หน้าแรก การเมือง เท้ง ลุยสำรวจ...

เท้ง ลุยสำรวจน้ำท่วมหาดใหญ่ แนะ รบ.แบ่งโซนทำงาน ย้ำ ผบ.เหตุการณ์ ควรเป็นคนในพื้นที่

25.11.25 | 17:33 น.

เท้ง ถึงหาดใหญ่แล้ว เดินสำรวจทั่วสนามบิน พบชาวต่างชาติก็ประสบภัยเหมือนกัน จนสถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์ส่งคนมาเอง แนะรัฐบาลแบ่งโซนทำงาน บอกสำคัญสุด ผบ.ต้องบูรณาการได้จริง เชื่อท้องถิ่นมีข้อมูลหมดแล้ว บอกบางบ้านร้องกันทุกช่องทางจนซ้ำซ้อน

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางถึงท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม โดยให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นอยากมาลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งส่วนราชการและภาคประชาชน อย่างน้อยสิ่งที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องการสั่งจากส่วนกลางมากที่สุดคืออะไร ตั้งแต่ลงเครื่องมาได้พบปะพูดคุยกับหลายคน พบว่ามีคนติดค้างในสนามบินอยู่จำนวนมาก ตนได้พบกับเจ้าหน้าที่สถานทูตสิงคโปร์ เขาก็บอกว่ามีชาวสิงคโปร์ติดอยู่ประมาณ 100 คน ทางสถานทูตจึงส่งเจ้าหน้าที่มาเพื่อประสานงาน ซึ่งพบว่ายังมีชาวต่างประเทศจำนวนมาก คิดว่ามหาอุทกภัยครั้งนี้กระทบกับชาวต่างประเทศด้วย ถือว่าเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องอาศัยรัฐบาลส่วนกลางมาแก้ไขปัญหา

ส่วนประชาชนชาวไทย ได้พูดคุยก็พบว่ายังติดค้างที่สนามบิน ตั้งใจจะเดินทางไปที่มณฑลทหารบก (มทบ.) ที่ 42 ซึ่งเป็นศูนย์พักพิง มีเฉพาะรถขนอาหารที่ยกสูงเท่านั้นที่สามารถเดินทางเข้าออกได้จากสนามบิน แต่พอมาวันนี้พบว่าวิ่งไม่ได้เลย ระดับน้ำยังค่อนข้างรุนแรงอยู่ ถือเป็นปัญหาหน้างาน

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เข้าใจว่าตอนนี้รัฐบาลใช้ช่องอำนาจในการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ ผบ.สูงสุด เข้ามาบริหารสถานการณ์ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร แม้ใช้ช่องทางกฎหมายได้ก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ผบ.เหตุการณ์ ควรเป็นคนประจำในพื้นที่ แล้วสามารถบูรณาการทุกภาคส่วนได้จริง จากที่ได้สอบถามมูลนิธิต่างๆที่ไปประจำ ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างในเรื่องการประสานข้อมูล คิดว่าการลงพื้นที่น่าจะช่วยเติมเต็มอะไรบางอย่างได้

นายณัฐพงษ์ย้ำว่า สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือบรรดากลุ่มเปราะบาง หลายครอบครัวที่ได้พูดคุยในสนามบินมีพ่อเฒ่าแม่แก่ที่จำเป็นต้องใช้ระบบไฟฟ้า เครื่องพยุงชีพ บางคนมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ คิดว่าเป็นกลุ่มที่สำคัญเร่งด่วนมากๆ ที่สุด ซึ่งกลไกอย่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีข้อมูลต่างๆ เหล่านี้อยู่แล้ว รวมถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อสม. มีข้อมูลของกลุ่มเปราะบางอยู่แล้ว ที่ไหนบ้าง ดังนั้น ความสำคัญที่เราจะบูรณาการข้อมูลต่างๆ ได้ระบบทรัพยากรของหน่วยงานความมั่นคงกองทัพ ที่เขามีเครื่องจักรที่พร้อมในการเข้าช่วยเหลือได้อย่างถูกจุด ตอนนี้กลายเป็นว่าทุกคนขอความช่วยเหลือ หากไปดูในโซเชียลมีเดียมีคนร้องขอความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก กลายเป็นว่าหนึ่งบ้านบางทีร้องขอทุกช่องทาง เลยไม่สามารถบูรณาการข้อมูลได้ เพราะมีความซ้ำซ้อนกันอยู่

Advertisement

“เบื้องต้นผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดยังไม่ต้องพูดถึงตัวข้อมูลที่เป็นดิจิทัลก็ได้ แค่ระบบการบริหารจัดการว่าแบ่งโซนการทำงาน โซนนี้ใครไปดูแล โซนนั้นใครไปดูแล เริ่มด้วยการสำรวจก่อนว่ามีคนติดค้างหรือไม่พบกลุ่มเปราะบางหรือไม่ หากพบแล้วแนวปฏิบัติเป็นอย่างไร เพื่อให้หน่วยกู้ชีพเข้าไปจะได้รู้วิธีการปฏิบัติต่างๆเหล่านี้ เรื่องการเผชิญเหตุ แผนเผชิญเหตุกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีหมดอยู่แล้วทุกจังหวัด เพียงแต่ว่าตอนปฏิบัติจริงจะปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญต้องมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่บังคับบัญชาบูรณาการทุกภาคส่วนได้จริง” นายณัฐพงษ์กล่าว