‘อนุทิน’ หวังแก้ รธน.จบทันไทม์ไลน์ ย้ำม.ค.69 ยุบสภาแน่นอน กมธ.ชี้ต้องเสร็จก่อนสิ้นปี
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ที่ท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า จะต้องสำเร็จทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้ วันที่ 10 ธันวาคมนี้ จะพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 และหลังจากผ่านวาระที่ 3 จะยุบสภา
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ก่อนที่จะผ่านวาระ 3 นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่สำคัญ คิดว่าทุกคนมีดำริที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะผ่านการพิจารณาวาระที่ 1 มาแล้ว ช่วยกันผลักดันไประยะเวลาอีกนิดเดียว
เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองและคะแนนนิยมพรรค ภท.ช่วงนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า พรรค ภท.พร้อมเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งหลังการยุบสภา ย้ำว่าในเดือนมกราคม 2569 จะยุบสภาแน่นอน พรรค ภท.ได้ทำไพรมารีโหวต และคัดเลือกผู้สมัครไว้ตามขั้นตอนทุกอย่าง ทุกพรรคการเมืองแทนที่จะมาสาดโคลนสาดสีใส่กัน ควรจะไปเตรียมตัวสร้างนโยบายให้พร้อมกับการเลือกตั้งดีกว่า เพราะจะเกิดขึ้นแน่นอน
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการเมืองบ้านใหญ่ที่ไหลเข้าพรรค ภท.จะแบ่งโควต้าอย่างไร ว่า ทุกอย่างบริหารจัดการได้หมด ส่วนจะมีกลุ่มบ้านใหญ่มาเปิดตัวเพิ่มเติมหรือไม่นั้นให้รอดูต่อไป
ด้าน นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ ส.ว.ออกมาระบุว่าการลงมติแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ไม่ควรทำช่วงสิ้นปี เพราะสมาชิกติดภารกิจปีใหม่ ว่า อยากให้มีการพิจารณาโดยเร็วที่สุด แต่เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญวันที่ 10-11 ธันวาคมนี้ การพิจารณาวาระ 2 จึงทำก่อนหน้านั้นไม่ได้ เชื่อว่าจะพิจารณาได้เสร็จภายใน 2 วัน หากวาระ 2 พิจารณาเสร็จในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ จะสามารถพิจารณาวาระ 3 ได้ในวันที่ 27 ธันวาคมเป็นต้นไป แต่หากวาระ 2 พิจารณาเสร็จในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ จะเป็นวันที่ 28 ธันวาคม พรรค ปชน.ได้แจ้ง ส.ส.ของพรรคว่าให้สแตนด์บายวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม และวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม ซึ่งอาจจะเปิดประชุม ส่วนกรณีที่ประธานรัฐสภาระบุว่าสมาชิกติดภารกิจปีใหม่ สามารถเลื่อนเปิดประชุมไปหลังปีใหม่ได้ เป็นหลักปฏิบัติที่ทำมาทุกปี แต่ครั้งนี้หากเปิดประชุมล่าช้าหลังปีใหม่ กังวลว่าการจัดทำประชามติอาจจะติดขัดเรื่องระยะเวลาและการทำประชาสัมพันธ์
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ดังนั้น เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้า อยากให้เดินภายใต้กรอบเวลาที่เป็นไปได้โดยเร็วที่สุด แม้จะต่างเพียงสัปดาห์เดียว แต่การเปิดประชุมก่อนปีใหม่กับหลังปีใหม่มีผลต่อระยะเวลาตั้งคำถามและการเตรียมทำประชามติ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าใจก่อนไปลงมติ หากเลื่อนไปหลังปีใหม่จะทำให้การพิจารณาคำถามประชามติของ ครม.ต้องช้าออกไป อาจจะกระทบกรอบ MOA อยากให้ทุกอย่างจบก่อนปีใหม่

