⦁…สถานการณ์ น้ำท่วมใหญ่ 9 จังหวัดใต้ เริ่มคลี่คลาย เหลือไว้แต่ซากปรักหักพัง ความเสียหายทั้งที่ตีมูลค่าพินาศได้ และชีวิตคนอันไม่อาจประเมินเป็นตัวเลขได้ เมื่อฝันร้ายมหาอุทกภัยผ่านไป ภาครัฐมีภารกิจใหญ่ดำเนินการนั่นคือ ออกมาตรการซับน้ำตาประชาชน ฟื้นฟู ชดเชยเยียวผู้ประสบภัยให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด งานนี้ศูนย์บัญชาการใหญ่ส่วนกลาง รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องโชว์การบริหารจัดการแก้ปัญหา กู้ภาพลักษณ์ของผู้ประสบภัยทางการเมืองคืนมา เพราะเป็นทางเดียวเท่านั้น ที่จะอพยพออกพื้นที่แอ่งกระทะ เปรอะเปื้อนโคลนได้
⦁…ไม่แปลกหรอก ที่รัฐบาลภูมิใจไทยถูกวิพากษ์รุนแรง ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลในห้วงสถานการณ์อย่างนี้ เชื่อว่า ย่อมถูกกระหน่ำตี โดยที่ไม่อาจกรรเชียงหนีได้ อย่างที่รัฐบาลภูมิใจไทยประสบอยู่ จะโทษเป็นผลพวงปัญหาเชิงโครงสร้าง ระบบที่ไม่เป็นระบบ เรื่องจริงอะไรต่อมิอะไรที่สะท้อนภาพผุกร่อนรัฐไทย ก็ทำไม่ได้ ในโมงยามที่มีผู้เดือดร้อนแสนสาหัส เคืองโกรธภาครัฐอย่างนี้ ไม่ส่งผลดีแน่นอน จำต้อง ก้มหน้ารับทั้งเสียงของผู้ประสบภัยตัวจริงที่ต้องรับฟังอย่างเห็นอกเห็นใจ หรือแม้แต่เสียงผสมโรง ด่าทอ ดิสเครดิตการเมือง ก็ถือเป็นค่าที่จะปฏิเสธการจ่ายไม่ได้
⦁…ถูกต้องแล้วที่ อนุทิน ชาญวีรกูล ลั่นคำขอโทษ น้อมรับผิดพลาด และจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก นายกฯหนูบอกว่า “เป็นใครก็โกรธ เป็นความเครียดที่เกิดขึ้น เราต้องยอมรับให้เขาระบายมา และนำข้อมูลมาแก้ไขให้เป็นประโยชน์” พร้อมกับประกาศ 8 มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่และผู้ประสบภัยภาคใต้ อาทิ พักหนี้ พักเงินต้น พักดอกเบี้ย ลูกหนี้แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐ รายละไม่เกิน 1 ล้าน 1 ปี, ให้เงินกู้ปลอดดอกระยะหนึ่งสำหรับยังชีพและประกอบอาชีพ ซ่อมที่พักอาศัย จ่ายเงินแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 2 ล้าน ในพื้นที่ที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายชดเชยสูงสุดทุกกรณีแก่ผู้ประกันตน ให้ บ.ประกันภัยรถยนต์จ่ายชดเชยความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยลดขั้นตอน
⦁…รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ผ่านครึ่งทาง 4 เดือน มาเรียบร้อย วีซ่าบริหารเหลือ 2 เดือน “ธันวาคม 68-มกราฯ 69” เอ็มโอเอที่ทำไว้กับพรรคประชาชนคืบหน้าเป็นรูปธรรม คณะกรรมาธิการปิดจ๊อบแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามเป้าหมาย สเต็ปต่อไป รัฐสภาเปิดสมัยวิสามัญพิจารณาวาระ 2 วันที่ 10-11 เดือนนี้ จากนั้นทิ้งไว้ 15 วัน ได้ฤกษ์โหวตวาระ 3 ในสมัยประชุมสภาสามัญที่จะเปิดทำการ 12 ธันวาฯ ที่ต้องจับตาก็ เกมชิงไหวชิงพริบ เมื่อโหวตวาระสุดท้ายจบ จะ ผ่านปุ๊บยุบปั๊บไม่รอครบ 4 เดือน หรือออกหน้าอื่น ว่ากันว่าขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเสียง-จัดการการเมืองของบิ๊กๆ ภูมิใจไทย
⦁…จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กัปตันทีมเพื่อไทยคนใหม่ ยืนยันอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่แผ่ว เตรียมญัตติไว้แล้ว แต่อาจต้องนำมาปรับบ้าง แย้มแนวเช็กบิล นาทีนี้ขีดเส้นใต้ไว้ที่ ซักฟอกรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ล็อกเป้า อนุทิน ชาญวีรกูล ไว้ด้วย 1 คน ซึ่งแน่นอน ใครๆ ก็อ่านออกว่า คงมิได้หมายถึง ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเป็นการทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจอนุทินในฐานะ มท.1ให้เสียของ หากแต่โฟกัสสอย อนุทิน ชาญวีรกูล ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
⦁…แม้ยืนกราน ยื่นซักฟอกแน่นอน แต่ที่เพื่อไทย โดย หัวหน้าจุลพันธ์ ยังไม่ตัดสินใจคือ จะยื่นญัตติช่วงไหน เนื่องจากเห็นความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ก่อนหน้านี้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ห่วงที่เดินมาสูญเปล่า เดินเกมจับเข่า ขอร้องเพื่อไทยชะลอยื่นญัตติออกไปก่อน ผวานายกฯผู้นำฝ่ายบริหารรัฐบาลเสียงข้างน้อย ยุบสภาหนี และวันนี้ การยื่นก่อนวาระ 3 หรือหลังจากนั้น ยังคงเป็นโจทย์ยากของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องตัดสินใจ วันเวลาไหนเหมาะสมที่สุดต่อการเซฟเพื่อไทย ในการทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบ โดยให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่









