หน้าแรก การเมือง เท่าพิภพ ยกเค...

เท่าพิภพ ยกเคสซีเกมส์ การเมืองไม่ดี พังทุกความหวังของนักกีฬา

10.12.25 | 16:46 น.

เท่าพิภพ ยกเคสซีเกมส์ การเมืองไม่ดี พังทุกความความหวังนักกีฬา

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร – Taopiphop Limjittrakorn เกี่ยวกับการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ภายใต้การนำของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยระบุว่า “ซีเกมส์ไม่ใช่แค่ “เกมส์” : เมื่อการเมืองที่ไม่ดี พังทุกความหวังของนักกีฬา

หลายคนชอบพูดว่า “กีฬาไม่ควรยุ่งกับการเมือง” แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้นในการจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ เราคงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่า การเมืองที่ล้มเหลวและไร้ความโปร่งใส ได้เข้ามากัดกินและทำลายวงการกีฬาอย่างถึงแก่น !

เมื่อ “พวกพ้อง” สำคัญกว่า “ประสิทธิภาพ”

ปัญหาที่เราเห็นในการจัดการงานระดับภูมิภาคนี้ ไม่ใช่เรื่องความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นภาพสะท้อนของการบริหารงานที่ขาดธรรมาภิบาลและขาดความโปร่งใสอย่างชัดเจน :

1.การเตรียมงานที่ไร้เสถียรภาพ (Last-Minute Chaos) :

Advertisement

การเปลี่ยนตัวผู้จัดงานอย่างกะทันหันก่อนเริ่มงานเพียง 1 เดือน ไม่ใช่แค่ความไม่ต่อเนื่อง แต่แสดงให้เห็นถึงการจัดสรรงานโดยขาดการวางแผนระยะยาว และอาจเข้าข่ายการใช้ดุลยพินิจเพื่อเลือก “พรรคพวก” หรือผู้ที่ตนเองไว้วางใจมาทำภารกิจสำคัญ แทนการเลือกมืออาชีพที่มีความสามารถจริง

ผลลัพธ์คือ : การประสานงานวุ่นวาย งบประมาณบานปลาย และคุณภาพงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่นานาชาติคาดหวัง

2.ความโปร่งใสของงบประมาณที่น่ากังขา :

จากคำบอกเล่าของเพื่อนนักกีฬา พบว่า ค่าอุปกรณ์ที่จัดซื้อมานั้น “ราคาแพงลิ่ว” แต่ “ไม่ตรงตามสเปก” หรือมีคุณภาพต่ำจนส่งผลต่อการฝึกซ้อมและการแข่งขันจริง นี่คือสัญญาณของ “การทุจริตเชิงนโยบาย” ที่เกิดขึ้นในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

เมื่องบประมาณรั่วไหลไปกับอุปกรณ์ที่แพงเกินจริงหรือไม่ได้มาตรฐาน เงินที่ควรจะถึงมือผู้เกี่ยวข้องก็ลดลง! นี่คือที่มาของปัญหาการ “โกงเงินอัดฉีด” และ “เบี้ยเลี้ยงนักกีฬา” ที่เป็นข่าวใหญ่ นักกีฬาแทนที่จะมีสมาธิกับการฝึกซ้อม กลับต้องมาทวงสิทธิ์ และกังวลเรื่องปากท้อง !

ถึงเวลาแล้วที่ต้องยอมรับความจริง

วลี “กีฬาไม่เกี่ยวกับการเมือง” ในทางปฏิบัติกลายเป็นเรื่องเพ้อฝันไปแล้ว เพราะ :

การเมืองที่ไม่ดี = การจัดสรรงบประมาณที่ไม่โปร่งใส = ความล้มเหลวในการบริหารสมาคมกีฬา = นักกีฬาถูกเอาเปรียบและไม่ได้รับการดูแลอย่างเท่าที่ควร

เราต้องการการเมืองที่มีธรรมาภิบาล มั่นคง และโปร่งใส เพราะการเมืองที่ดีจะนำมาซึ่งการจัดสรรงบประมาณที่ยุติธรรม การเลือกคนที่มีความสามารถมาทำงาน และการสร้างระบบกีฬาที่เข้มแข็งและยั่งยืน
ซีเกมส์ครั้งนี้จึงเป็นบทเรียนราคาแพงว่า ความล้มเหลวในการเมือง ไม่ได้กระทบแค่นักการเมือง แต่กระทบถึงทุกคนที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐ รวมไปถึงความฝันและอนาคตของนักกีฬาที่แบกชื่อประเทศไว้บนบ่า