รัชดา ชี้ รัฐบาลเข้าโหมดฟื้นฟู แต่ไม่ทิ้งการช่วยเหลือ เร่งสูบน้ำ 280 เครื่อง สำรวจเส้นทางการคมนาคม เผยบขส.เปิดแล้ว 9 เส้นทาง รถไฟ 12 จุด ไฟฟ้า-สัญญาณโทรศัพท์ ใกล้ 100% ขยายเวลาการใช้งานโทรศัพท์ไปหนึ่งเดือน เตรียมอาสาสมัครพร้อมลงบิ๊กคลีนนิ่ง
เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายภราดร ปริศนานันทกุล) ในฐานะกรรมการ และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงถึง การบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยของรัฐบาลว่า ในวันนี้รัฐบาลมีความพร้อมที่จะนำเข้าสู่โหมดฟื้นฟูแล้ว อย่างไรก็ตามช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือศูนย์พักพิง ยังคงดำเนินการต่อ และสามารถทำได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็วมากขึ้นเนื่องจากสถานการณ์คลี่คลายลง
ในเรื่องของการขนส่งลำเลียงของที่แต่ละภาคส่วนบริจาคเข้ามานั้น ในวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องบิน ซี 130 เพียงเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องบินแอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ จากทุกหน่วยงาน และยังมีภาคเอกชนที่จะอาสาขนของไปช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ภาคใต้ อย่างเช่นแอร์เอเชีย และบริษัทขนส่งพัสดุ ตัวกลางที่จะนำของบริจาคส่งไปให้ รัฐบาลได้ดำเนินการเว้นค่าบริการสนามบินให้ในเรื่องนี้
สำหรับพี่น้องประชาชนที่ยังอยู่ที่บ้าน ศป.กฉ.ส่วนหน้าก็ยืนยันว่า การแจกจ่ายอาหารก็ยังจะดำเนินการต่ออย่างเต็มที่

ส่วนในเรื่องของการสูบน้ำออกจากพื้นที่ เนื่องจากในหลายพื้นที่ในวันนี้น้ำลดลงแล้ว การใช้เครื่องสูบน้ำก็จะสามารถทำให้ระดับน้ำลดลงได้เร็วขึ้น โดยหน่วยงานต่างๆก็ได้ประสานงานเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 280 เครื่อง โดยหลักจะประจำอยู่ที่หาดใหญ่ สงขลา และกระจายไปยังจังหวัดชายแดนใต้ ตามแผนภาพถ่ายทางอากาศ เนื่องจากการระบายน้ำว่าจะต้องดูความเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ตามสภาพภูมิประเทศ ซึ่งก็จะนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ช่วย

ในส่วนของการขนส่ง ซึ่งทำได้มากขึ้นเมื่อน้ำลดลงแล้ว กระทรวงคมนาคมก็ได้สำรวจความเสียหายของถนน มีผ่านไม่ได้ 60 เส้น และผ่านได้ 337 เส้น แล้วได้ส่งกำลังคนไปฟื้นฟูในจุดที่ทำได้แล้ว
ส่วนการคมนาคมในส่วนของบขส. มีเส้นทางที่เปิดเดินรถเป็นปกติแล้วทั้งหมด 9 เส้นทาง ได้แก่กรุงเทพ-สงขลา, กรุงเทพ-หาดใหญ่, กรุงเทพ-ยะลา, กรุงเทพ-สุไหงโกลก, กรุงเทพ-เบตง, กรุงเทพ-นาทวี, กรุงเทพ-สตูล, กรุงเทพ-ด่านนอก, และกรุงเทพ-ปาดังเบซาร์ ส่วนที่ยังไม่สามารถให้บริการได้คือ กรุงเทพ-ตรัง-สตูล และ กรุงเทพ-ปัตตานี แต่เชื่อว่าจะสามารถให้บริการได้ตามปกติในเร็ววัน
ในส่วนของการเดินทางทางรถไฟวันนี้เปิดเส้นทางได้แล้ว 12 จุด และมีที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่ 27 จุด

