สถาบันพระปกเกล้า ออกกฎเข้ม สกรีนประวัติ คู่สมรส-บุตร-คนใกล้ชิด ผู้สมัครเข้าศึกษาอบรมป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์
เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา สถาบันพระปกเกล้า โดย ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ออกคำสั่งเรื่อง ธรรมาภิบาลการบริหารจัดการในการรับผู้เข้าศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า โดยมีการระบุหลักเกณฑ์วิธีคัดเลือกผู้สมัครที่เข้าศึกษาอบรมเอาไว้อย่างน่าสนใจ ระบุว่า
ด้วยสถาบันพระปกเกล้ามีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาอบรมเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง และการเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ระบอบและวิถีชีวิตประชาธิปไตยเป็นปึกแผ่นและยั่งยืน เพื่อให้การดำเนินงานของสถาบันพระปกเกล้าเป็นไปตามหลักการดังกล่าว เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้ามีความมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนให้สถาบันเป็น “ต้นแบบขององค์กรแห่งธรรมาภิบาลภาคปฏิบัติ” อย่างแท้จริง

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 (1) แห่งพระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ.2541 ประกอบข้อ 11 ของข้อบังคับสถาบันพระปกเกล้าว่าด้วยการศึกษาในสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ.2543 เพื่อให้การบริหารจัดการในการรับผู้เข้าศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ของสถาบันพระปกเกล้าเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล จึงมีข้อสั่งการให้ถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1. การรับผู้เข้าศึกษาทุกหลักสูตรของสถาบัน ในระดับประกาศนียบัตรชั้นสูง ประกาศนียบัตรสัมฤทธิบัตร และวุฒิบัตร ควรคำนึงวัตถุประสงค์แห่งการจัดตั้งสถาบัน และให้ความสำคัญกับผู้สมัครเข้ารับการศึกษาที่มีเจตจำนงแน่วแน่ในการเพิ่มพูนความรู้ด้านประชาธิปไตยของตน และตำแหน่ง หน้าที่และลักษณะการประกอบอาชีพที่จะสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาไปใช้ในการพัฒนาประชาธิปไตยให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การรับสมัครและคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการศึกษา พึงกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของหลักสูตรนั้นๆ และพิจารณาจากประวัติที่แสดงไว้ในทุกด้าน อาทิ ด้านการศึกษาทั้งในและนอกระบบ การฝึกอบรมต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ อาชีพและตำแหน่งงาน ในอดีตและปัจจุบัน คุณธรรม จริยธรรมและความประพฤติ รวมถึงเหตุอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ อาจแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมทั้งทางตรง หรือเป็นการลับได้ตามที่เห็นสมควรด้วยวิธีการที่เหมาะสม
3. นอกจากเจตจำนง ประวัติ และความเหมาะสมสอดคล้องของผู้สมัครเข้ารับการศึกษากับหลักสูตรที่จะเข้าศึกษาแล้วนั้น การพิจารณาคัดเลือกควรคำนึงถึงการจัดลำดับความสำคัญในการจัดสรรและกระจายโอกาสให้แก่ผู้ที่ยังไม่เคยเข้ารับศึกษาอบรมหลักสูตรของสถาบัน หรือหลักสูตรอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
4. การพิจารณาคัดเลือกบุคคลเป็นผู้เข้าศึกษาของสถาบัน ให้มีการจัดระดับความเสี่ยงของสภาพโอกาส หรือความเสี่ยงการมีส่วนได้เสียของผู้เข้าศึกษา คู่สมรส และบุตร ที่อาจเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ของสถาบัน ทางราชการ หรือส่วนรวม
การใช้สถานะความเป็นผู้เข้าศึกษาของสถาบัน แสวงหาประโยชน์ส่วนตัวในทางตรงและทางอ้อมโดยประการใด ๆ หรือการกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบการพิจารณาด้วย
5. ให้สำนักฝึกอบรมและพัฒนาทุนมนุษย์ ร่วมกับสำนักบริหารงานกลาง จัดทำเอกสารประกอบการรับสมัครที่กำหนดให้ผู้สมัครเข้ารับการศึกษารับรองตนเอง (Self-Declaration) ถึงสถานะการเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน ผู้บริหาร พนักงาน หรือลูกจ้าง ในธุรกิจของเอกชนที่เป็นคู่สัญญาที่มีมูลค่าเกินกว่าห้าแสนบาทต่อสัญญา ซึ่งอยู่ระหว่างบริหารสัญญากับสถาบันพระปกเกล้า หรือกับหน่วยงานของรัฐอื่นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2568 เป็นต้นไป



