‘รมว.ทส.’ ชี้ PM2.5 ลดกว่าปีก่อนเยอะ ด้วยนโยบายจูงใจลดเผาของหลายภาคส่วน และโครงการ ‘เปลี่ยนไส้กรองรถเก่า’ ที่ทำร่วมกับ กทม. เพราะฝุ่นเกิดจากท่อไอเสียเป็นหลัก
เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 2 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการจัดการฝุ่น PM2.5 ว่า กรมควบคุมมลพิษเฝ้าติดตามและดูทิศทางของฝุ่น PM2.5 ที่จะเข้ามามายังกรุงเทพมหานคร ส่วนหนึ่งต้องขอขอบคุณรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้ลดการเผาลง เพราะกระทรวงเกษตรมีมาตรการที่ให้แลกซังข้าวเป็นปุ๋ยได้หากไม่เผา
นายสุชาติกล่าวว่า ปีที่แล้วเราลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ได้ประมาณ 30% และในปีนี้เราตั้งเป้าให้สูงกว่าเดิม เหตุผลคือได้ทำโครงการร่วมกับกรุงเทพมหานคร และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้นำรถเก่ามาเปลี่ยนไส้กรอง โดยมีส่วนลดให้ด้วย นอกจากนั้น ในวันนี้เวลาประมาณ 14.00 น. จะมีการไปตรวจจับค่าฝุ่นบริเวณท่าเรือคลองเตย
นายสุชาติกล่าวว่า ต้องเปลี่ยนว่าเราทำงานแบบบูรณาการกันทั้งภาครัฐบาล นำโดยนายกรัฐมนตรี ทั้งกระทรวง ทส.ของตน และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ ดูเรื่องการรับซื้อข้าวโพดที่ไม่เผาจากเพื่อนบ้าน หรือเรื่องอ้อย ที่ยังมีปัญหาอยู่บ้าง เนื่องจากแรงงานขาดแคลนจากการปิดชายแดนกัมพูชา รัฐบาลก็แก้ปัญหาด้วยการสนับสนุนรถตัดอ้อยอะไรต่างๆ แต่เราเชื่อว่าปริมาณฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯลดลงแน่นอน โดยหลักๆ ฝุ่นในกรุงเทพฯเกิดจากท่อไอเสียรถยนต์ ซึ่งลดไปได้มากจากโครงการที่กระทรวง ทส.ร่วมกับ กทม.
นายสุชาติกล่าวต่อว่า และอีกเรื่องหนึ่งคือ ตนดูไฟป่าอยู่ ฮอตสปอตต่างๆ เป็น 0 เกือบหมดแล้ว เหลือแค่จุดสองจุดที่ยังมีจำนวนน้อยมาก เรามีชุมชนที่อยู่รอบอุทยาน รอบป่าไม้ทั้งหมดมาช่วยเฝ้าระวัง และได้เอกชนสนับสนุนในเรื่องอุปกรณ์ดับไฟป่า ต้องเรียนกับประชาชนว่ากรมควบคุมมลพิษเองดูแลอย่างดีที่สุด และเรามีการใช้ดาวเทียมในการตรวจฮอตสปอต ดูด้วยว่าลมมาทางไหนและจะไปทิศทางไหน และมีระบบเตือนภัยทางโทรศัพท์มือถือด้วยว่าจะมีพื้นที่โซนไหนเป็นสีส้มหรือสีแดงอย่างไร
เมื่อถามว่า การที่ค่าฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯตอนนี้เป็นสีส้ม แปลว่ามาตรการเหล่านี้ไม่ได้ผลหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ มันเป็นช่วงของหน้าลม ต้องยอมรับ 2 ประเด็นว่าการเตือนคือการเตือน ส่วนการแก้ปัญหาคือการแก้ปัญหา เรานับเข้าฤดูหนาวออกตั้งแต่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เราต่อสู้กับ PM2.5 มา 2-3 อาทิตย์แล้ว ซึ่งถ้าเทียบสถิติกลับไปกับปีก่อนๆ ของเราลดลงแล้วในปีนี้ ซึ่งเกิดจากการแก้ปัญหาร่วมกันหลายภาคส่วน
เมื่อถามต่อว่า ในกรุงเทพฯจะมีการขอให้การก่อสร้างต่างๆ ชะลอตัวลงหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯมีมาตรการตรงนั้นอยู่แล้ว แต่หลักๆ ก็ต้องยอมรับว่า PM2.5 เกิดจากท่อไอเสียเป็นหลัก

