หน้าแรก การเมือง สร.กทพ.ร้อง ก...

สร.กทพ.ร้อง กมธ.พัฒนาการเมือง ส.ว.หลังถูกท้วงขาดมีส่วนร่วม พร้อมตรวจสอบขยายสัญญาสัมปทาน

2.12.25 | 12:45 น.

‘สร.กทพ.’ ร้อง ‘กมธ.พัฒนาการเมือง สว.’ สอบปมสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 หลังถูกท้วงขาดการมีส่วนร่วม พร้อมตรวจสอบขยายสัญญาสัมปทานเอกชน บริหารทางด่วนไปอีก 22 ปี ด้าน กมธ.รับลูก จ่อ เชิญผู้เกี่ยวข้องแจงสัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับยื่นหนังสือจากกลุ่มสหภาพแรงงานวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการต่อสัญญาสัมปทานกับเอกชนในการบริหารจัดการทางด่วนออกไปอีก 22 ปี 5 เดือน ที่ส่อขัดกับกฎหมายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน และ การก่อสร้างโครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่2 (งามวงศ์วาน-พระรามเก้า) ที่ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน

โดยนายบัณฑิต พรึงลำภู ประธานสร.กทพ. กล่าวว่า กรณีการขยายสัญญาสัมปทานให้กับเอกชน 22 ปี 5 เดือนนั้น ส่อว่ามีความไม่ชอบมาพากล เพราะเป็นการขยายสัญญาสัมปทานให้เอกชนรายเดิม โดยไม่มีการเปิดประมูลตามกฎหมายเพื่อให้เอกชนรายอื่นเข้าร่วมแข่งขัน ทั้งนี้ ในปี 2578 เวลาที่ให้สัมปทานเดิมจะหมดลงและรัฐสามารถนำมาบริหารจัดการให้เหมาะสมได้

นายบัณฑิต กล่าวต่อว่า ขณะที่โครงการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 นั้น ปัจจุบันไม่มีความจำเป็น ปริมาณรถมีจำนวนลดลง ซึ่งจากปี 2562 ที่เป็นแนวคิดนั้นเพื่อแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด แต่ในปี 2568 พบว่า รถมีจำนวนลดลงถึง 13% จึงไม่มีความจำเป็นอีกทั้งการสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 ยังเป็นอันตรายกับผู้ใช้ทาง ขณะที่ประเด็นการบรรเทาปัญหาการจราจร มีทางเลือกที่ดีกว่า คือ ทางด่วนเส้นเกษตร-นวมินทร์ที่เตรียมจะดำเนินการ หลังจากการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2

Advertisement

ขณะที่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า กมธ.จะรับเรื่องไว้พิจารณาและสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อกมธ. ทั้งนี้ มี 3 ประเด็นที่กมธ.ต้องหาความกระจ่าง คือทางเลือกที่ดีกว่าโครงการก่อสร้างทางพิเศษระดับชั้นที่ 2 การให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อโครงการดังกล่าวที่มีผลกระทบกับประชาชน รวมถึงการขยายสัญญาสัมปทานให้กับบริษัทเอกชนว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ รวมไปถึงการแก้ไขสัญญาสัมปทานที่เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

“การแก้ปัญหาจราจรในพื้นที่กทม. ถือเป็นความจำเป็นที่ต้องมีทางด่วน แต่โครงการที่จะเกิดขึ้นต้องพิจารณาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ คุ้มค่าและตอบโจทย์การเดินทางหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อกมธ.ได้ตรวจสอบแล้วจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ผมสนับสนุนที่ว่าหากรัฐบาลจะเดินหน้าจริง ควรนำไปหาเสียงกับประชาชนก่อน เพื่อให้ได้รับความชอบธรรมต่อการผลักดัน” นายนรเศรษฐ์ กล่าว