หน้าแรก การเมือง ธเนศ ชี้ ‘อ.เ...

ธเนศ ชี้ ‘อ.เบน’ กลัวที่สุด ‘ชาตินิยมแบบเชื้อชาติ’ อยากเห็นภาคปชช. ‘มีที่เถียง-ที่ยืน’ เคยถาม นักการเมืองไทยละอายไหม?

9.12.25 | 17:59 น.

‘ธเนศ’ เผย ‘เบน แอนเดอร์สัน’ เคยถาม นักการเมืองไทยละอายไหม ? เล่าความน่าทึ่ง อวยยศผลงานคือ ‘เครื่องราง’ ให้ ปชช.หยิบยกไปเถียงผู้มีอำนาจ พาจุดชนวน – ปอกเปลือกการเมืองไทย ชี้ กลัวที่สุดคือ

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม เวลา 13.30 น. ที่หอประชุม ชั้น 4 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรม “เสวนารำลึกหนึ่งทศวรรษผ่านไป หวนรำลึกถึงชีวิตไกลกะลาของ อ.เบน แอนเดอร์สัน” Benedict Richard O’Gorman Anderson (August 26, 1936 – December 13, 2015)

โดยมีผู้ร่วมวงเสวนา ได้แก่ รศ.ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ผู้เขียน ‘ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์: วิวัฒนาการรัฐไทย’, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ธงชัย วินิจจะกูล แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐอเมริกา ผู้เขียน ‘ห้วงแห่งความเงียบงัน: ภาวะลืมไม่ได้ จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519’ และ ผศ.ดร.อรอนงค์ ทิพย์พิมล สาขาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย ดำเนินรายการโดย นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

 

Advertisement

ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นลูกศิษย์ อ.เบน โดยตรง เพราะเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ แต่วันว่างมักแวะมาที่ มหาวิทยาลัยคอร์เนล เพราะเป็นที่ชุมนุมนักเรียนไทย เยอะที่สุดในอเมริกาฯ จึงเป็นจุดที่ทำให้ได้เจอ อ.เบน จนกระทั่งสนิท เคยไปพักที่บ้าน อ.เบน เพื่อพูดคุยเป็นประจำ

ในตอนหนึ่ง ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศกล่าวถึงหนังสือ ‘ปอกเปลือกประชาธิปไตยในอเมริกา’ ซึ่ง อ.เบน ได้มาร่วมเขียนคำนำให้ด้วยภาษาสวยงาม ในฐานะเพื่อน มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องการเมืองไทย เยอะมาก

“นอกจากเรื่องกินข้าว คือ อ่านอะไร ทำอะไร ? แล้วผมก็ต้องอธิบาย ส่วนใหญ่เรื่องการเมืองและประวัติศาสตร์ไทย ช่วง จอมพลถนอม กิตติขจร ยึดอำนาจตัวเองในปี 2514 ซึ่งแกก็จะถามว่า ทำไมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็เล่าไปแล้วแกก็จะเติมประเด็น”

“ผมเห็นด้วยกับที่ อาจารย์ธงชัยบอกว่า ถ้าคุณคุยกับ อ.เบน ครบ 1 ปี ผมคิดว่าน่าจะให้ปริญญา1 ใบได้ คุณจะจบการศึกษา Liberal arts (ศิลปศาสตร์) ได้อีกใบหนึ่ง ไม่ใช่พูดเล่นนะ เพราะแกจะถามจนกระทั่งคุณจะต้องไปหาข้อมูล ตอบแล้วก็จะถามต่อ ถามตอบกันทั้งปี เป็นความอัศจรรย์ของ อ.เบน” ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศ ชี้

ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศกล่าวด้วยว่า ความพิเศษของ อ.เบน คือ

1.การใช้ภาษา (Language) เพราะเป็นคนที่ชอบภาษามาก ถ้าเจอคำที่พิสดาร อ.เบน มักจะเกาะติดเรื่องนั้น โดยมองว่า ภาษาที่ตายไปแล้วนั้น ดี เพราะมันจะไม่เปลี่ยนแปลง อะไรที่คนคิดไม่ถึง มักจะใช้เป็นและมีความรู้ ซึ่งนำมาสู่การสื่อสารเพื่อรับใช้ประชาชน อ.เบน จะแฮปปี้มากหากมีการนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหา ในสภาวะที่หาทางออกไม่ได้

2.คอนเซ็ปต์เรื่องอำนาจ (Power)

3.เรื่องชุมชนจินตกรรม (Imagined communities

ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศกล่าวด้วยว่า ที่เราเถียงกันเรื่อง ชุมชนจินตกรรม จากการสนทนากับ อ.เบน ถ้าหากตนจะตอบแทน อ.เบน ก็คงกล่าวว่า อ.เบน อยากให้คนที่ทำอะไรไม่ได้ ใช้ความรู้ของแกไปเถียงกับอีกคนหนึ่ง เถียงได้ด้วยคำๆ เดียว เช่น ‘กูไม่ใช่คนไทย’ ‘ไม่ใช่คนอินโดฯ’ เถียงได้ด้วยความเชื่อมั่น แล้วถูกต้องด้วย

