หน้าแรก การเมือง 2 ส.ส.ปชน. จี...

2 ส.ส.ปชน. จี้รมว.แรงงาน เร่งไกล่เกลี่ย หลังไดกิ้นปิดงานงดจ้างสหภาพ เลือกปฏิบัติ-ทำพนง.แตกแยก

5.12.25 | 12:44 น.

2 ส.ส.ปชน. จี้รมว.แรงงาน เร่งไกล่เกลี่ย หลังไดกิ้นปิดงานงดจ้างสหภาพ เลือกปฏิบัติ-ทำพนง.แตกแยก 


เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์เรื่อง [นายจ้างไดกิ้น “ปิดงาน” กระทรวงแรงงานต้องประสานไกล่เกลี่ยหาข้อยุติโดยเร็ว] โดยมีเนื้อหาดังนี้

ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อหลายเดือนระหว่าง บริษัท ไดกิ้นอินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี ในประเด็นการเจรจาสวัสดิการและโบนัส ซึ่งสืบเนื่องมาจากการที่สหภาพฯ ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ขณะที่บริษัทยื่นข้อเรียกร้อง (สวนกลับ) เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างต่อสหภาพแรงงานเช่นเดียวกัน

ที่ผ่านมา มีข้อเรียกร้องที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ คือ จำนวนเงินโบนัส เงินบวกเพิ่ม และทองคำ โดยสหภาพแรงงานขอให้บริษัทกลับมาใช้สวัสดิการเดิม คือ “ทอง 3 บาท+เงิน 1 หมื่น”สำหรับพนักงานอายุงานครบ 10 ปี หลังจากที่ปีนี้ (2568) บริษัทตัดสวัสดิการทองออกและปรับเหลือเพียง “เงินสด 4 หมื่นบาท” และลดโบนัสลง ทั้งที่ผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเกือบ “6 พันล้านบาท”

Advertisement

ล่าสุด (4 ธ.ค. 2568) ซึ่งถือเป็นการเจรจาครั้งที่ 11 ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยครั้งนี้ทางบริษัทประกาศใช้สิทธิ “ปิดงาน” ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 น.เป็นต้นไป ขณะที่สหภาพฯ เตรียมประชุมสมาชิกและแถลงความคืบหน้าในวันอาทิตย์นี้

ผม เซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างยิ่ง ผมจึงเห็นว่า จำเป็นต้องเร่งหาทางออกร่วมกัน เพื่อไม่ให้สถานการณ์ยืดเยื้อบานปลายและกระทบต่อคนงานหนักไปกว่านี้ จึงขอเสนอ 2 ประเด็นสำคัญดังนี้

1.กระทรวงแรงงาน ต้องเป็นตัวกลาง ประสานงานเพื่อไกล่เกลี่ยข้อพิพาทฯ ให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาหาข้อยุติร่วมกันได้โดยเร็ว

2.ขอให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาเจรจากันบนพื้นฐานของ “เหตุและผล” อีกครั้ง เพื่อเปิดใจรับฟังและหาข้อยุติร่วมกันอย่างเป็นธรรม

ท้ายที่สุด ผมขอส่งกำลังใจให้พี่น้องแรงงานไดกิ้นทุกคนที่ยืนหยัดปกป้องสิทธิของตัวเอง และขอยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างแรงงานทุกคนในทุกสถานการณ์ ครับ

“ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องเร่งหาทางออกร่วมกัน!”

ด้าน นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์เช่นกันว่า จากกระแสข่าวเรื่องการรวมตัวยื่นข้อเรียกร้องประจำปีของสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในตอนนี้นั้น ผมอยากขออธิบายเรื่องดังกล่าวดังนี้ครับ

การยื่นข้อเรียกร้องประจำปีของสหภาพแรงงานนั้น เป็นเรื่องปกติและเป็นสิทธิที่ทำได้ของแรงงาน ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีสหภาพแรงงาน

การยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพนั้น ไม่ใช่การยื่นแต่เพียงลอยๆ แต่ก่อนที่จะยื่นข้อเรียกร้องใดๆ จะต้องมีการนัดประชุมสหภาพแรงงาน เพื่อจัดทำข้อมูลข้อเรียกร้อง โดยสหภาพแรงงาน จะดูจากผลประกอบการของบริษัทว่าแต่ละปีมีกำไรเท่าไหร่ และจะผันเป็นข้อเรียกร้องเพื่อนำผลกำไรนั้นแปรเปลี่ยนมาเป็นสวัสดิการ หรือผลประโยชน์ให้พนักงานในสัดส่วนที่สมเหตุสมผลจากผลกำไรเหล่านั้น และทุกการยื่นข้อเรียกร้องก็จะมีการเจรจาเพื่อให้พบจุดสมดุลของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง เป็นแบบนี้มาทุกปี

และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่แค่กับสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีเท่านั้น

วิธีคิดของเรื่องนี้มาจากสิ่งที่เรียกว่ามูลค่าส่วนเกินจากการผลิต ที่มูลค่าเหล่านี้ กลายเป็นกำไรของนายจ้าง สิ่งที่ลูกจ้างพยายามทำคือ การขอดึงมูลค่าการผลิตจากน้ำพักน้ำแรงของตนคืนมาบางส่วน เพื่อให้ทำงานร่วมกันต่อได้โดยไม่รู้สึกว่าโดนเอารัดเอาเปรียบมากเกินไปจากทั้ง 2 ฝ่าย

สิ่งที่เราต้องพึงเข้าใจคือ การรวมตัวกันเพื่อเจรจาต่อรองนั้น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย และเป็นสิ่งปกติธรรมดาในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย การยื่นข้อเรียกร้องนี้จำเป็นต้องจบในโต๊ะเจรจาตามวิถีปฏิบัติทั่วไป

แต่การใช้วิธีการปิดงานเฉพาะสมาชิกสหภาพแรงงานนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ส่งผลดีกับการเจรจาให้ได้มา ซึ่งข้อยุติ และอาจส่งผลต่อการบั่นทอน และทำลายสหภาพแรงงาน ซึ่งสิ่งนี้คือการเลือกปฏิบัติและเป็นการสร้างความแตกแยกให้กับพนักงานด้วยกัน รวมถึงการยื่นข้อเรียกร้องสวนของนายจ้างที่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างงานสำหรับพนักงานบางคน เป็นการทำลายหลักการสำคัญในเรื่องเรื่องสิทธิในการเจรจาต่อรองของอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 98 ที่เราหวังว่าประเทศไทยจะรับและเป็นสิ่งที่ขบวนการแรงงานเรียกร้องมาหลายสิบปี

ผมเชื่อว่า การเจรจาต่อรองเหล่านี้ จำเป็นที่จะต้องจบที่โต๊ะเจรจา สิ่งที่ต้องทำโดยด่วนคือเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเร่งนัดเจรจาประนอม และหาทางยับยั้งการกระทำที่อาจขัดกฎหมายแรงงาน รวมถึงการกระทำที่อาจบั่นทอนสหภาพแรงงาน รวมถึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรี ตรีนุช เทียนทอง กำกับดูแลและแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยครับ