หน้าแรก การเมือง อนุทิน ย้ำไม่...

อนุทิน ย้ำไม่มีปัจจัยบอกเหตุ ก็ต้องมีแผนป้องกันชายแดน มั่นใจผู้ว่าฯดูแลได้ ถ้าเกิดเหตุช่วงยุบสภา

4.12.25 | 20:06 น.

นายกฯ ย้ำไม่มีปัจจัยบอกเหตุ ก็ต้องมีแผนป้องกัน โดยเฉพาะตามแนวชายแดน มั่นใจผู้ว่าฯดูแลได้ หากอยู่ในช่วงยุบสภา ปฎิเสธข่าวการเจรจาที่ออตตาวาไม่เป็นผล

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 4 ธันวาคม ที่โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง 1 จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบนโยบายในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนและพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และผู้ว่าราชการ 7 จังหวัด และดูการสาธิตสถานการณ์สมมุติ หากมีเหตุปะทะแนวบริเวณพื้นที่แนวชายแดน ของ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ว่าก็เป็นหนึ่งในแผนเผชิญเหตุของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีชายแดนติดอยู่กับประเทศกัมพูชา ซึ่งมีทั้ง จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระแก้ว จันทบุรี และตราด และตรงกับที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ไป ที่ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความพร้อมไหม ซึ่งนี่คือการฝึกใช้แผนพิทักษ์แนวหลัง เพื่อที่จะทำให้ฝ่ายกองทัพที่จะต้องไปดูแลชายแดนจะได้ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลัง เพราะฝ่ายหลังจะมีทีมสนับสนุนในการดูแลพี่น้องประชาชน ให้มีความปลอดภัย

เมื่อถามว่า ไม่ได้มีสัญญาณบอกเหตุจากฝ่ายความมั่นคงใช่หรือไม่ว่าจะมีสถานการณ์อะไรจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ นายอนุทินกล่าวว่า สัญญาณบอกเหตุมันก็มีมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ซึ่งเราต้องเตรียมความพร้อมตลอดเวลาและยึดหลักระวัง ตั้งสงบ เตรียมรบให้พร้อมสรรพ ช่วงเวลาที่เหมาะสมจะมีการะดม ชรบ.คือผู้คอยให้การบริการประชาชนในชุมชน ถือว่าเป็นมือไม้สำคัญ ทั้งกองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กองอาสารักษาดินแดน (อส.) เพราะฉะนั้นเราต้องให้ความมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับความปลอดภัยอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า แสดงว่าในวันนี้เรายังไว้ใจกัมพูชาไม่ได้ใช่หรือไม่ว่าเขาจะเปิดอีกเมื่อไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า เราต้องมีความพร้อมตลอดเวลา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่มีบทสรุป เราคงไม่ได้พูดถึงความไว้ใจ หรือไม่ไว้ใจ แต่เราต้องเตรียมในเรื่องของความพร้อมของเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ทุกคนคงเห็นว่ามีความพร้อม แต่ความพร้อมไม่ได้ไปรบกับเขาอย่างเดียว แต่พร้อมในการที่จะเผชิญเหตุอย่างไร สิ่งแรกคือการเตรียมการอพยพพี่น้องประชาชนให้ไปในจุดที่ปลอดภัย เช่น ศูนย์พักพิงต่างๆ ที่จัดตั้งไว้ และในโรงเรียนต้องมีการจัดทำหลุมหลบภัย ซึ่งทำไว้ทุกๆ โรงเรียนแล้ว ในเขต 7 จังหวัด และมีการซักซ้อม แม้กระทั่งให้นักเรียนต้องซ้อมเผชิญเหตุการณ์ว่าถ้าเกิดจริงจะต้องทำอย่างไร และการสนับสนุนทุกอย่างหลังจากที่เกิดเหตุแล้วเราจะต้องเร่งดำเนินการอย่างไร ให้เกิดความพร้อมสูงสุด

Advertisement

นายอนุทินกล่าวว่า โดยเฉพาะชาวบ้านต้องมีอาหารครบ ต้องมีที่นอน หมอน มุ้ง ครบ และต้องมีอุปกรณ์ที่จะต้องใช้ในการดำรงค์ชีพ โดยเราเคยทำมาแล้วในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.68 ซึ่งตอนนั้นเหตุการณ์จริงยังไม่มีการซ้อมแบบนี้ ตอนนี้เราก็ใช้เหตุการณ์นั้นมาเป็นรูปแบบถอดบทเรียนออกมาและทำเป็นขั้นตอนและกระบวนการหากเกิดเหตุตรงไหนเราก็สนับสนุนซึ่งกันและกัน

