⦁…เข้าวีคที่สอง เดือนสุดท้ายของปี สัปดาห์นี้มี บิ๊กอีเวนต์ น่าจับตา จะนำมาซึ่ง การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือไม่ 10-11 ธันวาฯ รัฐสภาเปิดสมัยประชุมวิสามัญ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ต่อด้วยการเปิดฤดูกาล สมัยประชุมสามัญ 12 ธันวาฯเป็นต้นไป ไฮไลต์แรก ที่ต้องลุ้นคือ เสียงโหวตเห็นชอบร่างฯแก้ไข ม.256 เปิดทางยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ที่ผ่านการปรับแต่งในชั้นกรรมาธิการมาแล้ว เท่าที่สดับตรับฟังวาระ 2 ไม่น่ากังวล วงนอก วงใน ยืนยันตรงกัน ส.ส.-ส.ว.ไฟเขียวผ่านตลอด พร้อมเห็นชอบตามสัญญาณที่ส่งผ่านวิป กลไกคุมลงคะแนนตัดสิน
⦁…ที่ระทึกยิ่งกว่าก็คือเมื่อ ปิดจ๊อบวาระ 2 สำเร็จตามเป้าหมายในวันพฤหัสฯที่จะถึง รุ่งขึ้น ลุเข้าสมัยประชุมสามัญ ฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย จะชิง ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เปิดปฏิบัติการ ปิดทาง นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล กดปุ่มยุบสภาหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนน้ำท่วมใหญ่ปักษ์ใต้ พลพรรคเพื่อไทย ประกาศจองกฐิน ขู่เช็กบิลรัฐบาลรายวัน แต่เมื่อเกิดสถานการณ์อุทกภัย ได้ชะลอแผนเชือดออกไป เกรงกระทบการช่วยเหลือประชาชน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าเพื่อไทย ได้แต่ระบุทำนอง มาตรการตรวจสอบด้วยอาวุธร้ายแรงยังอยู่ อุบไต๋ปฏิทินยื่น
⦁…จะด้วยยังคิดไม่ออก เดินแบบไหนไม่เสียแต้มบนกระดาน โจทย์ยากที่ต้องจัดสมดุล ระหว่างให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควบคู่ไปทำหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบโดยไม่ละเว้น หรือเหตุผลกลใดก็ตาม ท่าทีที่คลุมเครือเช่นนี้ มีหรือพรรคภูมิใจไทย เซียนการเมือง จะไม่วิเคราะห์ อ่านทาง อาจเป็นลีลาสับขาหลอกนายกฯตายใจ ไม่ชิงยุบสภาก่อนก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามหาก 12 ธันวาฯเป็นต้นไป อนุทิน ชาญวีรกูล ที่เคยขู่ยุบรายวันเหมือนกันไม่ยอมถูกด่าฟรี พ่ายคาเวทีสภา เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยยังนิ่ง ไม่ยี่หระใดๆ นั่นแสดงว่า เตรียมทางหนีทีไล่ ไม้เด็ดแก้เกมเอาไว้แล้ว
⦁…แก้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เป็นตัวประกันฝ่ายใด ทั้งยังไม่ต้องถามอีกต่อไป เพราะมีคำตอบชัดแจ้งว่า ต้องล้างมรดกรัฐประหารที่ฉุดรั้งพัฒนาการเศรษฐกิจ การเมืองไทยเท่านั้น แต่พอโยงใย พันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ส่อแววเกิดปัญหา สาเหตุเนื่องจากไม่เหมือนกฎหมายทั่วไป ที่หากโหวตวาระ 2 ทีละมาตราเสร็จ ต่อด้วยวาระ 3 รับจบเบ็ดเสร็จได้ภายใน 11 ธันวาฯทันที จากนั้นจะประกาศยุบสภาเลยก็ได้ สูตรเดียวกันกับที่ อนุทิน ชาญวีรกูล ลั่นคำไว้ล่าสุด ส่งซิก แบโพย ให้ได้รับรู้เป็นการทั่วไป “หลังจากผ่านวาระ 3 จะยุบสภา”
⦁…แต่การมีบทญัตติเฉพาะ กำหนดให้ต้องทิ้งไว้ 15 วัน ไฟต์บังคับหลังจบวาระ 2 จึงสามารถหยิบขึ้นมาโหวตวาระ 3 ได้ เงื่อนไขนี่แหละที่นำสู่ ความสุ่มเสี่ยง ไม่แน่นอน นายกฯนั้นไม่ว่ามาจากพรรคใด ไม่มีใครอยากยุบสภาหรอก เป็นอยู่แล้ว จะอยากเหนื่อยไปทำไม ยกเว้นสถานการณ์บีบคั้น ไม่มีทางเลือก ฉันใดก็ฉันนั้น นายกฯหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล ก็เช่นกัน หากดันแก้รัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 ปลายธันวาฯ และอยู่ในห้วงปกติ (ตามเอ็มโอเอ) น่าจะได้ฤกษ์ยุบท้ายๆ มกราฯ 69 แต่เวลานี้ ว่าตามทฤษฎี ยังออกได้ทุกหน้า จะพูดว่า “เพื่อไทย” เป็นผู้เล่นกำหนดชะตากรรมรัฐบาลก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากจะยุบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับจะยื่นซักฟอกหรือไม่นั่นเอง
⦁…บรรทัดนี้ ได้แต่หวังว่า ทุกฝ่าย ไม่ว่า ส.ว.เสียงสำคัญ ในการโหวตวาระ 3 ที่เกณฑ์ตัดสิน เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนมากรัฐสภาอย่างเดียวไม่พอ ต้องมี ส.ว.สนับสนุน 67 เสียงขึ้นไปด้วย รวมถึงขั้วการเมือง ทุกพรรคที่มีที่นั่งในสภา จะช่วยกันประคับประคอง อย่างน้อยที่สุด ก็ร่วมกันผลักดัน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกระทั่งผ่านวาระ 3 ไปได้ ไม่มองแค่ผลประโยชน์การเมืองเฉพาะหน้า แต่สายตายาวไกล สมสถานะการเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย
⦁…วกเข้าเรื่องกีฬาบ้าง ซีเกมส์ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จะเปิดฉาก สะบัดธงแข่งขันทางการ อังคาร 9 ธันวาคมนี้ มหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เพิ่งจะมาดังเอาก่อนพิธีเปิด โดยไม่ต้องโฆษณา ป่าวประกาศ เมื่อไม่กี่วันมานี้ เนื่องจากมีปัญหาสารพัดในความไม่พร้อมของประเทศเจ้าภาพ ที่ตกเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในประเทศและชาติสมาชิกซีเกมส์ กลายเป็น มหกรรมประจาน ฉีกหน้าในระดับนานาชาติ มากกว่าการแข่งขันกีฬาจนได้ ไทยแลนด์โอนลี่ มิได้มีแต่มิติการเมือง




