หน้าแรก การเมือง ภราดร เผย เยี...

ภราดร เผย เยียวยาศพละ 2 ล้าน เฉพาะเขต พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกพื้นที่จะพิจารณาในลำดับถัดไป

3.12.25 | 13:28 น.

ภราดร เผย เยียวยาศพละ 2 ล้าน เฉพาะเขต พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกพื้นที่จะพิจารณาในลำดับถัดไป

เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 3 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงผลประชุม ศป.กฉ.ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้สั่งการเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อดำเนินการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือมหาภัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ไม่มีใครปฏิเสธว่าภัยครั้งนี้จะเป็นภัยครั้งสุดท้าย ในประเทศนี้เกิดภัยมหาภัย ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วมในหลายพื้นที่ หรือเหตุการณ์สึนามิ แต่หลังจากเกิดภัยทั้งหลาย หน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมระดมให้ความช่วยเหลือประชาชน แต่หลังจากนั้นเราไม่เคยมีการถอดบทเรียนหรือสรุปบทเรียน เมื่อภัยครั้งใหม่มาเราก็ใช้ทรัพยากรของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นี่คือบทเรียนของประเทศนี้

นายภราดรกล่าวว่า เชื่อว่าในการแก้ไขระยะยาวมีความจำเป็น และรัฐบาลนี้ได้ใส่ใจและให้ความสำคัญ ในการสรุปบทเรียนเพื่อที่จะให้ภัยครั้งนี้ เป็นตำราเล่มใหญ่ สำหรับภาครัฐ ในการที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เราเชื่อว่าประเทศนี้เมื่อเผชิญกับภัยต่างๆ ก็จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในอนาคตได้ดีกว่านี้ นายกรัฐมนตรีจึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งก็จะมีคณะกรรมการจากทุกหน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้เชิญผู้ชำนาญการด้านต่างๆ เข้ามาให้ข้อคิด ให้บทเรียน ได้เชิญภาคธุรกิจเอกชน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่จะเข้ามารวบรวมสรุปบทเรียน และวางแผนเพื่อรับมือกับมหาภัยที่จะเกิดขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมกับกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ นำเอาหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลเรื่องเทคโนโลยี หรือหน่วยงานภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ ในเรื่องของเทคโนโลยีเข้ามาวางแผนเพื่อที่จะทำให้ในอนาคตประเทศไทยมีเครื่องมือที่เพียงพอ และมีประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุ เช่น ในเรื่องของการพยากรณ์อากาศ เพื่อที่จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และเชื่อข้อมูลของภาครัฐ เพื่อจะได้เตรียมรับมือในการเกิดเหตุ และการแจ้งอพยพ ในเวลาที่เหมาะสม หรือเมื่อเกิดเหตุแล้ว จะต้องมีการวางแผนบูรณาการในเรื่องของการช่วยประชาชน

“ยอมรับว่าสำหรับทีมกู้ภัยในส่วนของภาครัฐหรือในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไม่เพียงพอ จำเป็นจะต้องสร้างทีมอาสาขึ้นมา ซึ่งทั้งหมดจะต้องขึ้นทะเบียนกับ ปภ. ซึ่งเมื่อมีเหตุก็จะสามารถประสานกู้ภัยที่เป็นเอกชนให้เข้ามาช่วยในการดำเนินการ ช่วยเหลือชีวิต และการอำนวยความสะดวกของพี่น้องประชาชน“

Advertisement

นายภราดรกล่าวว่า ส่วนเรื่องการเยียวยาสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องเผชิญ ต้องยอมรับว่าอาจจะมีปัญหาและอุปสรรคบ้าง ซึ่งรัฐบาลนี้กำลังจะเอาบทเรียนนี้ ไปแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง แก้ไขปัญหาในระบบราชการที่ติดขัดและมีปัญหา หรือเส้นทางที่ยาวนานและยุ่งยากสำหรับประชาชน ซึ่งก็จะนำบทเรียนตรงนี้มาสรุปและไปแก้ระเบียบทุกข้อไปแก้ไขกฎหมายทุกข้อที่มีความจำเป็นในการช่วยเหลือประชาชน และดำเนินการเยียวยาให้กับประชาชนให้ได้รวดเร็ว และสร้างความลำบากให้กับประชาชนให้น้อยที่สุด รัฐบาลนี้เห็นถึงความสำคัญและพยายามที่จะใช้วิกฤตินี้ มาสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ ในการที่จะสร้างระบบในการป้องกัน มหาภัยหรืออุทกภัยหรือภัยต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ให้เป็นรูปธรรมและเป็นระบบมากกว่านี้

เมื่อถามว่ารวบรวมบทเรียนมีกรอบระยะเวลาหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า จะทำให้เร็วที่สุด ซึ่งนายกฯกำชับว่าจะต้องทำให้เสร็จในรัฐบาลนี้ ซึ่งก็จะต้องเป็นมติของคณะรัฐมนตรี ก่อนที่จะมีการยุบสภา ซึ่งจะต้องทำให้ได้ ซึ่งหมายความว่าคณะกรรมการชุดนี้ มีเวลาถอดบทเรียนทั้งหมดไม่เกิน 2 เดือนก่อนที่จะยุบสภา ทั้งนี้เราจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญ ด้านภัยธรรมชาติต่างๆ มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมและมาสร้างระบบให้มีความเข้มแข็ง

เมื่อถามว่าตอนนี้มีเสียงสะท้อน จากประชาชนนอกเขต พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมเช่นเดียวกัน รู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำ ที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา 2 ล้านบาท อย่างเท่าเทียมกันจะทบทวนเพิ่มเติมหรือลดหลักเกณฑ์เพื่อช่วยเหลือได้อย่างไร นายภราดรกล่าวว่า ได้มีการพูดคุยและได้มีการหารือกันในคณะรัฐมนตรี เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า จะเยียวยาแต่เฉพาะในเขตที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คือ จ.สงขลา แต่กรณีจังหวัดใกล้เคียง หรือจังหวัดอื่นใด ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมและมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นก็จะต้องนำไปพิจารณาในลำดับถัดไป