ในส่วนของการฟื้นฟูเรื่องของน้ำ-ไฟนั้น ในส่วนของการประปาที่ผ่านมายังไม่สามารถดำเนินการจ่ายน้ำได้เพราะเป็นผู้ประสบภัยอีกหน่วยงานหนึ่ฝเช่นเดียวกัน แต่ตอนนี้ได้ทำการติดตั้งเครื่องจักรที่จะผลิตน้ำเรียบร้อยแล้ว และในระยะเร่งด่วนก็ได้นำเครื่องส่งน้ำ สำหรับน้ำดื่มและน้ำประปา 16 คัน และยังมีรถบรรทุกน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่ระดมกันเข้าไปในพื้นที่ด้วย
ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้น มีความพร้อมในการจ่ายไฟ แต่ที่ยังไม่สามารถจ่ายไฟไปยังทุกครัวเรือนได้ เพราะต้องมีการประเมินก่อนว่าในพื้นที่ตรงนั้นหากมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าไปแล้วจะปลอดภัยหรือไม่ จากเดิมที่เดือดร้อนเรื่องไฟฟ้า 700,000 ครัวเรือน เหลือเพียง 160,000 ครัวเรือน และคิดว่าในวันนี้พรุ่งนี้จะดำเนินการให้ทุกบ้านได้มีไฟฟ้าใช้ได้
เรื่องสัญญาณโทรศัพท์ได้ใช้ในหลายพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่ครบ 100% เพราะยังติดอยู่ในเรื่องของไฟฟ้าเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ทางกสทช. ได้ประสานมาว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความกังวลของญาติพี่น้องที่อยู่ในต่างพื้นที่ หรือประชาชนในพื้นที่ที่ต้องการจะโทรศัพท์ออกไป ทางกสทช.ได้แจ้งว่าประสานกับโอเปอเรเตอร์ทุกบริษัทแล้ว ให้ขยายเวลาการใช้งานของผู้ใช้งานระบบเติมเงินออกไป 30 วัน และขยายระยะเวลาชำระเงินของผู้ใช้งานระบบรายเดือนออกไปอีกหนึ่งเดือน และผู้ใช้งานโทรศัพท์ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมสามารถใช้โทรศัพท์ฟรี 100 นาที และอินเตอร์เน็ตฟรี 10 Gb ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน นี้ ไปอีก 15 วัน

ในเรื่องของขยะซึ่งเป็นประเด็นใหม่หลังจากน้ำลด ในพื้นที่ที่มีความพร้อมที่นำลดลงแล้วนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดแล้ว รายงานอาสาสมัครก็เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ภาคประชาชนได้ทำงานร่วมกับภาครัฐ วันนี้ กรมการปกครองได้นำสมาชิกอาสารักษาดินแดนเข้าไปทำความสะอาดในบางจุดที่ทำได้ เช่นวงเวียนน้ำพุหรือชุมชนคลองเตย และในเย็นวันนี้จะมีอาสาสมัครของทางกรมการปกครองเข้าไปอยู่ในพื้นที่อีก 2,000 คน เพราะฉะนั้นการดำเนินการในเรื่องของบิ๊กคลีนนิ่งสามารถทำได้ในวันพรุ่งนี้เลย โดยที่ในจุดที่สามารถเริ่มต้นได้ก็จะทำทันที
ส่วนในเรื่องของกระแสข่าวที่ว่าพายุโคโตะ จะเข้าประเทศไทย และจะทำให้พี่น้องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดือดร้อน นั้น ได้รับแจ้งจากทางกรมอุตุนิยมวิทยาแล้วว่า พายุโคโตะเข้าสู่ประเทศเวียดนาม แต่ว่าไม่กระทบประเทศไทย
ดังนั้นในวันนี้จึงขอย้ำว่า เรามีความพร้อมในเรื่องของการบริหารจัดการเข้าสู่โหมดของการฟื้นฟู และหน่วยงานในพื้นที่ก็ได้มีการประสานงานกันอยู่ เพราะฉะนั้นหากภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคมใดที่อยากส่งคนไปช่วย หรือไปถึงพื้นที่แล้วยังมีข้อคำถาม สามารถส่งคำถามมาที่ศูนย์ส่วนกลางได้ที่เบอร์ 1111 หรือหากมีเบอร์ศูนย์ประสานงาน ศป.กฉ.ในพื้นที่ ทางทหารก็ประสานงานกับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยอยู่แล้ว


