หน้าแรก การเมือง มาริษ แนะรบ.ใ...

มาริษ แนะรบ.ใช้ยุทธศาสตร์ ‘โลกล้อมกัมพูชา’ แก้ชายแดน อย่าเปิดช่องยืมมือประเทศที่ 3 ย้อนบีบไทย

8.12.25 | 10:09 น.

‘มาริษ’ แนะ รบ.จัดการวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ปกป้องอธิปไตยคู่ยุทธศาสตร์โลกล้อมกัมพูชา ไม่เปิดช่องให้ยืมมือประเทศที่ 3 ย้อนบีบไทย

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกรณีที่กัมพูชาเริ่มเปิดฉากปะทะฝ่ายไทยครั้งใหม่ว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งถอดบทเรียนแห่งความล้มเหลวจากการบริหารวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ นำมาปรับใช้กับการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดซ้ำรอยอีกครั้ง เพราะการบริหารภายใต้ภาวะวิกฤตไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้เครื่องมือด้านความมั่นคงเท่านั้น หากแต่คือการคุ้มครองชีวิต ทรัพย์สิน และความเชื่อมั่นของประชาชนควบคู่กับการประสานงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐทุกระดับได้อย่างไร้รอยต่อ

นายมาริษกล่าวว่า เพราะบทเรียนที่เจ็บปวดจากเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ คือการขาดศูนย์บัญชาการกลาง (Single Command Center) และการทำงานที่ไม่สอดประสานอย่างบูรณาการกัน ระหว่างรัฐบาลส่วนกลางกับท้องถิ่น ซึ่งจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่รัฐบาลจำเป็นต้องวางยุทธศาสตร์ความร่วมมือ ทั้งภายในและระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทางการทูตเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ทำให้โลกล้อมกัมพูชาบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความเป็นประเทศที่ยึดมั่นในกฎหมายระหว่างประเทศ เคารพในกฎบัตรสหประชาชาติ และบรรทัดฐานของประชาคมโลกของฝ่ายไทย

นายมาริษกล่าวอีกว่า รัฐบาลควรเตรียมแผนอพยพ ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างละเอียดและทันต่อเหตุการณ์ เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังภัยต่อพลเรือนตลอด 24 ชั่วโมง และสื่อสารข้อมูลอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และโปร่งใส บทเรียนสำคัญที่ต้องตระหนักคือที่ผ่านมากัมพูชาใช้อาวุธหนักโจมตีโดยไม่เลือกเป้าหมาย และก็อาจจะใช้วิธีเดียวกันนี้อีกครั้ง หากเกิดการปะทะกันอีก รัฐบาลต้องประเมินว่าการอพยพประชาชนในพื้นที่มากกว่าโซนสีแดงหรือไม่ ควรจัดเตรียมหลุมหลบภัยให้เพียงพอ และพัฒนาศูนย์อพยพให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่เหมาะสม รองรับความเป็นอยู่ของประชาชนได้อย่างสมบูรณ์ ครอบคลุมบริการที่จำเป็นมากกว่าอาหารและที่พัก เช่น รถพยาบาลเคลื่อนที่ ห้องน้ำเคลื่อนที่ นักจิตวิทยา รวมถึงพื้นที่สันทนาการสำหรับเด็ก เพื่อเยียวยาความตึงเครียดในภาวะวิกฤต

นายมาริษกล่าวต่อว่า ขอเสนอให้รัฐบาลใช้ยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศในการเดินเกมให้ “โลกล้อมกัมพูชา” ที่รัฐบาลจะต้องเดินหน้าอย่างเป็นระบบ ควบคุมบทบาทประเทศที่สามให้สมดุล ต้องป้องกันไม่ให้ประเทศมหาอำนาจเข้ามาชี้นำการแก้ไขปัญหา และใช้กลไกทางการทูตทุกระดับ ทั้งทวิภาคีและพหุภาคีอย่างสมดุล เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงเชิงรุกต่อประชาคมโลก การประท้วงกัมพูชาในเวทีอนุสัญญาออตตาวาถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องขับเคลื่อนคู่ขนานกับการชี้ให้ประชาคมโลกเห็นว่ากัมพูชาเป็นผู้ละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศผ่านคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องขององค์กรสหประชาชาติตามที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเคยวางรากฐานไว้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย การใช้อาวุธที่มีลักษณะ offensive หรือการใช้ข่าวปลอมเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

นายมาริษกล่าวอีกว่า เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในสายตานานาชาติ รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ 2 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การมอบหมายกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงประชาคมโลกผ่านช่องทางทวิภาคีและพหุภาคีอย่างชัดเจนว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และการพิจารณาใช้กล้องติดตัวทหาร หรือ Bodycam ในพื้นที่ชายแดน เพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ที่กัมพูชาไม่อาจปฏิเสธได้ และสนับสนุนการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศในการนำเสนอข้อเท็จจริงต่อโลกอย่างรัดกุมและทันท่วงที

นายมาริษกล่าวด้วยว่า ทิศทางการทูตที่แท้จริงคือต้องปิดเกมโดยไม่เสียเปรียบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการจะเดินการทูตเชิงรุกเพื่อปิดเกมเขมร หากรัฐบาลยังไม่มียุทธศาสตร์เชิงรุกที่เป็นระบบก็ยากจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ ดังนั้น สิ่งที่ไทยต้องทำให้ได้ คือ 1.การเจรจากดดันกัมพูชาอย่างมีศักดิ์ศรีและมีน้ำหนัก ทั้งโดยการเจรจาทวิภาคี การยืมมือมิตรประเทศ และมหาอำนาจช่วยกดดัน 2.การสื่อสารได้โดยตรงกับทุกประเทศ รวมถึงมหาอำนาจ โดยไม่พึ่งพาประเทศที่สาม 3.การไม่เปิดช่องให้กัมพูชายืมมือผู้อื่น โดยเฉพาะมหาอำนาจสร้างแรงกดดันย้อนกลับมายังไทย

นายมาริษกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่เคยพลาดพลั้ง ไม่เคยเสียเปรียบในเวทีโลก ไม่ยอมให้กัมพูชาพลิกเกมจนเกิดภาพโลกล้อมไทย เพราะเราเจรจาตรงได้กับมิตรประเทศทุกประเทศ รวมทั้งสหรัฐและจีนอย่างมีศักดิ์ศรี และอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไทยต้องกลับมาฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน และต้องตระหนักว่าเวทีพหุภาคีเพียงอย่างเดียวไม่อาจทดแทนพลังของการเจรจาทวิภาคีแบบตรงไปตรงมา ซึ่งการละเลยประเด็นสำคัญจุดนี้ได้เปิดโอกาสให้กัมพูชาเก็บแต้มทางการทูตจากสหรัฐไปแล้วเรียบร้อย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อแสดงให้ประชาคมโลกได้ตระหนัก และยอมรับได้ว่าการปกป้องอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนต้องเด็ดขาด จริงจังของไทยเป็นไปอย่างชอบธรรม