หน้าแรก การเมือง เท้ง พบ จิสด้...

เท้ง พบ จิสด้า ถกบริหารจัดการภัยพิบัติ จัดทำข้อเสนอใช้ข้อมูลคาดการณ์ บริหารภัยพิบัติให้แม่นยำกว่านี้

28.11.25 | 21:50 น.

เท้ง พบ จิสด้า ถกบริหารจัดการภัยพิบัติ จัดทำข้อเสนอใช้ข้อมูลคาดการณ์ บริหารภัยพิบัติให้แม่นยำกว่านี้

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2568 ที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ศูนย์ราชการฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายณัฐพล โตวิจักษ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน นสยเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรคประชาชน และนายนิธิกร บุญยกุลเจริญ นักนโยบายดิจิทัล พรรคประชาชน เข้าหารือกับคณะผู้บริหาร GISTDA เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและข้อมูลดาวเทียมเพื่อการช่วยเหลือประชาชน ในการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติน้ำท่วมพื้นที่ภาคใต้ล่าสุด และการบริหารจัดการภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โดยนายณัฐพงษ์และคณะ ได้ร่วมรับฟังการบรรยายจากคณะผู้บริหาร GISTDA พร้อมแลกเปลี่ยนซักถามข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ในการบริหารจัดการภัยพิบัติ พร้อมข้อเสนอที่สามารถนำไปสู่การปรับปรุงการใช้ข้อมูลจาก GISTDA และการบริหารจัดการภัยพิบัติในอนาคตให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้

นายณัฐพงษ์ระบุว่าสิ่งที่มีการหารือกันในวันนี้ สำหรับกรณีการฟื้นฟูเยียวยา สามารถใช้ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งบ้านจากไปรษณีย์ไทย ผ่าน D/ID เพื่อใช้ประกอบกับข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่ประมวลผลข้อมูลน้ำท่วมย้อนหลัง ในการเร่งจ่ายเงินเยียวยา น่าจะสามารถนำไปสู่การระบุพิกัดที่แม่นยำได้ว่าบริเวณไหนได้ผลกระทบบ้าง พร้อมออกแบบการจ่ายเงินเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ ก่อนหน้านี้การเยียวยาภัยพิบัติมักมีปัญหาที่ประชาชนต้องพิสูจน์ว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบจริงๆ ต้องมีการทำประชาคม ต้องให้ผู้ใหญ่บ้านรับรอง กว่าจะได้เงินเยียวยาก็ล่าช้า

ข้อเสนอของตนคือควรจะมีการแบ่งจ่ายเงินเยียวยาเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือเงินเยียวยาพื้นฐาน ที่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติได้รับเท่ากันทุกคนโดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ กับอีกส่วนคือการเยียวยาตามที่ได้รับความเสียหายจริง ที่ต้องอาศัยการพิสูจน์ ซึ่งวันนี้ได้มีการหารือว่าจากข้อมูลของ GISTDA การออกแบบเช่นนี้จะพอทำได้หรือไม่ โดยนำข้อมูลภัยพิบัติจริงมาซ้อนทับเลเยอร์ข้อมูลด้านอื่นๆ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าทำได้ และไปรษณีย์ไทยก็สามารถสนับสนุนข้อมูลพิกัด-เลขที่บ้านได้ ในฐานะรัฐวิสาหกิจให้การกำกับดูแลของกระทรวง DE

Advertisement

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าจากการหารือในวันนี้ ได้ทราบว่าที่ผ่านมา GISTDA มีการเก็บข้อมูลแผนที่น้ำท่วมมาต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ปี 2543 มา สิ่งที่ตนได้สอบถามหารือไปคือภาครัฐสามารถนำข้อมูลที่ GISTDA มีอยู่มาประกอบกับข้อมูลระดับความลึก (DEM) ของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในอดีต และข้อมูลปริมาณน้ำฝน เพื่อคาดการณ์ภัยพิบัติล่วงหน้าอย่างแม่นยำและเป็นวิทยาศาสตร์ได้หรือไม่ คำตอบก็คือเป็นสิ่งที่สามารถทำได้

ดังนั้นข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่ภาครัฐมีอยู่แล้ว จึงควรใช้ข้อมูลเหล่านี้มาคาดการณ์ได้ ครั้งนี้ข้อมูลบ่งชี้อยู่แล้วว่าปริมาณฝนมากกว่าในอดีต ถ้ามีการทำงานโดยเอาข้อมูลนี้มาประมวลผลล่วงหน้า จะสามารถทำให้ประชาชนเชื่อถือการแจ้งเตือนมากขึ้น ไม่เพียงแต่บอกเพียงระดับน้ำเท่านั้น แต่สามารถประมวลผลร่วมกับข้อมูล Cell Site จากผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ในการประเมินจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องสั่งอพยพ/ตกค้างในพื้นที่ ซึ่งข้อดีของการใช้ข้อมูล Cell Site คือ การได้ข้อมูลจำนวนคนจริงที่มีความแม่นยำกว่าการใช้ทะเบียนราษฎร์ และสามารถทราบถึงสัญชาติของชาวต่างชาติที่อยู่ในบริเรณที่เกิดภัยพิบัติจากการเปิด roaming เพื่อใช้ในการส่งต่อข้อมูลประสานงานไปยังสถานทูตประเทศต่างๆ ได้อีกด้วย

การใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศจาก GISTDA จะเป็นส่วนสำคัญในการจัดการภัยพิบัติ ทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เช่น การฟื้นฟูเยียวยา ฯลฯ ได้อย่างทรงประสิทธิภาพ

นายณัฐพงษ์ยังกล่าวต่อไปว่า ปัญหาที่สะสมมานานของประเทศไทยคือ เรายังขาดชุดข้อมูลที่มีคุณค่าสูง (High Value Datasets) และเป็นปัจจุบัน เช่น ฐานข้อมูลประชากรที่ต้องใช้ Data การคาดการณ์ประชากรจากแหล่งอื่น ๆ แทนที่จะมีพิกัดอย่างแม่นยำ พร้อมกับข้อมูล GIS ด้านผังเมืองที่ยังไม่อัพเดท เซนเซอร์ภาคพื้นดินที่ใช้วัดปริมาณฝนก็ต้องละเอียดขึ้น ก็จะทำให้สามารถนำวิทยาศาสตร์ มาใช้รับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ได้ดีขึ้น