ศุภมาส สั่งNBT-กรมประชาฯ จับมือ อสมท. เกาะติดน้ำท่วมใต้ หวังให้ปชช.ได้ข้อมูลที่ถูกต้องทันเหตุการณ์ ยันรบ.ไม่นิ่งนอนใจ เร่งช่วยเหลือผู้ตกค้าง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ว่าขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่เสี่ยง หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว บูรณาการกำลัง และเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันเวลา ทั้งการอพยพ การลำเลียงผู้ประสบภัย การจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และที่พักพิง รวมถึงอุปกรณ์ยังชีพเร่งด่วน
นางสาวศุภมาสกล่าวว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการช่วยเหลือทุกด้านกำลังดำเนินไปเต็มกำลัง โดยเฉพาะด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ได้พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือ รวมถึงถุงยังชีพพระราชทานและโรงครัวพระราชทานลงพื้นที่ทันที เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
ในส่วนของการสื่อสาร ตนได้สั่งการให้ NBT กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. ปรับผังรายการและขยายการรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ลดความสับสนในช่วงสถานการณ์วิกฤติ
สถานีโทรทัศน์ NBT ได้ล้มผังรายการปกติและออกอากาศรายการพิเศษ “เกาะติดน้ำท่วมใต้” รายงานสถานการณ์จากพื้นที่จริงตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พร้อมเชื่อมสัญญาณไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยทั่วประเทศ รวมทั้งช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook YouTube TikTok NBT Connext และเพจประชาสัมพันธ์จังหวัด โดยเฉพาะ สวท. สงขลา FM 90.5 MHz ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลหลักของภาคใต้ในแบบเรียลไทม์
ด้าน อสมท. ได้ร่วมเชื่อมสัญญาณรายการพิเศษจาก NBT เพิ่มการรายงานในข่าวทุกช่วงเวลา พร้อมระดมสถานีวิทยุเครือข่ายภาคใต้ทั้ง 10 สถานี เพื่อสะท้อนสถานการณ์ภาคสนามและความต้องการเร่งด่วนของประชาชน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดทำ ระบบข้อมูลกลางแบบเรียลไทม์ สำหรับประชาชน ซึ่งรวมข้อมูลระดับน้ำ จุดถนนขาด สถานะไฟฟ้า น้ำประปา เส้นทางอพยพ และจุดรับส่งผู้ประสบภัย โดยเผยแพร่ผ่านทุกช่องทางสื่อ ได้แก่ ช่อง 9 ช่อง 11 เพจกรมประชาสัมพันธ์ เพจสวท.สงขลา และ FM 90.5 MHz เพื่อให้ประชาชนสามารถประเมินสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที
นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรม ตนได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับอสมท. เปิด “ศูนย์รับบริจาคสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้” ณ สถานีโทรทัศน์ NBT ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป เปิดรับบริจาคทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น.
