หน้าแรก การเมือง ปริญญา ชี้ช่อ...

ปริญญา ชี้ช่องนายกฯ แก้มือช่วงฟื้นฟูหาดใหญ่ ไล่ยกเลิกคำสั่งทำสับสน แล้วใช้กม.ปภ.ฉบับเดียว บัญชาการ

29.11.25 | 22:27 น.

ปริญญา ชี้ช่องนายกฯ แก้มือช่วงฟื้นฟูหาดใหญ่ ไล่ยกเลิกคำสั่งทำสับสน แล้วใช้กม.ปภ.ฉบับเดียว บัญชาการ

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อเขียนเรื่อง [ ช่วง ฟื้นฟูหาดใหญ่ นายกควรต้องยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งที่สับสนซับซ้อน เพื่อใช้พระราชบัญญัติ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เต็มที่ ] ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

ในการแก้วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่และภาคใต้ นายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตามกฎหมายหลายฉบับ ในการแต่งตั้งผู้รับผิดชอบแก้ปัญหาและตั้งศูนย์ต่างๆ ขึ้นมาหลายศูนย์ เพื่อ “ช่วยกันแก้ปัญหา” แต่ปัญหาคือ เกิดการทับซ้อนในการสั่งการและบริหารจัดการทรัพยากร (กำลังคน เรือ น้ำ อาหาร เป็นต้น) สับสนว่าใครคือผู้รับผิดชอบหลัก และคนที่ทำงานหน้างาน (ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและอาสาสมัคร) ก็ไม่รู้ต้องฟังคนไหน?

ในขณะนี้น้ำลดแล้ว ตอนนี้จึงเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งมีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน (เก็บกู้และคืนร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติ ฟื้นฟูเมือง ล้างบ้าน เงินชดเชยเยียวยาเป็นต้น) สิ่งที่นายกรัฐมนตรีควรต้องทำคือ ถือโอกาสนี้ ยกเลิกคำสั่งต่างๆ ที่ทับซ้อนกัน และให้เหลือแค่การใช้ อำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ซึ่งมีระบบที่ดีพอสมควรอยู่แล้วในการรับมือกับสาธารณภัย แต่ในคราวนี้ไม่ได้ใช้อย่างเป็นระบบ เพราะถูกคำสั่งตามกฎหมายอื่นมาทับซ้อน เพื่อให้การฟื้นฟูและเยียวยาประชาชน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ โดยสรุปดังนี้ต่อไปนี้ครับ

1. คำสั่งที่ควรต้องยกเลิกก่อนเลยคือ การประกาศให้ท้องที่จังหวัดสงขลาอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน โดย ผบ.สูงสุด เป็น หัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (25 พ.ย. 2568) เพราะผิดฝาผิดตัวตั้งแต่แรกเนื่องจาก พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ใช้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินในเรื่องความมั่นคง ไม่ใช่ภัยพิบัติธรรมชาติ

Advertisement

2. เมื่อยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินในจังหวัดสงขลาแล้ว ก็ต้องยกเลิกคำสั่งที่ให้ วบอำนาจของรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ตามพระราชบัญญัติทั้งหมด 38 ฉบับ ให้เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี (25 พ.ย. 2568 ) คนที่เสนอไปให้คุณอนุทินเซ็น คงอยากจะให้คุณอนุทินมีอำนาจเด็ดขาดในการแก้ภัยพิบัติที่หาดใหญ่ แต่ปัญหาคือคุณอนุทินไม่ได้ใช้อำนาจตามคำสั่งนี้เลย เพราะได้แต่งตั้งผู้แก้ปัญหาขึ้นมา 2 คนคือ รองนายกและรัฐมนตรีเกษตร (จะได้กล่าวถึงต่อไปในข้อ 3) และ ผบ.สูงสุด (ตามที่ได้กล่าวในข้อ 1) ซึ่งไม่ใช่นายก จึงไม่มีอำนาจที่จะใช้อำนาจตาม พรบ. 38 ฉบับที่รวบมาให้นายกได้

และโดยที่วันต่อมาคุณอนุทินได้ออก คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 11/2568 (26 พ.ย. 2568) มอบหมายให้รัฐมนตรี 8 คน แก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ 8 จังหวัด จึงเกิดปัญหาความย้อนแย้งและขัดกันเอง คือคำสั่งหนึ่งรวบอำนาจรัฐมนตรีมา อีกคำสั่งให้รัฐมนตรีไปแก้ปัญหา ดังนั้น จึงต้องยกเลิกคำสั่งนี้เพื่อคืนอำนาจให้รัฐมนตรีในการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

