มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษา แกนนำ นปช.เสียชีวิต พิชัย โพสต์แสดงความอาลัย
เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก แจ้งข่าว มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อดีตแกนนำและที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เสียชีวิต
ทั้งนี้ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ขอแสดงความเสียใจและขอแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของ อาจารย์ มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้มีความมั่นคงทางประชาธิปไตยอย่างแข็งแกร่ง
หลังการปฏิวัติในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 หลายคนคงไม่ทราบว่า อาจารย์มานิตย์ได้ถูกนำตัวไปปรับทัศนคติ ใน มทบ.11 พร้อมกับผม ในการปรับทัศนคติครั้งแรก ผมจำได้ว่าหลังจากผมถูกเรียกไปประชุมที่สโมสรทหารบกพร้อมกับคณะรัฐมนตรี และอดีต ครม. ผมก็ถูกนำตัวพร้อมทหาร 3 คน อาวุธเอ็ม 16 ครบมือ มากักบริเวณ หรือที่เรียกกันว่า “การปรับทัศนคติ” คนเดียวที่ มทบ.11 โดยมี พล.อ.นิรันดร สมุทรสาคร เป็น ผบ.มทบ.11 ในขณะนั้น
ต่อมาช่วงเย็น ผมก็ได้พบกับอาจารย์มานิตย์ ที่ถูกนำตัวมาปรับทัศนคติด้วย ซึ่งผมแปลกใจเพราะท่านเป็นอดีตศาลฎีกา แต่ต่อมาทหารแจ้งว่าต้องนำอาจารย์ไปอีกสถานที่หนึ่ง และอีก 2-3 ชม.ให้หลัง ทหารก็ได้นำตัวอาจารย์มานิตย์กลับมา อาจารย์มานิตย์เล่าให้ผมฟังว่า ทหารนำอาจารย์เดินทางไปไกลเป็นชั่วโมงแล้ว และในระหว่างการเดินทาง ทหารได้คุยกับอาจารย์และทราบว่าอาจารย์เป็นอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาจึงได้นำตัวกลับมา “ปรับทัศนคติ“ ที่ มทบ.11 พร้อมกับผม
นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีอาจารย์มานิตย์มาถูกปรับทัศนคติอยู่ด้วย เพราะการถูกกักขังคนเดียวทำให้ผมเครียดอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยโดนกักขังมาก่อนเลยในชีวิต แม้ว่าในขณะนั้นเจ้าหน้าที่ทหารจะดูแลอย่างดี เนื่องจากผมรู้สึกกับท่าน พล.อ.นิรันดร สมุทรสาคร
ตั้งแต่สมัยที่ผมเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นปี 2555 และ พล.อ.นิรันดร เรียน วปอ 2556 และผมได้รับเชิญจาก วปอ. ให้ไปบรรยายเรื่องพลังงาน (ในฐานะอดีต รมว.พลังงาน และนักศึกษา วปอ.รุ่น 55) ให้ วปอ.รุ่น 56 และบรรยายให้นายทหารยศนายพลที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ ในปี 2556 ดังนั้นการมีอาจารย์มาอยู่ด้วยทำให้ผมมีเพื่อนและได้คุยกันตลอดเวลาที่ถูกปรับทัศนคติ

อาจารย์มานิตย์มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่กล้าแข็งมาก ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน อาจารย์ตำหนิทหารที่ทำการปฏิวัติตลอด พร้อมกันให้กำลังใจผมที่ยังมีความเครียดอยู่ โดยคำพูดของอาจารย์ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาก อาจารย์ได้ปลอบผมว่า
“ท่านรัฐมนตรีต้องดีใจนะที่ถูกเรียกปรับทัศนคติ เพราะแสดงว่าท่านต้องเป็นบุคคลสำคัญ เพราะหากท่านไม่สำคัญ ต่อให้จ้างเขา 10 ล้าน หรือ 20 ล้าน เขาก็ไม่เรียกท่านมาปรับทัศนคติ”
ทำให้ผมผ่อนคลายไปมาก และต่อมาผมยังถูกเรียกปรับทัศนคติและดำเนินคดีรวม 12 ครั้ง และทุกครั้งที่ผมโดนเรียก และโดนจับปรับทัศนคติ ผมก็จะนึกถึงคำพูดของอาจารย์เสมอ
หลังจากนั้นผมและอาจารย์ก็ถูกปล่อยตัว โดยผมถูกปล่อยตัวก่อน แค่อาจารย์ถูกปล่อยทีหลังเพราะอาจารย์ยังคงด่าทหารที่ทำการปฏิวัติตลอดทุกครั้งที่ทหารจะนำตัวไปคุยด้วย แสดงถึงจุดยืนที่มั่นคงของอาจารย์ หลังจากที่ออกมาแล้ว ผมและอาจารย์ได้โทรหากันตลอด แต่ต่อมาอาจารย์ไม่ค่อยสบายเลยไม่ได้คุยกัน แต่ผมก็ระลึกถึงอาจารย์มานิตย์เสมอ
ผมขอให้อาจารย์ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ อาจารย์จะถูกจดจำเสมอว่าเป็นอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ต่อสู้ และ มั่นคงในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

