คนสุราษฎร์ไม่ทน รัฐกีดกันยัน ‘น้ำ-ไฟ’ เดินเท้าจากอยุธยาไปสภาฯ ทวง ‘รธน.ใหม่’ ด้าน คนรุ่นใหม่ค้านเหมือง – ไม่ไหวไฟใต้ 20 ปีสูญ 7,000 ชีวิต
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ในฐานะครือข่ายภาคประชาชนที่ทำงานด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และการมีส่วนร่วมของพลเมือง จัดกิจกรรม “Walk to the future – เดินเปลี่ยนอนาคต” เพื่อรณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจ และการตื่นตัวของประชาชนต่อหลักการประชาธิปไตยและสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 10 ธันวาคมนี้

เวลา 08.40 น. ประชาชนทยอยเดินทางมารวมตัว ที่จุดเริ่มต้น อำเภอวังน้อยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนตั้งแถว เดินเท้ามุ่งหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ พร้อมชูป้ายข้อความเรียกร้อง อาทิ รัฐธรรมนูญประชาชน, รัฐธรรมนูญที่ดี กะหรี่ต้องไม่ผิดกฎหมาย เป็นต้น
ตลอดจนสวมเสื้อที่มีข้อความว่า ‘รัฐธรรมนูญคนจน’ โดยบางส่วนรวมชูภาพผู้ต้องหาทางการเมือง ที่ยังคงถูกคุมขังจากการออกมาเรียกร้องเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน

บรรยากาศก่อนออกเดินทาง กป.อพช. พร้อมทั้งเครือภาคประชาชนหลายกลุ่มได้แถลงการณ์ร่วมกัน สรุปใจความได้ว่า ภาคประชาชนมีความหวังจะเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เขียนโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น
การเดินตั้งแต่วันที่ 6 – 10 ธันวาคม 2568 สรุปรวมระยะเวลา 5 วัน 55 กิโลเมตร จะเป็นการเดินสะสมชัยชนะ เดินเปลี่ยนอนาคต ฝ่าสิ่งกีดขวางทางการเมือง ด้วยความหวังและความฝันว่ารัฐธรรมนูญที่ดี คือรัฐธรรมนูญที่เขียนด้วยมือและเท้าของประชาชน

สำหรับ การเดินในวันแรกมีเครือข่ายภาคประชาชนจากหลายจังหวัดมาร่วมเดิมไม่ว่าจะเป็นประชาชนจากสภาริมรางเมืองขอนแก่น ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงปกป้องสิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย-เอ็มพาวเวอร์ โครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรเหมืองแร่ (PPM) สหพันธ์เกษตรภาคใต้ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด นักอนุรักษ์น้อยนครผาดงมะไฟ สมัชชาคนจน และกลุ่มประชาชนจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้น โดยในช่วงที่ผ่านมา มีการรณรงค์ในลักษณะนี้มาแล้ว ในช่วงปี 2563 อาทิ we walk เดินมิตรภาพ, เดินทะลุฟ้า และล่าสุด เดินเปลี่ยนอนาคต เพื่อร่วมส่งเสียถึงผู้มีอำนาจว่า ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

ในตอนหนึ่ง ‘พวง’ ประชาชนจากภาคใต้ กล่าวว่า ตนเดินทางมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี เพราะมองว่าเรื่องนี้สำคัญสำหรับพี่น้องทุกคน ถ้าเรายังใช้รัฐธรรมนูญเก่า จะทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรอะไรได้เลย และถูกแย่งยึดที่ดิน โดยรัฐ ดังนั้น ถ้าเราไม่เขียนใหม่ด้วยตัวของเราเอง เราก็จะโดนกีดกันออกจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเรา ทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าที่ ดิน แร่ ป่าไม้ การบริหารจัดการพื้นที่ของเรา จะเป็นหน้าที่ของรัฐหมด
“ไม่เคยแม้เพียงสักครั้ง ที่ผ่านมา เราไม่เคยเข้าถึงทรัพยากรอะไรเลย ไม่เข้าถึงความเท่าเทียมทางไหนเลย ก็ถูกกีดกันจากสังคมไปเรื่อยๆ” พวง เผย

