หน้าแรก การเมือง อาจารย์ หนุนร...

อาจารย์ หนุนรัฐ ไล่เส้นเงิน เครือข่ายเบนสมิธ ยันมากกว่าภาพว่อน ต้องเอาคนผิดมาลงโทษ

6.12.25 | 14:43 น.

“โอฬาร” หนุนรัฐไล่เส้นเงินเครือข่ายเบน สมิธ หลังยึด-อายัดเงินเทาหมื่นล้าน – ย้ำต้องลงโทษผู้กระทำผิดทั้งตัวเล็กตัวใหญ่

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เรียกร้องให้ภาครัฐเดินหน้าตรวจสอบ “เส้นทางเงิน” เครือข่ายเบน สมิธ และการเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจสีเทาอย่างจริงจัง พร้อมย้ำว่า การตรวจสอบทางการเงินสำคัญกว่าการเมืองเรื่องภาพถ่าย

รศ.ดร.โอฬารระบุว่า ขณะนี้สังคมให้ความสนใจกับภาพถ่ายเก่า ซึ่งปรากฏบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับทุนสีเทา-สแกมเมอร์ ถ่ายร่วมกับนักการเมืองไทยหลายคน แต่การตีความจากภาพเพียงใบเดียวอาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อน ส่วนตัวขอให้ความเป็นธรรมกับบุคคลในภาพ และขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบที่มากกว่าการเอาภาพถ่ายมาโจมตีกันไปมา

“ภาพถ่ายกับใครก็ถ่ายได้ แต่เงินสีเทาเดินทางไปหาใครต่างหากที่สำคัญ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า ภาพถ่ายอาจเป็นเพียงมารยาททางสังคม การพบปะ หรือความบังเอิญ ไม่ใช่เครื่องชี้ความสัมพันธ์เชิงลึกทางผลประโยชน์ จึงไม่ควรใช้ภาพจากอดีตเป็นหลักฐานตัดสิน

สิ่งที่อยากเรียกร้องคือ การไล่ตรวจสอบ “เส้นเงิน” ของแก๊งสแกมเมอร์ว่าไปถึงใครบ้าง ตรงนั้นต่างหากที่จะทำให้ประเทศไทยสะอาดขึ้น

Advertisement

รศ.ดร.โอฬารเสนอว่า ประชาชนควรตั้งคำถามให้ถูกจุดว่า 1.เงินจากกลุ่มธุรกิจสีเทาไหลไปที่ไหน? 2.ใครเป็นผู้รับประโยชน์?

“ตรงนี้ ขอสนับสนุนการทำงานของฝ่ายตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหนก็ตาม ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เห็นแก๊งสแกมเมอร์ทุนเทาทำร้ายคนไทยมานานมากแล้ว ถึงเวลาต้องยุติฝันร้ายตรงนี้ได้เสียที”

เขาย้ำว่า เงินไม่เคยโกหก ไม่ว่ากลุ่มสแกมเมอร์จะปกปิดตัวเองเก่งแค่ไหน ร่องรอยเงินสามารถพิสูจน์ได้ว่าใครคือผู้รับผลประโยชน์ และเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึงใคร

สำหรับกรณีล่าสุดที่ ปปง.อายัด-ยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท รศ.ดร.โอฬารเห็นว่าเป็น “ผลงานเชิงประจักษ์” ของรัฐ แต่ขอให้ทำงานหนักกว่านี้

“สิ่งสำคัญคือ ต้องให้คนผิดได้รับโทษ ไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ปล่อยทิ้งไว้นานไม่ได้เด็ดขาด”

“การยึดและอายัดทรัพย์มากขนาดนี้ เงินหมื่นล้านบาทมีเส้นเงินมากมาย มั่นใจได้ว่าโยงใยไปได้หลายเครือข่าย ส่วนจะเป็นใคร ประชาชนเองก็อยากรู้ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังแบบถอนรากถอนโคน โอกาสมาแล้ว ขอให้รัฐบาลพิสูจน์ฝีมืออย่างเต็มที่”