นายกฯ ขีดเส้น 14 วัน บิ๊กคลีนนิ่งเมืองหาดใหญ่ให้สะอาด ย้ำจนท. ตรวจตราดูแลทรัพย์สินปชช.
เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภายหลังที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ร่วมประชุมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ที่ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ให้สัมภาษณ์กรณีโรคระบาดที่อาจมาพร้อมกับน้ำท่วม ว่า กระทรวงสาธารณสุขมีแผนรองรับอยู่แล้ว ซึ่ง รมว.สาธารณสุขก็อยู่ในพื้นที่ พร้อมย้ำว่ายังไม่ต้องประกาศในเรื่องของโรคระบาดเนื่องจากยังอยู่ภายใต้การควบคุม เพราะมีการจัดตั้งสถานพยาบาล ระดมทีมแพทย์และยา และมีการจัดตั้งโรงพยาบาลรองรับอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับกรอบระยะเวลาในการฟื้นฟูนั้นเบื้องต้นจำกัดไว้ 14 วัน ในการให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้ในช่วง 7-10 วัน ส่วน 14 วันนั้นคือการทำให้สาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงความสะอาดของพื้นที่ต่างๆ กลับคืนสู่ความปกติ ซึ่งทราบว่าในพื้นที่เมืองหาดใหญ่มีขยะเกลื่อน ซึ่งวันนี้ต้องพูดถึงโหมดฟื้นฟู เพราะสถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว จึงต้องเร่งฟื้นฟูและให้พี่น้องประชาชนได้กลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่ด้วยสภาพน้ำท่วมขังมิดหลังคา ย่อมมีความเสียหายเกิดขึ้น ทางจังหวัดสงขลาจะเร่งเข้าไปช่วยทำการบิ๊กคลีนนิ่งให้สามารถกลับเข้าอาศัยในบ้าน แต่ขณะที่กำลังรอการกลับเข้าบ้านตนจะใช้โมเดลในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งมีการทำควอรันทีน ในช่วงกลางวันต้องเข้าไปทำความสะอาดบ้าน ซ่อมไฟซ่อมน้ำ และกลางคืนให้ไปนอนที่โรงแรม เพื่อที่จะไม่ต้องไปกระจุกตัวที่ศูนย์พักพิง ส่วนเรื่องไฟกับน้ำขณะนี้สายเมน 100% แล้ว จะมีการต่อสายย่อยเข้าไปในส่วนของบ้านที่ระดับน้ำลดลงแล้ว ซึ่งจะมีการประเมินสำหรับการจ่ายไฟฟ้า

นายอุนทินกล่าวว่า ส่วนเรื่องการดูแลทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนนั้น ตนได้ย้ำเรื่องนี้กับทั้งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการตำรวจจังหวัดสงขลา ซึ่งเชื่อมั่นว่าได้มีการจัดหน่วยลาดตระเวนเพื่อดูแลบ้านและทรัพย์สินให้กับประชาชน เพื่อไม่เกิดเหตุการตีรันฟันแทง หรือการฉกชิงทรัพย์สิน ซึ่งได้รับการยืนยันว่าถึงขณะนี้ยังไม่มีสถานการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น ซึ่งตนได้เน้นย้ำว่าขณะนี้คนเริ่มกลับเข้าบ้านแล้ว ขอให้ดูแลเป็นพิเศษ และในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้มีการจัด อส.เบื้องต้น จำนวน 2,000 คน จากจังหวัดใกล้เคียงเข้ามาดูแล

ส่วนกรณีที่มีเสียงสะท้อนจากกู้ภัย ขาดแคลนถุงซิปล็อกและผ้าขาวสำหรับใช้คลุมร่างผู้เสียชีวิตไม่เพียงพอนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องพวกนี้ไม่ใช่กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยประสบ ขอให้เชื่อมั่นว่าเรื่องทางการแพทย์มีกระบวนการและวิธีการที่ต้องทำ ซึ่งวันนี้ตนยังไม่ได้รับการร้องขอใดๆ จากกระทรวงสาธารณสุขว่าขาดแคลน เนื่องจากงบประมาณอยู่ที่เขาหมดแล้ว ซึ่งรับรองว่าหากมีปัญหา โดยเฉพาะผู้เคาะห์ร้ายซึ่งเป็นความสำคัญสูงสุด ซึ่งเราพยายามเร่งคืนร่างเพื่อให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนา และเมื่อออกใบมรณบัตรได้ก็จะใช้ในการเบิกค่าเสียหายรายละสองล้านบาท ซึ่งที่ตนกลับ กทม.เพื่อที่จะไปเอาเงินและเร่งเบิกจ่ายให้กับคนเหล่านี้

