สะเทือนเลื่อนลั่นทั้งแผ่นดินมา 2-3 วันแล้วกับเปิดภาพร่วมเฟรม เบน สมิธ ของ “อีลีทใหญ่ขาใหญ่จากวงการที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างอำนาจประเทศ”
อีลีทการเมืองระดับอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้นำจิตวิญญาณพรรคใหญ่-นายกรัฐมนตรี-สมาชิกรัฐสภาจากวงในศูนย์อำนาจบัญชาการประเทศ
อีลีทจากข้าราชการผู้มีหน้าที่รักษากฎหมาย จากแม่ทัพใหญ่อันมีบทบาทสูงยิ่งในด้านความมั่นคง และการเมือง จากผู้ควบคุมการบริหารเงิน การคลังของประเทศ จากองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินของธุรกิจทุนเทาเถื่อน
อีลีททางธุรกิจผู้ควบคุมเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศ
และอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่ทำให้ประชาชนคนทั่วไปหายใจไม่ทั่วท้องด้วยเป็นห่วงเป็นใยชะตากรรมของประเทศที่อยู่ในมือของคนที่ผูกพันกับ เบน สมิธ เหล่านี้
อาชญากรรมไซเบอร์ที่ซับซ้อนด้วยเครือข่าย เทคโนโลยี นวัตกรรมทางการเงิน กระทั่งมหาอำนาจอย่างสหรัฐต้องออกเป็นกฎหมายมาใช้ตรวจสอบ
เบน สมิธ อยู่ในข่ายผู้ถูกกล่าวหาว่ามีอาชีพล็อบบี้ยิสต์ สร้างสัมพันธ์กับอีลีทผู้มีอำนาจในประเทศต่างๆ เพื่อใช้อิทธิพลของคนชั้นสูงฟอกเงินให้กับธุรกิจทุนเทาที่ประกอบอาชญากรรมข้ามชาติ
ไทยเราเป็นเป้าหมายหนึ่งของปฏิบัติการ “ซื้ออำนาจรัฐ” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุนเทาเปลี่ยนเป็นเงินบริสุทธิ์ เพราะโครงสร้างการเมืองรวมศูนย์ และสภาวะเศรฐกิจที่อ่อนแอเอื้ออำนวยให้ต้องฉกฉวยโอกาส
ท่ามกลางวิกฤตสันติภาพไทย-กัมพูชา ที่แปรเปลี่ยนสู่การก่อระอุสงครามรักษาอธิปไตยในดินแดน ปลุก “กระแสรักชาติ” ขึ้นมาท่วมท้น จนประเมินกันว่าจะส่งผลต่อคะแนนนิยมทางการเมืองในระดับที่ตัดสินว่า พรรคการเมืองแบบไหนจะให้เข้ามาควบคุมการบริหารประเทศหลังการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในเร็ววัน
ทว่าถึงวันนี้ เบน สมิธ ที่รายล้อมอยู่ด้วยอีลีทชั้นสูง ซึ่งโยงไปถึงเครือข่ายธุรกิจทุนเทา ไม่ว่าจะเป็นคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์การพนันออนไลน์โยงใยถึงบุคคลในชนชั้นสูง
พลิกมาเป็นคำถามต่อประชาชนทุกคน ทุกกระแสโดยเฉพาะ “กลุ่มอุดมการณ์รักชาติ” อย่างท้าทายแล้วว่า
จะตัดสอนกระแสรักชาติไว้ตรงไหน หรือจะให้ครอบคลุมเด็ดขาดไปถึงระดับใด