3.สำหรับคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 330/2568 (วันที่ 24 พ.ย. 2568) ที่ตั้ง ศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติ โดยให้ ร.อ.ธรรมนัส เป็น ผู้อำนวยการ นั้น เนื่องจากเจาะจงในเรื่องการบริหารจัดการน้ำเป็นหลัก จึงอาจจะไม่ต้องยกเลิก หรือถ้าคุณอนุทินต้องการให้ ร.อ.ธรรมนัส ทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องน้ำต่อไปในช่วงฟื้นฟู ก็สามารถแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะรองนายกให้มีอำนาจตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ (ซึ่งจะได้กล่าวต่อไปในข้อ 4 และ 5)

4. เมื่อยกเลิกคำสั่งต่างๆ ที่ทับซ้อนและย้อนแย้งกันแล้ว คุณอนุทินก็จะสามารถใช้อำนาจนายกตาม พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้อย่างเต็มที่ ในการจัดระบบที่มีประสิทธิภาพในการ “บรรเทาสาธารณภัย” เพื่อฟื้นฟูเยียวยาหาดใหญ่ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้บัญชาการ มีอำนาจเต็มตามมาตรา 13 ในการสั่งการเจ้าหน้าที่ทั้งประเทศ รวมถึงอาสาสมัครด้วย และปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นรองผู้บัญชาการ (ภาพประกอบ )

ในส่วนของจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่นนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้อำนวยการจังหวัด นายอำเภอเป็นผู้อำนวยการอำเภอ และ นายกท้องถิ่นเป็นผู้อำนวยการท้องถิ่น ครับ

ในกรณีหาดใหญ่ นายกเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นผู้อำนวยการท้องถิ่น จึงมีอำนาจตามมาตรา 21 (ภาพประกอบ 6) และตามมาตรา 28 (ภาพประกอบ 7) คือ มีอำนาจในการสั่งอพยพประชาชนได้ ไม่ต้องรอผู้ว่า! ที่ท่านนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ชี้แจงว่า อำนาจอพยพเป็นอำนาจผู้ว่า ไม่ถูกต้องครับ

5.หากคุณอนุทินต้องการให้คุณธรรมนัสเข้ามาช่วยบัญชาการในการแก้ปัญหาในช่วงฟื้นฟู ก็ทำได้ด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 31 ”ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง“ ซึ่งคุณอนุทินได้ประกาศหาดใหญ่ให้เป็นพื้นที่ดังกล่าวแล้ว (ที่เรียกว่า ภัยพิบัติระดับ 4) โดยให้แต่งตั้งคุณธรรมนัสในฐานะรองนายก

ให้มีอำนาจแทนนายก ในการสั่งการรัฐมนตรีมหาดไทย ปลัดมหาดไทย ผู้ว่า นายอำเภอ นายกท้องถิ่นได้

แต่ปัญหาคือ คุณอนุทินเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยด้วย แล้วจะให้คุณธรรมนัสมาใช้อำนาจนายกของคุณอนุทิน มาสั่งคุณอนุทินในฐานะรัฐมนตรีมหาดไทยได้อย่างไร ? เว้นแต่คุณอนุทิน จะยกเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการมหาดไทยให้คนอื่น ซึ่งก็คงไม่เกิดกรณีเช่นนั้น

ดังนั้น สรุป คือ คุณอนุทินต้องใช้อำนาจบังคับบัญชาด้วยตัวเองในฐานะนายก และ รัฐมนตรีว่าการมหาดไทย ในการบังคับบัญชาองคาพยพต่างๆ ของมหาดไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่กระทรวงอื่น และทหารด้วย ในการฟื้นฟูและเยียวยาหาดใหญ่ให้มีประสิทธิภาพ ก็จะพอเป็นโอกาสแก้มือที่ถูกต่อว่าว่าช้าและผิดพลาดในช่วงก่อนนี้ โดยก็ต้องไปยกเลิกคำสั่งที่ใช้อำนาจตามกฎหมายอื่นที่ทับซ้อนกันให้หมดดังที่ได้กล่าวไปครับ