เมื่อถามว่า ในส่วนของรัฐบาลช่วง 31 ม.ค.69 จะต้องยุบสภา และช่วงนั้นเกิดเหตุอะไรขึ้นมาก็ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตรงนี้ไม่เกี่ยว ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้ยุบไปกับเขาด้วย เพราะผู้ว่าฯเป็นฝ่ายที่รับผิดชอบควบคุมสถานการณ์ หากมีสถานการณ์ไม่ดีจริง ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ประกาศให้เป็นพื้นที่ฉุกเฉิน ซึ่งเขามีอำนาจที่จะอำนวยการสถานการณ์ในจังหวัดของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุน

“สมมุติว่าเกิดมีอะไรในช่วงที่หลังยุบสภาแล้วยังไม่เลือกตั้ง ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ รัฐบาลก็ยังเป็นรัฐบาลรักษาการ หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รัฐบาลก็มีอำนาจอย่างเต็มที่ในการเข้าสนับสนุนหรือระงับเหตุการณ์นั้น ซึ่งมีอะไรที่ต้องกังวล ประเทศไม่มีวันที่จะขาดรัฐบาล ซึ่งมีเหตุการณ์ที่ต้องการการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ฉุกเฉินก็จะมีรัฐบาลในการบริหารประเทศตลอดเวลา” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า แนวทางการเจรจาที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไปประชุมล่าสุดที่ออตตาวา เหมือนพยายามประท้วงแต่ไม่เป็นผลในเรื่องของการเจรจา นายอนุทินถามกลับว่า รู้ได้ไงว่าไม่เป็นผล ใครบอกว่าไม่เป็นผล นายสีหศักดิ์บอกตนว่ามีขั้นตอนในการดำเนินการเจรจาอย่างชัดเจน

ถามย้ำว่า เห็นว่าตั้งอนุกรรมการไม่ได้ นายอนุทินกล่าวว่า จะตั้งได้ไม่ได้เราก็มีอธิปไตยของเรา เราก็มีสิทธิที่จะทำรายงานไป เราลงนามในสนธิสัญญาออตตาวา คือเรื่องของการเก็บกู้วัตถุระเบิดและเราใช้คำว่าการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ด้วยหลักมนุษยธรรม หมายความว่า ถ้าฝ่ายเก็บกู้วัตถุระเบิด เห็นทุ่นระเบิดที่ไหนจะไม่ถามว่าเป็นของใคร เพราะเจอตรงไหนเก็บตรงนั้น และถ้าเกิดว่าถูกต่อต้าน หรือว่าถูกหยุดหรือระงับไม่ให้ทำ เขาก็มีแผนเผชิญเหตุ

เมื่อถามว่า หมายความว่าเราก็ต้องเก็บกู้ตามที่เข้าในภาคีของสัญญาออตตาวาอยู่ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เราต้องปฏิบัติตามกติกาเพื่อที่จะได้ให้คนเห็นอย่างชัดเจนว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายกระทำ เราเป็นประเทศที่มีประชากรมาก และเป็นประเทศที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่า เพราะฉะนั้นต้องแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ใช้ความได้เปรียบเหล่านี้ในการไปรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นเรามีหลักเกณฑ์ที่ต้องยึดถืออยู่ แต่ถ้าวันนี้เกิดมีการทำร้ายคนของเราหรือรุกล้ำเข้า รวมถึงการยิงลูกกระสุนหรือแม้แต่จรวจเข้ามาในประเทศเรา เราก็พร้อมที่จะตอบโต้ทุกรูปแบบ ตนไม่สามารถพูดอะไรที่เป็นการยั่วยุได้ แต่ว่าได้รับการยืนยันจากกองทัพ และได้หารือพูดคุยกับผู้นำเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ ทุกท่านมีความพร้อมที่จะปฏิบัติการรักษาอธิปไตยไทยอย่างเต็มที่มีแผนทุกอย่างไว้

เมื่อถามว่า กองทัพรายงานเรื่องการตัดถนนล่าสุดของกัมพูชาในหลายพื้นที่ในแถบอีสานใต้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ในรายละเอียดเขามีหลักในการดำเนินการ และเรายังพูดคุยในลักษณะทวิภาคีอยู่และมีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ตรงไหนที่มันไม่ถูกต้องเราก็ยกขึ้นมา ซึ่งยืนยันว่าตอนนี้เท่าที่ทราบทุกอย่างก็ยังเป็นไปในทิศทางที่ยังเจรจากันได้อยู่