นายกฯ สั่ง กอ.รมน. กำหนดทิศทางปี’69 มุ่ง ยั่งยืน-ทันสมัย เร่งปราบภัยข้ามชาติ-สแกมเมอร์ เข้าถึงเป็นที่พึ่ง ปชช.
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 3 ธันวาคม ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2568 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2569 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
โดยนายกฯกล่าวในการมอบนโยบายว่า ปัญหาด้านความมั่นคง เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบที่ส่งผลกระทบ ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ และความสงบเรียบร้อยของชาติ ตนได้หารือกับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งได้กำหนดทิศทางการทำงาน กอ.รมน.ในปี 2569 ให้มุ่งสู่ความมั่นคงที่ยั่งยืน ทันสมัย และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เปลี่ยนการทำงานเชิงรับ เป็นทำงานเป็นเชิงรุก แก้ปัญหาที่ต้นตอ และมุ่งเน้นการบูรณาการงาน เพื่อให้เห็นผลชัดเจน และตอบสนองของประชาชนได้ในทุกสถานการณ์ เพื่อให้ทุกหน่วยงานมีแนวทางการปฏิบัติงาน และความพร้อมต่อการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาให้บรรลุผลในปี 2569 นี้ ตนจึงขอให้ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการ ดังนี้
นายอนุทินกล่าวว่า 1.การป้องกันภัยคุกคามเร่งด่วน มุ่งยับยั้งเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการจัดการกับข้ามชาติ และปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นการทำงานเชิงลึกในพื้นที่ และใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างสันติสุข ลดเหตุรุนแรงลดจำนวนจุดเสี่ยงลงให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสนับสนุนการปรามปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และการก่อการร้ายข้ามชาติ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน และสร้างเครือข่ายการแจ้งเบาะแสให้ครอบคลุมในพื้นที่ รวมถึงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วยการประสานกับหน่วยงานอย่างรวดเร็วเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ชัดเจน การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารของ กอ.รมน.ต้องพัฒนาข้อมูลข่าวสารด้านข่าวให้รู้จริง รู้เร็ว และแม่นยำ สกัดกั้นข่าวปลอมหรือ fake news ที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแตกแยกของสังคม
นายอนุทินกล่าวว่า 2.การสนับสนุนงานรัฐบาล มุ่งยกระดับการแก้ปัญหาชีวิต มุ่งให้ความสำคัญแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน การค้ามนุษย์ และสถานะบุคคลไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินงานแผนการความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนเป้าหมายได้รับการป้องกันภัยภายในพื้นที่ ยึดหลักการการจัดลำดับความเร่งด่วนของการแก้ไขปัญหาเสริมความพร้อมด้านพลังงาน และความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่กับป้องปรามการลักลอบนำเข้าส่งออกสินค้าเกษตร และสินค้าประมงที่ผิดกฎหมาย รวมถึงความพร้อมในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในภาวะที่ไม่ปกติ หรือภัยพิบัติที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความมั่นคงโดยรวม ในมิติของการบรรเทาสาธารณภัย และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมขอให้ กอ.รมน.ดำเนินการเชิงรุกเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบ หาความร่วมมือกับท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหา PM2.5 ไฟป่า ปัญหาอากาศ เคมีอุตสาหกรรม และปัญหาน้ำปนเปื้อนสารเคมี
นายอนุทินกล่าวว่า 3.การปรับปรุงองค์กร และเสริมภาพลักษณ์ให้เกิดความโปร่งใส และเป็นที่พึ่งของประชาชน จะเริ่มจากการเสริมศักยภาพบุคลากรให้เท่าทันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ทั้งด้านเทคโนโลยีการใช้ข้อมูลข่าวสาร และข้อมูลเพื่อให้กำลังพลพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อน ตามบริบทของความมั่นคงในปัจจุบันรวมทั้งการเสริมสร้างความโปร่งใสขององค์กร โดยทุกภารกิจต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ดังนั้นการใช้งบประมาณ การปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ และการสื่อสารสาธารณะ
“ขอขอบคุณผู้บริหารของ กอ.รมน.ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ และร่วมมือกันขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศไปอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนขอขอบคุณและเป็นกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจนี้ ด้วยความทุ่มเท และเสียสละของทุกคนเพื่อทำให้การทำนโยบายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้จริงคือผลการปฏิบัติที่คาดหวังซึ่งทุกคนในที่นี้ จะได้ทำงานร่วมกันผ่านประเทศไทยก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง และยั่งยืน”

