดตามทวงถามการใช้งบประมาณและหากมีความเสียหายเกิดขึ้นพรรคฝ่ายค้ำ จะรับผิดชอบอย่างไร ส่วนการเจรภาษีสหรัฐอเมริกา 38 % 39% ที่ลดลงมาเหลือ 19% ถูกยับยั้งไว้ โดยในสมัยของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า แต่วันนี้อาจจะเหมือนตรงข้ามก็ลองพิจารณาดูว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างไรจากการใช้วิจารณญาณของผู้บริหารประเทศ

Advertisement

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการซื้อกระแสไฟฟ้าจากภาคเอกชนราคา 2.16 บาท เป็นราคาเดิมเหมือน 5 ปีที่ผ่านมา ในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่าแพงทั้งที่ควรจะถูกลงกว่าเดิม เพราะต้นทุนค่าก่อสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์น่าจะถูกลงจากเดิมมาก และรัฐบาลนี้ดำเนินการอย่างรวดเร็วในเวลา 2 เดือน ทำให้ประชาชนใช้ค่าไฟแพง แต่ช่วงที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรัฐบาล พยายามช่วยเรื่องค่าไฟให้ถูกลงอย่างเต็มที่ ส่วนปัญหาเรื่องน้ำท่วม พรรคเพื่อไทยกำลังคิดเรื่องทำมอเตอร์เวย์น้ำ ทางตะวันออก ทางตะวันตก ลงกรุงเทพฯ เพื่อผันลงทะเลให้เร็วยิ่งขึ้น เป็นแนวทางพรรคเพื่อไทยที่จะแก้ไข กำลังทำการศึกษา อีกทั้งจะทำแนวนโยบายการแก้ไขปัญหาความยากจน ราคาพืชผลเกษตร

ด้านนายจิรพงษ์กล่าวว่า แม้ว่าการเลือกตั้งปี 2566 จะไม่สมหวังได้เข้าสภา แต่การเป็น ส.จ.มา 16 ปี ทำให้ตนยังมีความหวัง มีความฝันที่จะเข้าไปทำประโยชน์ให้ประชาชน ได้รับโอกาสจากนายสมศักดิ์ให้เข้าไปช่วยงานตั้งแต่เป็นรองนายกฯ ตนก็ได้อยู่ในคณะทำงานเรื่องน้ำของ สทนช. และสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ยังได้รับโอกาสอีกเช่นเดิม ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทย ที่มีนโยบายเพื่อช่วยประชาชน ทั้ง 30 รักษาทุกที่ เรื่องการศึกษา 1 อำเภอ 1 ทุน ที่ริเริ่มในสมัยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นการให้โอกาสคนได้เข้าถึงการศึกษา ตนมีเพื่อนได้ที่รับโอกาสทางศึกษา ได้ทุนเรียนต่างประเทศ กลับมารับราชการ กลับมาพัฒนาบ้านเมือง ซึ่งตนเองมีบิดา มารดามีทุนทรัพย์ส่งไปเรียนต่างประเทศเช่นกัน จึงมองว่านโยบายนี้ก็เหมือนกับพ่อแม่ที่ให้โอกาสทางการศึกษาแก่ลูก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายนโยบายที่ทำเพื่อประชาชนจริงๆ ทั้ง รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งขณะนี้ พ.ร.บ.ถึงมือ ส.ว.แล้ว ก็ต้องจับตากันต่อไป ดังนั้น ขอโอกาสคนนนทบุรี เขต 2 ให้ได้เข้าไปทำงานอีกครั้ง