จากนั้น พวง ยังเล่าถึงสถานการณ์ที่ดิน ที่พยายามต่อสู้ เราอยู่ในพื้นที่ที่เราบริหารจัดการกันมาเอง แต่รัฐเขาบอกว่า เราเข้าไปอยู่อย่างผิดกฎหมาย รัฐไม่สนับสนุน ไม่ว่าจะเรื่องสาธารณูปโภคขึ้นพื้นฐานที่ทุกคนสมควรจะเข้าถึง
“น้ำ ไฟ ของเรา จนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยมี ซึ่งเราอยู่มานานจนสมควรมอบเอกสารสิทธิ์ให้แล้ว เพราะเราบริหารจัดการกันเองได้ดี แต่รัฐบอกว่า เราเป็นผู้บุกรุก ไม่ส่งมอบให้ ทำให้เรายังเข้าไม่ถึงที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง
เกษตรกรทุกคน สมควรที่จะมีที่ดิน ทำกิน เป็นของตัวเอง เข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แต่จนวันนี้ยังไม่มี อยากชวนพี่น้องทุภาคส่วน ที่คิดว่ารัฐธรรมนูญต้องเป็นของประชาชน ต้องร่างเอง เพื่อปากท้องของเรา มาร่วมกันรณรงค์ เราอยากเห็นความร่วมมือ ถ้าพี่น้องประชาชนยังอยู่ที่บ้าน ไม่ออกมาร่วมกัน เรื่องนี้ก็ไม่สำเร็จ” พวงกล่าว

ด้าน ใหม่ ตัวจากกลุ่ม Empower ร่วมชูป้าย “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องมี Sex Worker” เพื่อยืนยันว่าอาชีพบริการทางเพศ ต้องถูกกฎหมายในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ขณะที่ น.ส.มณีนุด อุทัยเรือง หรือ อร กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่- ผาจันได คนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ. หนองบัวลำภู กล่าวว่า เราเป็นกลุ่มคนค้านเหมือง แน่นอนว่าเรามาเพื่อต้องการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ผ่านมาไม่มีสิทธิออกแบบ หรือจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติของบ้านตัวเองเลย

“วันนี้เราต้องการมาแสดงออกให้คนไทย คนทั้งโลก ได้เห็นว่าเราต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ฝากถึงคนไทย ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญไทย เราทุกคนมีสิทธิออกแบบชีวิตตัวเองได้ มาร่วมกันเดินไปที่สภาฯ แสดงออกให้รู้” น.ส.มณีนุดกล่าว
ด้าน นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ประธาน กป.อพช. กล่าวว่า เราเดินจากที่นี่ ไปยังรัฐสภาฯ แล้วไปสุดที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน วัตถุประสงค์คือเราต้องการรณรงค์ เพราะขณะนี้พรรคการเมืองต่างๆ พยายามผักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่เป็นความพยายามยังไม่สอดคล้องประชาชนเท่าไหร่

“เนื่องจากดูๆ แล้ว รัฐธรรมนูญจะเขียนโดย คณะกรรมาธิการ เพียง 35 คน ที่ไม่ได้จากการเลือกตั้งของประชาชน เราเห็นว่า เป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง คนที่เขียน ต้องเป็นประชาชนจริงๆ ต้องมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. 100 %” นายเลิศศักดิ์ชี้
ขณะที่ คนรุ่นใหม่ จาก จ.ปัตตานี เผยว่า ที่บ้านมีความขัดแย้งทางการเมือง มีการใช้อาวุธ จนกระทั่งมีคนล้มตายกว่า 7,000 คน ในตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา มีประวัติศาสตร์การเมืองที่ต่อสู้เพื่อเรียกร้องในการกำหนดอนาคตตัวเอง มายาวนาน

“ที่เรามา เราต้องการทำให้หลักสิทธิเสรีภาพ มันเป็นหลักสำคัญของรัฐธรรมนูญจริงๆ ต้องการให้คนพูดถึงสิ่งที่พวกเขาปราถนาได้อย่างเสรี โดยไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันด้วยอาวุธ
ถ้ารัฐธรรมนูญยึดมั่นในหลักเสรีภาพจริงๆ มันคือการเปลี่ยนรูปแบบการเผชิญหน้า หรือจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกรุงเทพฯ กับ ปัตตานีใหม่อีกครั้ง” คนรุ่นใหม่ จาก จ.ปัตตานี กล่าว



