หน้าแรก การเมือง เปิดเนื้อหากม...

เปิดเนื้อหากมธ. วาง 2 กลไกทำรธน.ใหม่ เผยยิบสูตร 20 หยิบ 1 พร้อมสเปก-ที่มาผู้ร่าง

29.11.25 | 20:27 น.

สูตร 20 หยิบ 1 – เปิดสาระร่างแก้รธน. ปูทางสู่การจัดทำฉบับใหม่ วาง 2 กลไกทำรธน. ใช้สูตร 20 หยิบ 1 เฟ้นตัวคณะร่าง-รับฟังฯ วางกฎเข้มผู้สมัคร กำหนดเวลาทำร่างใหม่ 360 วัน -ให้รัฐสภาโหวตเห็นชอบหรือไม่ พร้อมขีดเส้นห้ามแตะหมวด 1 หมวด 2 

ตามที่มีพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา ในระหว่างวันที่ 10-11 พฤศจิกายนนี้ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ในวาระ 2 หลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ที่มี นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานกมธ. ซึ่งได้พิจารณาเนื้อหาเสร็จแล้ว

สำหรับเนื้อหาของกมธ. ที่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระพบว่า กมธ.ได้พิจารณาปรับแก้จากร่างเดิมที่รัฐสภารับหลักการเกือบทุกมาตรา โดยประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ คือ องค์กรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เป็นเนื้อหาหลักของร่าง กมธ.กำหนดให้มีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน ที่มาจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา เพื่อทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จภายใน 360 วัน

พร้อมกันนี้ กมธ.ยังได้ปรับ สภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็น กมธ.รับฟังความคิดเห็นและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน โดยให้มีทำหน้าที่ อาทิ รับฟังและรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงในการจัดทำรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอต่อกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงแจ้งให้ ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้แสดงความคิดเห็น

ขณะที่ หลักเกณฑ์การรับสมัคร และลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะสมัครเป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็นนั้น ใช้หลักเกณฑ์ คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามเดียวกัน ทั้งนี้มีประเด็นที่ กมธ. เขียนเพิ่มเติม ได้แก่ ห้ามบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว หรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ เป็นพนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ลงสมัคร

Advertisement

ทั้งนี้ ในส่วนของคุณสมบัติกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญนั้น กมธ.ได้กำหนดคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี การศึกษา ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า นอกจากนั้นยังกำหนดให้มีคุณสมบัติเฉพาะส่วนของนักวิชาการ ราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง โดยกมธ.ยังได้เติมคุณสมบัติเฉพาะขึ้นใหม่ อาทิ เป็น หรือเคยเป็นผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ หรือผู้วิจัยที่มีรายชื่อในโครงการวิจัยของหน่วยงานในระบบวิจัย และนวัตกรรม และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เคยรับราชการตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี เคยรับราชการเป็นหน้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ไม่น้อยกว่า 5 ปี ส่วนของนักการเมือง ได้เพิ่มข้อความให้ครอบคลุมถึงนายกเมืองพัทยา ด้วย

นอกจากนั้น ได้เพิ่มคุณสมบัติที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมายรองรับการประกอบวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 5 ปี และ บุคคลที่เป็น หรือเคยเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมหาชนจำกัดมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปี สามารถสมัครเข้ารับการเลือกเป็นกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญด้วย

ส่วนคุณสมบัติของกมธ.รับฟังความคิดเห็นนั้น กมธ.เสียงข้างมาก ให้ใช้คุณสมบัติ 2 ประการ คือ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งกมธ.ได้ลดเกณฑ์อายุที่สมัครลงจากเดิมที่กำหนด ไม่ต่ำกว่า 20 ปี ทั้งนี้ กมธ.ได้กำหนดบทบัญญัติเพื่อขจัดการมีส่วนได้เสีย คือ ห้าม กมธ.ร่างรับธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใน 2 ปีนับจากวันที่พ้นตำแหน่งไว้ด้วย

สำหรับการรับสมัคร บุคคลเพื่อเข้ารับคัดเลือก เป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น ใช้กลไกเดียวกัน คือ ให้สมัครผ่าน กกต. ด้วยหลักฐานที่กำหนดพร้อมกับวิสัยทัศน์ และรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สนับสนุนไม่น้อยกว่า 100 คน ทั้งนี้ ยังกำหนดให้ประชาชนมีส่วนตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครและผู้สนับสนุนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือก กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกนั้น กำหนดเวลาให้รัฐสภา ทำให้เสร็จภายใน 60 วัน โดยใช้สูตร 20 หยิบ 1 คือให้สมาชิกรัฐสภารวมกลุ่มๆ ละ 20 คนตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภากำหนด เพื่อเสนอ กมธ.ร่างรัฐธรรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น ได้กมธ.ละ 1 คน จนครบจำนวน จากนั้นให้ประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษา

สำหรับขั้นตอนหลังจากที่ได้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และ กมธ.รับฟังความคิดเห็น แล้ว กำหนดให้มีการประชุมร่วมกันครั้งแรก ภายใน 15 วัน เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยกำหนดให้รับฟังความเห็นประชาชนอย่างทั่วถึง รอบด้าน และเป็นระบบ พร้อมกำหนดให้ประชุมร่วมกันอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

ขณะที่ ระยะเวลาทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน 360 วัน และเมื่อทำแล้วเสร็จต้องส่งให้ประธานรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาอภิปรายแสดงความเห็น ให้ข้อเสนอแนะ โดยไม่ลงมติ ภายใน 30 วัน จากนั้นให้รัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะคืนให้ กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้แก้ไขเพิ่มเติม ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทั้งนี้ ยังให้โอกาสขยายเวลาพิจารณาได้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 30 วัน จากนั้นส่งกลับให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบ ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งวิธีการออกเสียงให้ใช้การขานชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย แต่หากที่รัฐสภาไม่เห็นชอบ ให้ร่างรัฐธรรรมนูญนั้นตกไป

อย่างไรก็ตาม กมธ.เสียงข้างมาก ยังเห็นชอบต่อการกำหนดกรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ให้มีเนื้อหาสำคัญครอบคลุมใน 10 ประเด็น อาทิ รับรองความเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวกันจะแบ่งแยกมิได้ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชน การวางหลักให้ประชาชนยึดโยงกับสถาบันการเมือง ประชาชนตรวจสอบถ่วงดุล และมีความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ วางกลไกตรวจสอบอำนาจรัฐ ขจัดทุจริต ประพฤติมิชอบ จำกัดขอบเขตการใช้อำนาจรัฐและดุลยพินิจขององค์กรรัฐ สร้างเสริมความเข้มแข็งหลักนิติธรรม การบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายรัฐที่ยืดหยุ่น กระจายอำนาจรัฐให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ วางหลักเกณฑ์การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

และที่สำคัญ กมธ.ยังได้เพิ่มเนื้อหา โดยกำหนดให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้นำบทบัญญัติในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาบัญญัติไว้ โดยไม่ให้แก้ไขด้วย