ประชาชนสามารถนำ เครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นต่างๆ มาบริจาคได้ที่ศูนย์ดังกล่าว โดยสิ่งของทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ประสบภัยทันที พร้อมการสนับสนุนการขนส่งจากสายการบินนกแอร์ สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเป็นเงิน สามารถบริจาคโดยตรงผ่านบัญชี “สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขบัญชี 045-3-04637-0 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้จากช่อง NBT
“รัฐบาลจะใช้ศักยภาพของสื่อรัฐ ทั้งกรมประชาสัมพันธ์และอสมท. อย่างเต็มกำลังเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อสถานการณ์ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากสื่อภาครัฐเพื่อความปลอดภัย รัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการทุกด้านเพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียให้ได้มากที่สุด” นางสาวศุภมาสกล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการนำเอไอมาสร้างภาพสถาะการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง นางสาวศุภมาสกล่าวว่า เรื่องที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือการนำภาพเอไอมาใช้ทำให้เกิดภาพที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง และเกิดความตื่นตระหนก ตนอยากขอฝาก ถึงคนที่ยังเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่นทั้งที่เป็นเรื่องที่ถึงแก่ชีวิตได้ เพราะฉะนั้นคนไทยทุกคนควรร่วมใจกันคนละไม้คนละมือ หากช่วยไม่ได้ก็ส่งกำลังใจ อย่าทำอะไรให้เกิดการบั่นทอนกำลังใจ หรือทำให้สถานะการณ์ผิดเพี้ยนไป อย่างที่ทราบมาว่ามีคนสร้างรูปงูยักษ์เข้ามา จะเหมือนนิทานเรื่องเด็กเลี้ยงแกะที่เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริงอาจจะมีคนไม่เชื่อ คิดว่าเป็นเอไอจนไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือหรือไม่ได้เตรียมการณ์ เป็นเหตุให้เสีบหายหรืออันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ จึงขิฝากท่านที่ยังไม่ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของคนในพื้นที่จริงๆให้ตระหนักไว้ด้วย อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ต้องตื่นตระหนก เพราะรัฐบาลเองก็เร่งบูรณาการทุกหน่วยงานเต็มที่ และมีผู้บัญชาการสถานการที่อยู่ในพื้นที่ตลอด และนายกรัฐมนตรีจะยังคงเดินทางไปตรวจเยี่ยม ให้นโยบาย และสั่งการด้วยตัวเองในภารกิจต่อๆไป และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้โดยเร็ว
เมื่อถามว่า ในสถานการณ์ที่มีข่าวเท็จมากมาย ประชาชนควรจะเลือกเสพสื่ออย่างไรบ้าง นางสาวศุภมาสกล่าวว่า ขณะนี้โลกเปลี่ยนไปมีโซเชียลมีเดียเยอะแยะมากมาย และเราเสพสื่อส่วนใหญ่จากโซเชียลมีเดีย ซึ่งจริงบ้างเท็จบ้างพิสูจน์ไม่ได้ ถ้าอยากได้ข้อมูลที่แท้จริงขอให้เสพจากสื่อของรัฐ ซึ่งได้กลั่นกรองข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว และเป็นส่วนกลางที่รวบรวมข้อมูลจากส่วนราชการทุกส่วน เพื่อที่จะเป็นกระบอกเสียงขยายต่อไปให้ประชาชน
เมื่อถามว่า คณะรัฐมนตรีมีข้อสั่งการใดในเรื่องการช่วยเหลือผู้ตกค้างบ้างหรือไม่ นางสาวศุภมาสกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยมาก เราก็จะทำโดยละเอียด ไล่เป็นรายหมู่บ้าน ตำบล และที่สำคัญคือโรงพยาบาล ลำเลียงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานว่าผู้ป่วยไอซียู ลำเลียงออกไปยังสถานพยาบาลที่ปลอดภัยแล้ว และมีเฮลิคอปเตอร์ลงไปช่วยเหลือรับคนไข้วิกฤต ออกจากโรงพยาบาลที่โดนภัยพิบัติ โดยทั้งมีการระดมเรือเจ็ตสกีและความช่วยเหลือจากหน่วยในพื้นที่ และจิตอาสาต่างๆ จนเริ่มมีอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่ได้ล่าช้าใดๆใช่หรือไม่ นางสาวศุภมาสกล่าวว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะจริงๆแล้วนายกรัฐมนตรีก็ประชุมในเรื่องนี้ทุกวัน และพยายามจะทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันหลายหลายกระทรวงที่มีศูนย์พักพิง ก็ทำให้มีการเปิดศูนย์พักพิงได้หลายที่ ซึ่งมีความพร้อมทั้งที่พัก อาหาร เมื่อประชาชนมาอยู่ที่ศูนย์พักพิงแล้วก็จะได้รับการดูแล ไม่ว่าจะผู้ป่วยหรือเด็กเล็กก็ดี ก็จะได้รับการดูแลอย่างดี จากศูนย์พักพิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัย วัด หรือศูนย์พยาบาลเล็กๆ รวมทั้งโรงพยาบาลสนาม ที่กำลังจะสร้าง

