หน้าแรก การเมือง นายกฯ ลั่นรอช...

นายกฯ ลั่นรอช้าไม่ได้ ตั้งศูนย์บัญชาการที่ทำเนียบ ยกระดับแก้วิกฤต – เร่งถกเยียวยาท่วมใต้

27.11.25 | 11:40 น.

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะถกเยียวยาช่วยน้ำท่วมใต้ วางกรอบ 3 ระยะ ‘ช่วยเหลือ – เยียวยา – ฟื้นฟู’ จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เยียวยาบ้านเรือนเสียหาย พร้อมเร่งประสานบริษัทประกันจ่ายเงินประกันให้เร็วที่สุด หวังฟื้นฟูให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่กระทรวงการคลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ร่วมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงปลัดกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอบคุณกระทรวงการคลังที่เป็นเจ้าภาพ ร่วมกันบูรณาการการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ และหารือมาตรการให้การช่วยเหลือประชาชนเพื่อลดภาระครั้งนี้ ตนและคณะ ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

จากการลงพื้นที่ได้เยี่ยมผู้ประสบภัยที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่าสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าวมีบริเวณกว้างมาก ครอบคลุมในเขตอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นจุดวิกฤตที่สุด ในพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหา ทั้งปัญหาเฉพาะหน้า การฟื้นฟู และการหาวิธีช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติให้ดีที่สุด

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จากการที่ตนลงพื้นที่ได้สั่งการชัดเจน เรื่องความปลอดภัยของประชาชนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รวมถึงเรื่องความเป็นอยู่ โดยขณะนี้รัฐบาลได้ประกาศให้ใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในราชการฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ในพื้นที่ เพื่อให้การบูรณาการข้อสั่งการ และความร่วมมือต่างๆ เป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว และขอขอบคุณกระทรวงการคลังที่ยกเว้นกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ได้ดำเนินการหามาตรการจัดซื้อจัดจ้าง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะนำไปช่วยเหลือประชาชนได้ด้วยความรวดเร็ว

Advertisement

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งยกระดับประสิทธิภาพแก้วิกฤตอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตลอดจนเขตจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม เรารอช้าไม่ได้ทุกวินาทีมีความหมายกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ที่นั่น การประชุมในวันนี้เพื่อเตรียมมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้ได้กลับมาดำเนินชีวิต และฟื้นฟูสภาพได้เร็วที่สุด

เราวางกรอบไว้ว่าการบูรณาการการช่วยเหลือการเยียวยา และการฟื้นฟู รัฐบาลได้เชื่อมโยงเครือข่ายทรัพยากร และการสื่อสาร ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยขณะนี้ได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการประสานงานความร่วมมือต่างๆ และติดต่อสื่อสารโดยตรงกับส่วนหน้าที่อยู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้จะขอให้ทางที่ประชุมให้กระทรวงการคลังหามาตรการช่วยเหลือระยะสั้น เช่น การจัดหาอาหารน้ำดื่มยา และที่พักพิงชั่วคราวอย่างทั่วถึง การช่วยเยียวยาระยะกลางด้วยการเพิ่มรายได้ ช่วยลดภาระโดยหามาตรการพักชำระหนี้หรือดอกเบี้ยให้เป็น 0% และมาตรการทางการพาณิชย์ เช่น การหาสินค้าราคาต่ำกว่าทุน โดยการสนับสนุนจากภาครัฐลงไปถึงมือประชาชนนอกเหนือจากการที่ได้รับบริจาคจากบ้านเอกชนแล้ว

ส่วนระยะที่สามคือการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาวะปกติ ซึ่งความเสียหายที่นั่นเกิดจากภัยพิบัติจากธรรมชาติ ตนเชื่อว่าผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจส่วนใหญ่คงมีการประกันภัยในทรัพย์สิน สิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้นทันที คือต้องมีการเร่งประสานงานให้กับทางบริษัทประกัน ดำเนินการจ่ายค่าประกันให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งจัดหาสินเชื่อต่างๆให้เป็นดอกเบี้ย 0% เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือน ร้านค้า และความเสียหายอื่นๆ ที่อยู่ในเกณฑ์ ซึ่งเราต้องเร่งสำรวจ โดยกระทรวงมหาดไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการสำรวจ ซึ่งต้องเชื่อมโยงการทำงานเข้าด้วยกัน นี่คือกรอบที่ตนขอมอบให้ที่ประชุมได้หาทางพิจารณาเร่งดำเนินการ เพื่อให้เกิดการดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้เดินทางกลับจากการลงพื้นที่น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาถึงกรุงเทพฯช่าวงกลางดึกคืน (26พ.ย.) เพื่อมาร่วมประชุมดังกล่าว โดยมีรายงานว่าช่วงบ่ายวันนี้ (27 พ.ย.) นายกรัฐมนตรี อาจจะเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อีกครั้ง