‘พีระพันธุ์’ ประกาศทุบวิกฤตชาติ ฆ่าทิ้งคนโกง หอบคนค้ายาปล่อยเกาะ ลั่นพูดจริงทำจริง เลือกตั้งครั้งหน้า ขอคนไม่เล่น ใครไม่พร้อมทนกลิ่นยั่วยวนไม่ไหว ออกไป!
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ธันวาคม ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีการประชุมสมาชิกพรรคพร้อมแถลงข่าว “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ทุกคนรู้ว่าประเทศมีปัญหา แต่ไม่จบสักที คำตอบคือเพราะความไม่เด็ดขาดของผู้มีอำนาจที่ไม่ชัดเจนในการแก้ปัญหา และมีประโยชน์ทับซ้อน ตอนไม่มีตำแหน่งพูดอย่าง พอมีตำแหน่งพูดอีก อย่างทำอีกอย่าง นี่คือต้นเหตุของปัญหา ถ้าไม่แก้ไขก็เหมือนมะเร็งลามไปเรื่อย สุดท้ายจากปัญหาธรรมดากลายเป็นวิกฤตของประเทศ ฉะนั้น ถ้าอยากให้ปัญหาจบต้องเด็ดขาด และพรรครวมไทยสร้างชาติเราเด็ดขาดไม่มีประโยชน์ทับซ้อน
“มีคนบอกว่าวันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติไม่ใช่พรรคใหญ่ ผมไม่เถียง ทางการเมืองพรรคเพิ่งเกิดมา 3-4 ปี เราไม่ใช่พรรคใหญ่ แต่ถ้ามาวัดด้วยความเด็ดขาด วัดกันด้วยผลงาน วัดด้วยความเอาจริง แก้ปัญหาประเทศ วัดเรื่องความไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้ามาวัดด้วยความสะอาดของพรรค ของคนที่เป็นสมาชิกพรรค รวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ ผมขอยืนยัน ตลอด 30 ปีที่ผมอยู่ในการเมือง คงไม่ต้องบอกว่าพูดแล้วทำ แต่ผมทำแล้วค่อยพูด ไม่เคยประชาสัมพันธ์ หรือสร้างชื่อเสียงส่วนตัว ผมไม่ได้มาเล่นการเมืองเหมือนคนอื่น ผมทำพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะต้องการให้เป็นพรรคการเมืองแบบนี้ เป็นพรรคที่ประชาชนร้องหา เรียกหามานานแต่ไม่เคยมี ผมทำให้เห็นแล้วว่าอย่างน้อย 2 ปีที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมไม่ใช่แค่พูดแล้วทำ แต่ผมทำแล้วค่อยพูด” นายพีระพันธ์ุกล่าว
นายพีระพันธ์ุกล่าวต่อว่า เช่น เรื่องของค่าไฟ ก่อนตนจะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ค่าไฟ 4.70 บาท ทำให้เหลือ 3.94 บาท ปี 2567 การลดค่าไฟทำให้เงินในกระเป๋าประชาชนเหลือมากขึ้นถึง 2.7 แสนล้านบาท ก่อนเข้ามา กฟผ. เป็นหนี้ 9.9 หมื่นล้านบาท วันที่ออกจากตำแหน่งหนี้เหลือ 4 หมื่นกว่าล้าน แก๊สหุงต้มก็ไม่ขึ้นราคา โฮปเวลที่เกิดมา 30 ปีก็ชนะคดี ล่าสุดเมืองทองอัคราก็จบแล้ว ส่วนการปรับโครงสร้างการบินไทย ขอไม่พูด เพราะทำงานเป็นคณะ ตนไม่เอาผลงานคนอื่นมาพูด แต่ถ้าต้นทำคนเดียว คงจะดีกว่านี้
นายพีระพันธ์ุกล่าวอีกว่า อีกไม่นานจะต้องเข้าสู่การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระบบเขต หรือแบบบัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองทุกพรรคไม่ใช่คู่แข่ง หรือเป็นศัตรูของพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่คู่แข่งและศัตรูของรวมไทยสร้างชาติคือปัญหาและวิกฤตของประเทศที่เราต้องเอาชนะให้ได้ ถ้าคิดเหมือนกันขอให้ประชาชนเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติทั้งประเทศ พรรคต้องยิ่งใหญ่ในหัวใจของประชาชน ถ้าตนเป็นผู้นำในวันนี้ ก่อนมีอำนาจพูดอย่างไร หลังมีอำนาจก็พูดเช่นนั้น ก่อนมีอำนาจตนบอกว่าจะแก้ปัญหาอะไร จะทำให้ได้ แล้วก็ทำได้จริง

นายพีระพันธุ์กล่าวอีกว่า ปัญหาต่างๆ ของประเทศที่มันพัฒนาจนกลายเป็นวิกฤต สิ่งเราต้องเร่งเข้าไปแก้ไขด้วยความเด็ดขาด มีประมาณ 5-6 เรื่อง และนอกจากต้องแก้ไขด้วยความเด็ดขาดแล้ว ก็อยากจะบอกว่าประเทศไทยต้องพลิกโฉมประเทศไทย เพราะประเทศไทยเปรียบเสมือนบ้านของเรา
