ปิดหน้าออนไลน์ – มหาภัยพิบัติน้ำท่วมใต้ โจทย์ใหญ่ วัดฝีมือผู้บริหาร
เป็นมหัตภัยที่ทำร้ายประชาชนอย่างสุดแสนสาหัส
สำหรับเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทีได้รับผลกระทบกันหลายจังหวัด และที่หนักหนาที่สุดคงหนีไม่พ้นอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา
ด้วยสภาพที่เป็นเมืองใหญ่ แหล่งเศรษฐกิจ ชุมชนสำคัญ เมื่อเกิดปริมาณน้ำจำนวนมากทั้งจากน้ำฝนที่มีปริมาณสูงสุดในรอบ 60 ปี รวมกับการระบายน้ำที่ทำได้ยากด้วยการเป็นเมืองขยาย
ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อไม่ได้เตรียมความพร้อม หรือคิดว่าคงท่วมไม่นานเหมือนที่เคยเป็นมา ทุกอย่างก็วิกฤตหนักขึ้นทันใด เพราะไมได้เตรียมรับสถานการณ์ใดๆไว้
ไม่ว่าจะเป็นศูนย์อพยพ อาหาร ที่หลับที่นอน ยานพาหนะ ต่างๆ จนปะทุกลายเป็นความเดือดร้อนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แน่นอนว่าคำถามจากอุทกภัยครั้งนี้ ก็ต้องไปถึงการบริหารจัดการในทุกระดับ
และเป็นการทดสอบความสามารถของการบริหารจัดการ และภาวะความเป็นผู้นำของรัฐบาล
อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าทุกคนที่เผชิญเหตุ หรือรับรู้รับทราบ ก็มีความพยายาม มีความเจตนาดีแก้ไขให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว
แต่แค่ความตั้งใจมันไม่เพียงพอ ชุดคำพูดหรือชุดคำสั่ง ประเภท สั่งการไปแล้วให้แก้ไขปัญหาเร็วที่สุด อพยพคนออกมาให้หมด ส่งอาหาร สิ่งของเครื่องใช้ให้ถึงมือผู้ประสบภัย
ฟังแล้วก็ถูกทุกข้อ แต่คำถามต่อมาคือจะทำอย่างไร ให้เกิดผลอย่างที่ตั้งใจไว้!??
ให้อพยพ อพยพอย่างไร ใช้เรือจากไหน กำลังคนเอามาจากที่ใด ?
อาหาร จะใช้วิธีไหน โรงครัวจุดใด วัตถุดิบจากไหน เอาส่งยังไง ?
ทุกอย่างต้องใช้การตัดสินใจ เพราะอย่างที่เห็นว่าหน่วยกู้ภัยอาสา ก็ลงไปในพื้นที่ แต่ด้วยความสับสนปนเป ก็ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่
ยิ่งทำให้คนที่เดือดร้อนไม่เข้าใจถึงขอบเขตปัญหา กลายเป็นเรื่องกระทบกระทั่งไปอีก
เมื่อดูแนวทางแก้ไขของรัฐบาล ก็ยิ่งสับสน เพราะแม้จะดูเชี่ยวชาญในเรื่องกลเกมการเมือง แบบเขี้ยวลากดิน แต่เมื่อมาเจอวิกฤตบ้านเมือง กลับสวนทางอย่างสื้นเชิง
ตอนแรกก็เกิดคำถามว่าจะให้ใครรับผิดชอบดูแล เป็นคนสั่งการ เป็นผบ.เหตุการณ์ ซึ่งกว่าจะตั้งได้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด
สุดท้ายครม. มีมติให้พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.)เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
ต่อมาก็ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักฯ ที่ดูแล สทนช. หรือสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นประธาน
แล้วก็ยังมีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรฯ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผอ.ศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
และก็ยังไม่พอ มีคำสั่งนายกฯตั้ง 8 รัฐมนตรี คุมพื้นที่แก้ไขน้ำท่วมใน 9 จังหวัดภาคใต้ แบบรายคน รายจังหวัดอีก
.
ขณะที่นายกฯอนุทิน บินลงหาดใหญ่รอบ 3 บอกจะบัญชาการเองจนกว่าน้ำลด ก่อนเปลี่ยนใจในเวลาต่อมา บินกลับมาประชุมสั่งการที่กรุงเทพ
สรุปแล้วใครเป็นคนสั่งการ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ อาสาสมัครที่เข้าไปช่วยจะต้องฟังใคร
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อแต่ละคนสั่งกันไปคนละทาง อาทิ แม่ทัพภาค 4 สั่งทหารแบ่งโซนเอกซเรย์ช่วยชาวบ้าน แต่ร.อ.ธรรมนัส บอกมันทำไม่ได้ ให้ทำตามที่เขาบัญชาการ
แม้เจตนาจะดี แต่ไปคนละทิศละทาง แล้วจะเอากันยังไง
ซึ่งเข้าใจว่า ต่อจากนี้ก็คงจะถอดบทเรียนกัน เป็นครั้งที่ร้อยแปดพันเก้า แต่สำคัญคือจะเอาเรื่องพวกนี้มาเป็นแผนปฏิบัติการได้อย่างไร
จะทำยังไงให้พร้อมรับมือวิกฤตภัยทางธรรมชาติให้มากกว่านี้ หน่วยงานอย่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังขาดอะไร
หรือมีครบหมดแล้ว ขาดแต่ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจ
ก็เป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้และปรับปรุงแก้ไข
ไม่เช่นนั้นทุกอย่างก็ยังจะวนเวียนไม่จบสิ้น
และคงไม่ดีแน่ถ้าจะบอกว่าสุดท้ายคือคความซวยของประชาชนด้วยกันเอง!!
โดย รุก กลางกระดาน