“ผมคิดว่าคำอธิบายเรื่อง ‘ลัทธิชาตินิยม’ แกสรุปง่ายๆ พูดอย่าง Simple สุดๆ เลยคือ ชาตินิยม ที่พูดถึงมันคือ Our Project หรือโครงการของพวกเรา ‘พวกเรา’ ในที่นี้คือ ‘ประชาชน’ ไม่ใช่รัฐ คือแกไม่ให้น้ำหนักกับพวกรัฐ ที่มองว่าเป็น พวกผี ปีศาจ แต่ทำอย่างไรที่จะให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมต่างๆ เขาได้มีที่ยืน มีที่เถียง มีที่ๆ จะตอบได้ แกอยากให้งานแกเป็นอย่างนั้น จริงๆ แล้วมันก็เป็นเหมือนเครื่องราง ของขลัง เป็นเหมือนน้ำมนต์ เป็นตะกรุด ให้คนเอาไปใช้ได้ ถ้าเอาไปใช้ได้ แกบอก เอาไปเลย คุณไปปลุกเสกเลย แต่ถ้ามันไม่ได้ ต้องไปผ่านสติปัญญา ผ่านความคิดต่างๆ ของพวกคุณที่จะนำไปใช้” ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศเผย

ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศ กล่าวต่อว่า เมื่อ อ.เบน บอกว่า ชาตินิยมคือ โครงการของเรา ก็ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่า ทั้งหมดที่สู้กันมา ตั้งแต่ขบวนการเอกราช มาจนถึงอะไรต่อมิอะไร กล่าวคือ มันต้องทำให้จุดหมายหรือความต้องการร่วมกันของประชาชน ราษฎรทั้งหลาย ปรากฏขึ้นจริงให้ได้ แต่ที่ยากคือตอนที่ทำให้มันเป็นจริง ซึ่งตนคิดว่าตรงนี้ อ.เบน ก็คงตอบไมได้ ถ้าจะให้เขียนเป็นนโยบาย หรือยุทธศาสตร์พรรค แกทำไมได้ ไม่ได้อยู่ในส่วนนั้น

“แต่ที่แกทำคือ ‘จุดชนวน’ เริ่มต้น ถ้าหากความคิดนี้มันไป ก็หวังว่าสิ่งที่แกให้ จะทำให้คนที่ใช้มันต้องมีความระมัดระวังตลอดเวลา (awareness) เพราคุณกำลังสร้างรัฐใหม่ อำนาจใหม่ แล้วเป็นสิ่งที่แกรู้สึกว่า ไม่มีทางจะเอาชนะมันได้ เพราะเป็นธรรมชาติของสังคมมนุษย์ เมื่อมีอำนาจ ก็ต้องตกเป็นเหยื่อของอำนาจ มันเป็นอุดมการณ์ยิ่งกว่ามนุษย์อีก”

ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศ กล่าวว่า สิ่งที่ อ. เบน อยากเห็น คือทำให้คนที่ใช้สิ่งนี้ เมื่อตื่นตัวแล้ว ต้องระมัดระวังและต้องวิพากษ์ตัวเอง รวมถึงกระบวนการที่ทำ อยู่ตลอดเวลา กล่าวคือต้อง ‘อย่าตกเป็นเครื่องมือของอำนาจ’ ให้ได้

“ผมคิดว่า สิ่งที่แกจะปลื้มใจแล้วแฮปปี้ คือคนที่ไม่รู้อนาคตอยู่ตรงไหน แล้วเริ่มมีความคิด มีความเชื่อมั่นว่า ‘เราก็พอจะมีช่องทางไปได้เหมือนกัน’ ขอนิดเดียวเท่าเอง แกก็แฮปปี้แล้ว เวลาเจอแต่ละครั้งแกก็จะถามถึงคนนั้นคนนี้ แต่คนที่ประสบความสำเร็จแล้ว ชนะเลือกตั้ง มีตำแหน่ง แกจะไม่ถามถึงเลย ไม่สนใจ เพราะรู้สึกว่าคนเหล่านั้นเมื่อถึงจุดนึงมันมีทาง แต่คนยังไปไม่ได้ ตรงนี้แหละต้องหาทางช่วย แกจึงอุทิศเวลาทำงานกับส่วนข้างล่าง แกจะช่วยจากล่างขึ้นมา”

แกเชื่อว่ามันมี ‘Utopian Element’ ในชาตินิยม ที่สำคัญคือ คุณจะต้องรู้สึกละอายด้วย ‘Nationalism was to feel shame’ ผมก็ขำ เพราะแกก็ถามเมือนกันว่า นักการเมืองไทยมันละอายไหม แล้วเขาใช้ภาษาอย่างไร? คือถ้าคุณเคยคุยหรือเคยเรียนกับ อ.เบน วิธีที่ใช้สอนคือ ถาม-ตอบ ไม่เน้นบรรยาย ซึ่งตรงนี้มันทำให้เราเรียนรู้ได้เร็วมาก แกอยากรู้เรื่องประวัติศาสตร์ไทย พรรคคอมมิวนิสต์ไปทำไรอยู่ในป่า แกถาม เราตอบ จริงๆ มันคือวิธีการเดียวกับ เพลโต้ ” ศ.เกียรติคุณ ดร. ธเนศ กล่าว และว่า

สิ่งที่ อ.เบน กลัวเป็นพิเศษ คือ ชาตินิยมแบบเชื้อชาติ (Ethnonationalism) ซึ่งมันจะทำให้เรื่องที่ตรงไปตรงมา เข้าใจได้ เบลอไปหมด