เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) นายชาคริต พิมพ์หล่อ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อคัดค้านการได้มาของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560
นายชาคริตกล่าวว่า คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดชุดดังกล่าวเป็นมีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา 8 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาปี 2547 เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความประพฤติไม่เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่ หรือส่อไปในทางทุจริต ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ใดผู้หนึ่ง ได้รับประโยชน์จากการพิจารณาย้าย ส่งผลให้ตนและพวกได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว โดยพวกตนได้ฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบกลาง กับคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานีเป็นคดีดำหมายเลขที่ อท.119/2559, อท.120/2559, อท.121/2559, อท.128/2559, อท.129/2559 นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นฟ้องร้องเป็นคดีหมายเลขดำ อท.130/2559 และ อท.139/2559 โดยศาลได้เรียกเอกสารหลักฐานจากจำเลย ที่คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี รวมถึงคณะกรรมการตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูลการประเมินศักยภาพของผู้ขอย้ายสายงานบริหารสถานศึกษา โดยระหว่างการพิจารณาคดีจำเลยก็ประวิงเวลาเพื่อ ตัดต่อถ้อยคำในเอกสารจริงที่เป็นหลักฐานในการพิจาณา ซึ่งตนกับพวกที่เป็นผู้ร้องต่อศาลมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเอกสารมีพิรุธ ซึ่งศาลได้เรียกให้จำเลยมาชี้แจงแล้ว หากไม่มากหรือดำเนินการใด ทางศาลก็ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีอีก
นายชาคริตกล่าวต่อว่า ในกรณีนี้บุคคลที่มีรายชื่อ ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าว กลับได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 19/2560 ซึ่งเป็นผู้ที่มีประวัติถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมในทางทุจริต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ก็ไม่ควรดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งจะกระทบต่อสถานภาพสิทธิหรือหน้าที่ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงขอให้นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์และความยุติธรรมด้วย

