หน้าแรก การเมือง นายกฯ เผย ในห...

นายกฯ เผย ในหลวง โปรดเกล้าฯพระราชทานเงินส่วนพระองค์ แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 20,000 บาท

1.12.25 | 15:46 น.

นายกฯ เผย ในหลวง โปรดเกล้าฯพระราชทานเงินส่วนพระองค์ แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 20,000 บาท นายกฯ ย้ำ เร่งฟื้นฟูให้ประชาชนพลิกฟื้นชีวิตกลับมาโดยเร็ว

เมื่อเวลา 14.00 วันที่ 1 ธันวาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ ครั้งที่ 6/2568 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผลกระทบอย่างรุนแรงมาก ในเรื่องของเศรษฐกิจต่อทั้งตัวจังหวัด และผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผลกระทบของการเสริมสร้างรายได้ จึงได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทุกคนมาร่วมประชุมกับทางคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจในวันนี้ด้วย ซึ่งตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนถึงเมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) ได้นำองค์กรทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนสมาคมด้านธุรกิจ และอุตสาหกรรมต่างๆ ลงไปในพื้นที่เพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น ว่าจะต้องเร่งฟื้นฟูให้ส่วนที่เสียหายได้กลับมามีประสิทธิภาพการเสริมสร้างรายได้ และทำให้โอกาสต่างๆ กลับคืนมาต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า ที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือการที่ไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์กลางสัปดาห์หน้า ซึ่งมีการแข่งขันกีฬามากมาย ได้มีการจัดเตรียมไว้ที่ จ.สงขลา มีกองเชียร์ มีผู้ที่เกี่ยวข้องมากมาย ต้องเดินทางเข้า จ.สงขลา แต่ก็ต้องยกเลิกไปทั้งหมด เพราะสภาพที่เกิดขึ้นทำให้ทุกอย่างไม่มีความพร้อมในการการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ในส่วนที่จ.สงขลา ต้องรับผิดชอบ

นายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนี้ เรื่องการฟื้นฟูตัวจังหวัด การล้างบ้านล้างเมือง และนำประชาชนกลับเข้าที่พักอาศัยให้เร็วที่สุด ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นฝ่ายพลเรือน ฝ่ายกองทัพ ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ มีหลายคนอยู่ในพื้นที่ตามคำสั่งที่ได้มอบหมายให้ลงไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างที่รองนายกรัฐมนตรี 2 คนได้อยู่ในพื้นที่ทั้งนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ จ.ยะลา และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ถูกสั่งการให้อยู่ที่ จ.สงขลา ส่วนทางแม่ทัพภาคที่ 4 ก็อยู่ในพื้นที่ด้วย ได้อำนวยการในห้องการฟื้นฟูนำกำลังทหารมาฟื้นฟู และช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย

นายกฯ ยังได้แจ้งต่อที่ประชุมด้วยว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระราชกระแสเนื่องด้วยเหตุอุทกภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุโดยเฉพาะผู้ที่เสียชีวิตทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรกับบุคลากรทางการแพทย์จิตอาสา

Advertisement

ทั้งนี้ได้พระราชทานเงินจำนวน 100 ล้านบาท ส่วนพระองค์ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ทดแทนที่เสียหาย และพระราชทานโดรนสำหรับการค้นหา ส่งอาหารให้แก่กองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ถือว่าเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ดังนั้น ตนขอแจ้งว่าขอให้ดำเนินการรับส่งผู้เสียชีวิตทุกรายในพระราชานุเคราะห์ หมายความว่าในส่วนชาวพุทธจะมีการพระราชทานเพลิงศพทุกราย ส่วนผู้เสียชีวิตนับถือศาสนามุสลิมจะมีการพระราชทานดินฝังศพ ตามประเพณี และวัฒนธรรม ดังนั้น ขออนุญาตแจ้งผ่านปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีผู้มีเสียชีวิตได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดอย่าให้ตกหล่น

นายกฯ ยังเปิดเผยด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินช่วยเหลือส่วนพระองค์ แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 20,000 บาทด้วยเช่นกัน โดยให้จัดทำรายงานเสนอราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อกราบบังคมทูลให้ทอดพระเนตรต่อไปว่า ได้ดำเนินการมากน้อยเพียงใด

ขณะที่สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นมากแล้ว น้ำลดลงแล้ว เกือบ 100% แต่ยังมีพื้นที่บางจุดที่ยังมีน้ำท่วมขังซึ่งจะมีการเร่งดูแลฟื้นฟูสภาพในอยู่ทุกวัน วันนี้มีเรื่องต่างๆมากมายที่ต้องเร่งฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งจะใช้มติของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจแห่งนี้ ให้ดำเนินการให้การช่วยเหลือโดยเร็ว เพื่อนำเสนอให้ได้รับความเห็นชอบจากทางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ในวันพรุ่งนี้ (2 ธ.ค.) โดยตอนนี้ขอเน้นไปที่การช่วยเหลือฟื้นฟู เพื่อเร่งสปีดไปข้างหน้าให้ประชาชนได้พลิกฟื้นความเลวร้ายต่างๆ ให้กลับมาสู่การมีโอกาสให้มากที่สุดโดยเร็ว ไม่เพียงแค่มิติเศรษฐกิจเท่านั้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานให้ปกติที่สุด การลงไปในพื้นที่ก็เห็นสภาพว่าโกลาหลอลหม่านมาก แต่ได้รับการยืนยันจากคนในพื้นที่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

นายกฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงด้านสุขภาพ ทั้งสุขภาพจิต สุขภาพกาย โดยกระทรวงสาธารณสุข จะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อทำให้สภาพร่างกายของผู้ประสบภัยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด คนที่สูญเสียบ้านเรือน ธุรกิจ รายได้ และครอบครัว จะต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนที่ย้ายของหนีน้ำต้องจากบ้าน แต่พอน้ำลดกลับมาดูบ้านก็เห็นสภาพบ้านทำให้เกิดความหดหู่ และความซึมเศร้า อาจทำให้พัฒนาไปสู่ความซึมเศร้าทางจิตใจ ดังนั้น ต้องให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดนำนักจิตวิทยาต่างๆ ลงไปในพื้นที่ด้วย