‘โฆษก ศป.กฉ.’ เผยมาตรการเยียวยาอุทกภัย เตรียมพื้นที่ราชพัสดุเป็นที่พักพิง พักหนี้-ดอกเบี้ย ธนาคารรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ซ่อมบ้าน ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ ประกันสังคมจ่ายทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ให้ ปชช.กลับมาอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเอง
เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงแนวทางการเยียวยาจากเหตุอุทกภัยว่า เพื่อเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลมีการวางแผนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจร ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้ทุกคนได้กลับมาอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเอง
เบื้องต้นในระยะเร่งด่วนเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยต้องได้รับอาหาร ยา และสิ่งของจำเป็นก่อนจะกลับเข้าไปในที่พักอาศัย ซึ่งได้รับแจ้งจากกองทัพว่าได้ลำเลียงสิ่งของจำเป็น บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ปภ.ไปในพื้นที่แล้ว โดยเครื่องบิน C-130 เป็นการยืนยันว่าจากที่ได้รับข่าวจากตรงจุดนั้นจุดนี้ ศูนย์ของเราได้รับเรื่องและประสานกับทุกภาคส่วน อย่างกรณีสินค้าจำเป็น กระทรวงพาณิชย์ก็ได้ประสานงานและจัดส่งผ่านทางกองทัพต่อไป
อีกประเด็นหนึ่งอย่างที่ได้ระบุไปว่าระดับน้ำในวันนี้นั้นเริ่มลดลงแล้ว หมายความว่า ประชาชนบางส่วนสามารถทยอยกลับบ้านได้ในสัปดาห์หน้า แต่ยังมีอีกหลายครอบครัวที่ยังไม่สามารถกลับสู่บ้านของตนเองได้ รัฐบาลจึงมีมาตรการที่กำลังพิจารณาอยู่คือเตรียมพื้นที่ราชพัสดุเป็นที่พักพิงรองรับประชาชน และในส่วนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์ผู้ลี้ภัยจุดเล็กอื่นๆ นายกฯได้เน้นย้ำในการจัดสรรงบประมาณในส่วนของงบกลางที่จะต้องจ่ายให้อย่างเต็มที่ และขยายวงเงินทดลองราชการให้กับจังหวัดเป็น 100 ล้านบาท จากเดิม 50 ล้านบาท ในส่วนของมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้ใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น ไม่ได้รวมหน้าจุดศูนย์กลาง แต่ให้กระจายไปในระดับท้องที่ ส่วนเรื่องการกระจายอุปโภคบริโภคต่างๆ ก็ได้ประสานกับรัฐวิสาหกิจให้ดูแลอย่างเต็มที่
ระยะที่ 2 การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลัง โดยการพักหนี้ พักดอกเบี้ยของธนาคารรัฐ และคาดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์ด้วย โดยมีวงเงินรวมทุกบัญชีไม่เกิน 1 ล้านบาท ให้ได้รับการพักทั้งต้นและดอก 6 เดือน โดยรัฐบาลจะชดเชยอัตราดอกเบี้ย 6 เดือน 4.5% ให้กับธนาคารของรัฐ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มลูกค้าเดิม ที่มีวงเงินกู้คงเหลือ และอยากจะกู้เพิ่มรายละไม่เกิน 100,000 บาทได้ทันที โดยดอกเบี้ย 0% 6 เดือน และรัฐบาลจะชดเชยดอกเบี้ย 6 เดือน โดยคิดจากต้นเงินคงเหลืออัตราทุนที่ 1%

ทางธนาคารของรัฐจะให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0% ในปีแรก และอาจต้องมีปรับเพิ่มขึ้นในปีต่อไป โดยที่รัฐบาลจะชดเชยสูงสุดต้นเงินไม่เกิน 500,000 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการว่าเมื่อน้ำลดลงแล้วจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จะไปดูแลในเรื่องของบ้านและการดำเนินกิจการ
อีกประเด็นที่อาจเป็นที่กังวลของเจ้าของรถยนต์ ได้มีการเร่งดำเนินการให้ประสานเรื่องการเคลมประกัน โดยไม่ต้องกรอกเอกสารให้วุ่นวายเหมือนแต่ก่อน เพียงแค่ถ่ายรูปและยื่นเรื่องมาก็จะสามารถรับเงินเคลมตรงนั้นได้
นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือประชาชนในการลดค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ มีสินเชื่อเยียวยา รวมถึงยกเว้นภาษีเงินได้ และขยายเวลายื่นแบบภาษี ยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับเครื่องจักรและชิ้นส่วนที่เสียหาย ในพื้นที่ที่ได้รับประสบภัย และผู้ที่บริจาคช่วยเหลือสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้
ระยะที่ 3 การฟื้นฟูเศรษฐกิจและทรัพย์สิน ก็จะมีเรื่องของสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู เช่น สำหรับที่อยู่อาศัย และซ่อมโรงงาน มีมาตรการภาษีเพื่อช่วยค่าซ่อมบ้าน ซ่อมรถ รัฐวิสาหกิจตรวจสอบความปลอดภัยตามที่อยู่อาศัยสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสาธารณูปโภคต่างๆ และที่สำคัญเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและให้เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น หน่วยงานของรัฐจะสามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะเจาะจงได้
โดยในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การใช้งบประมาณแผ่นดิน นอกจากจะมองในเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาแล้ว หากสามารถช่วยเหลือให้สภาพชีวิตของประขาชนกลับสู่ปกติได้โดยเร็ว โอกาสที่จะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจก็จะมีสูงขึ้น
นอกจากนี้ ตัวเลขของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีประมาณการนายจ้างที่ได้รับผลกระทบ 37,170 ราย โดยเป็นผู้ประกอบการ SME 98% ที่อยู่ในกลุ่มการผลิต การค้าปลีก และการท่องเที่ยว ซึ่งกลุ่มตรงนี้ทางประกันสังคมก็จะเข้ามาดูแล
ส่วนมาตรการของกองทุนประกันสังคมของกระทรวงแรงงาน จะมีการช่วยเหลือลูกจ้าง การจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ซึ่งจะจ่ายร้อยละ 50 ของค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 180 วัน แต่ตั้งไว้ที่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับในช่วงโควิด-19 และจะมีโครงการเกี่ยวกับสินเชื่อส่งเสริมการจ้างงานต่อไปด้วย สำหรับลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือเครดิตยูเนียน ก็สามารถกู้เงินจากสหกรณ์หรือเครดิตตรงนั้นไปซ่อมแซมที่อยู่อาศัยได้ โดยสหกรณ์จะคิดอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 2 ต่อปีเท่านั้น และยังมีมาตรการอื่นอีกที่มาจากกระทรวงแรงงาน เพราะรัฐบาลมั่นใจว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ผู้ประกอบการและพี่น้องประชาชนจะได้กลับไปดำเนินงาน ซึ่งจะแจ้งความคืบหน้าให้ได้ทราบต่อไป

