“เอกนัฏ” จับตา กรธ.ร่างรธน. จะใส่แนวคิด “บิ๊กป้อม” หรือไม่ อัด ยุค กปปส.ชุมนุม ส.ว.ชุดก่อนมีอำนาจแก้วิกฤตแต่ปอดแหกไม่กล้าทำ
เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และอดีตโฆษก กปปส. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุให้มี ส.ว.จากการสรรหาทั้งหมดในช่วงการเปลี่ยนผ่านว่า ตนเป็นคนนอกจึงไม่รู้ข้อมูลและข้อเท็จจริงของคนใน อำนาจหน้าที่ของ ส.ว.จะเพิ่มมาจากรัฐธรรมนูญ ในลักษณะที่มาจะเป็นการสรรหา หรือเลือกตั้งทางอ้อมจากกลุ่มอาชีพ หากยังคงตามร่างแรกที่ให้เลือกไขว้จากกลุ่มอาชีพ ก็ควรให้มีอำนาจแค่ออกกฎหมาย หรือเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำรัฐบาลเท่านั้น แต่หากจะเพิ่มอำนาจตามข้อเสนอ พล.อ.ประวิตรเข้าไป ก็ต้องมีหลักประกันว่าจะสามารถกล้าใช้อำนาจขณะเกิดเหตุการณ์วิกฤตไว้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาประชาชนบนท้องถนนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิฯและอดีตเลขาธิการ กปปส. ชุมนุมตากแดดตากฝนหลายเดือน และเดินทางไปให้กำลังใจ ส.ว.ถึงรัฐสภา เพื่อให้ใช้อำนาจตามมาตรา 3 และมาตรา 7 ของ รัฐธรรมนูญ 50 เพื่อสรรหาตัวนายกฯคนใหม่ แต่กลับไม่มีใครกล้า ซึ่งตนเห็นว่าการแก้วิกฤตมี 2 หลักการคือ 1.กลไกภายใต้รัฐธรรมนูญที่เหมาะสม และ 2. อาศัยความกล้าตัดสินใจของคน เพราะครั้งที่แล้วเราเชื่อว่า มีกลไกแต่คนกลับไม่กล้าทำ จึงต้องรอดูว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กรธ.จะกำหนดอำนาจ ส.ว.อย่างไร แต่เท่าที่ดู กรธ.กำลังทำให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งหาก กรธ.กำหนดไว้ดีชงให้แล้วยังไม่กล้าใช้ก็คงป่วยการ

