เอม พร้อมสามี โอ๊ค พร้อมภรรยา เยี่ยมทักษิณ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในวันนี้ถือเป็นการเยี่ยมครั้งที่ 23 หลังคุมขังมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 เดือน 29 วัน โดยมีตัวแทนเข้ามาเยี่ยมในครั้งนี้ ประกอบด้วย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม บุตรสาวคนกลางของนายทักษิณ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ น.ส.พินทองทา นายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชายคนโตของนายทักษิณ และ น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ หรือติ๊ก ภรรยาของนายพานทองแท้ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่าใบหน้าของสมาชิกทุกคนยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ปรากฏความเครียด ความวิตกกังวล
ขณะที่คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมารอต้อนรับและให้กำลังใจ เมื่อขบวนรถของครอบครัวชินวัตรมาถึง น.ส.พินทองทาลงจากรถ ยกมือไหว้ทักทายสื่อมวลชนและคนเสื้อแดง ก่อนเดินเข้าไปด้านในเรือนจำ พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ โดยยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเข้าเยี่ยมญาตินายทักษิณในวันนี้ค่อนข้างเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน เนื่องด้วย ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จากศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และผู้ลี้ภัยทางการเมือง โพสต์รูปภาพและข้อความในเฟซบุ๊กที่เผยให้เห็นนายทักษิณและ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ่ายรูปร่วมกันนายลลิต โมดิ โดยอ้างว่านายลลิตคืออดีตผู้บริหารระดับสูงของวงการคริกเก็ตอินเดียที่ถูกศาลอินเดียออกหมายจับในข้อหาเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ในการจัดการสิทธิการถ่ายทอดสดการแข่งขันคริกเก็ต อินเดียนพรีเมียร์ลีก (IPL) และตอนนี้คือผู้ลี้ภัยจากอินเดียและอังกฤษ เสมือนตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดนายทักษิณจึงมีสัมพันธ์กับบุคคลที่ถูกดำเนินคดีอาญา หรือถูกคว่ำบาตรทางการเงิน
ต่อมาเวลา 11.30 น. น.ส.พินทองทาได้ออกมาเปิดเผยภายหลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณ โดยใช้เวลาเยี่ยม 30 นาทีว่า ภายหลังจากเข้าเยี่ยมคุณพ่อ ตอนนี้ก็ครบ 3 เดือนแล้ว แต่ทราบว่าสุขภาพคุณพ่อก็มีความดันสูง ซึ่งในฐานะลูกก็ห่วงทุกวัน ก่อนยกมือไหว้ขอบคุณสื่อมวลชนและพี่น้องคนเสื้อแดง

อย่างไรก็ตาม ก่อน น.ส.พินทองทาจะขึ้นรถยนต์ส่วนบุคคลกลับออกไปจากพื้นที่เรือนจำ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามถึงกรณีที่ ศ.ดร.ปวินโพสต์รูปและข้อความกรณีความสัมพันธ์กับนายลลิต โมดิ ซึ่ง น.ส.พินทองทาและนายณัฐพงศ์ได้รับฟังคำถาม แต่ไม่ได้ตอบผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด ก่อนเดินทางออกไป
ขณะที่นายพานทองแท้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า จากการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ได้มีการพูดคุยกับคุณพ่ออย่างไรบ้าง ปรากฏว่านายพานทองแท้ยิ้มรับคำถามผู้สื่อข่าว แต่ไม่ได้ตอบคำถามเช่นกัน ก่อนจะเดินขึ้นรถยนต์ส่วนบุคคลไปพร้อมกับภรรยา เพื่อออกจากพื้นที่เรือนจำ

เช่นเดียวกับนายวิญญัติ ภายหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเยี่ยมลูกความ ก็เดินออกจากพื้นที่เรือนจำ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด โดยเฉพาะประเด็นร้อนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายทักษิณและนายลลิต ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมจากกรมราชทัณฑ์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ปัจจุบันยังเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลาง ยังไม่ได้เลื่อนปรับเป็นชั้นดี เนื่องด้วยกระบวนการของระดับเรือนจำยังไม่ได้มีการรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังเสนอปรับเลื่อนชั้นไปยังส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ จึงยังคงชั้นกลางดังเดิม ขณะที่กรอบเวลาการได้รับการพิจารณาพักโทษกรณีทั่วไปนั้น นายทักษิณจะต้องถูกคุมขังเป็นระยะเวลา 6 เดือนก่อนจึงจะผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษ ซึ่งจะตรงกับช่วงเดือน มี.ค.69 เนื่องจากเงื่อนไขหลักในการขอพักโทษ ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ระบุว่า ระยะเวลาที่ต้องรับโทษ ต้องได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า