นายพีระพันธุ์กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางเด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ เรื่องแรกคือการพิทักษ์เอกราช เรื่องต่อมาคือพิฆาตคนโกง คนชั่วเต็มแผ่นดิน ต้องฆ่าทิ้งให้หมด ปัญหายาเสพติดต้องปล่อยเกาะกลางทะเล ไม่ใช่จับแล้วปล่อย ประเด็นต่อมาคือการค้ำเศรษฐกิจ ต้องช่วยคนจน ให้มีเงินในกระเป๋า การทุบค่าพลังงาน ให้เหลือ 3.71 บาท ซึ่งตนทำมาแล้ว และต้องสร้างสังคมคุณภาพ ต้องหนุนเกษตรทำเงิน โดยพรรครวมไทยสร้างชาติจะทำปุ๋ยให้ชาวนาเอง ให้ทำเงินได้มากขึ้น ลดต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ย น้ำมัน หรือไฟ ต้องมีทุนหลัก มีตลาดให้ นำเทคโนโลยีเข้ามา และวางระบบให้เกิดการทำเกษตรผืนใหญ่ ให้เกษตรกรมีเครื่องมือ และต้องเป็นวงจร เศษวัสดุจากการเกษตร แล้วแปลงกลับมาเป็นพลังงานเพื่อลดค่าไฟ การแก้ปัญหาทุกอย่างที่ตนพูดมาไม่ได้แก้เป็นเรื่องๆ แต่จะเป็นวงกลม แก้ตรงนี้ต้องช่วยส่งตรงนั้น ไม่ได้แก้แบบตัวใครตัวมัน ต้องแก้เป็นทีม
นายพีระพันธุ์กล่าวต่อว่า นอกจากวิกฤต พื้นฐานของประเทศที่ต้องปรับเพื่อพลิกโฉมประเทศนี้ใหม่ จะต้องคืนอำนาจให้ประชาชน มีคนพูดว่าคืนอำนาจคือการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่ วันนี้อำนาจสูงสุดของประเทศไม่ใช่นักการเมือง แต่เป็นกฎหมาย อำนาจมาเพราะกฎหมายให้อำนาจ ระบบราชการในประเทศอยู่ในอำนาจของข้าราชการ จะทำอะไรต้องขออนุญาตหมด การคืนอำนาจให้ประชาชนคือเอาอำนาจราชการกลับคืนให้ประชาชน ดำรงชีพได้อย่างง่าย ไม่ต้องไปกู้ ไปขอ ไปไหว้วอนข้าราชการไม่กี่แสนคน ยิ่งใหญ่กว่าประชาชนจะยอมหรือไม่ ตนคนหนึ่งที่ไม่ยอม
“การจัดทำงบประมาณต้องตอบโจทย์ ถ้าผมมีอำนาจ ผมจะรื้อระบบงบประมาณประเทศใหม่ ทุกคนที่จะลงสมัครต้องช่วยกันเปลี่ยนระบบงบประมาณ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนเป็นอันดับแรก” นายพีระพันธุ์กล่าว
นายพีระพันธุ์กล่าวอีกว่า ส่วนด้านการศึกษา ต้องเป็นแบบใหม่ ต้องตอบสนองว่าจะผลิตคนไปทำอะไร วางรูปแบบการศึกษาใหม่ เรียนแล้วต้องมีงานทำ เมื่อระบบการศึกษาไม่ตอบสนองก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย และเรื่องสุดท้าย คืองานดีมีให้ทำ เด็กจบใหม่ต้องมีงานทำ มีการจ้างงานคนพิการ สร้างระบบใช้หนี้ด้วยงาน แทนการฟ้องร้อง
“สิ่งเหล่านี้ต้องการความเด็ดขาดที่จะเข้าไปแก้ปัญหา ผมพร้อมมานานแล้ว ใครที่ไม่พร้อม ทนกับสิ่งยั่วยุ ผลประโยชน์ไม่ได้ ไม่ได้คิดถึงประเทศนำหน้า หรือจะเข้ามาแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่ส่วนตัว ใครที่จะเป็นลูกน้องนายทุนเชิญออกไป ทุกสตางค์ที่ผมลดค่าไฟ คือ ส.ส.ที่ไม่อยู่แล้ว แต่ผมยังอยู่ และนอกจากผมยังอยู่ วันนี้ผมมีทุกคนยืนหยัดอยู่ด้วย หากประชาชนยืนหยัดอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ขอให้เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ” นายพีระพันธุ์กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายพีระพันธ์ุได้เปิดตัวขุนพลของพรรค อาทิ นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายวิทยา แก้วภราดัย นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายชื่นชอบ คงอุดม และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายสามารถ มะลูลีม นายโกวิทย์ ธรานา พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา คณะกรรมการบริหารพรรค


